This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
อรรถกถาสัญญาสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในสัญญาสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อนิจฺจสญฺญา ได้แก่ สัญญาที่เกิดขึ้นแก่ภิกษุผู้ภาวนาอยู่ว่า ไม่เที่ยง ไม่เที่ยง.
บทว่า ปริยาทิยติ ได้แก่ จักทำให้ (กามราคะ) ทั้งหมดสิ้นไป.
บทว่า สพฺพํ อสฺมิมานํ ได้แก่ อัสมิมานะทั้ง ๙ อย่าง.
บทว่า มูลสนฺตานกานิ ได้แก่ รากไม้ที่แตกยื่นออกไป.
ก็ในที่นี้มีอุปมาเปรียบเทียบดังต่อไปนี้ :-
อนิจจสัญญา เปรียบเหมือนไถใหญ่.
กิเลสทั้งหลาย เปรียบเหมือนรากไม้ที่แตกออกไปทั้งเล็กทั้งใหญ่
พระโยคีผู้เจริญอนิจจสัญญาทำลายกิเลสได้ด้วยญาณอันเกิดจากอนิจจสัญญา เปรียบเหมือนชาวนาไถนาทำลายรากไม้เหล่านั้นได้ด้วยไถ.
บทว่า นิธุนาติ แปลว่า ฟาด.
บทว่า นิปฺโผเฏติ แปลว่า สลัดทิ้ง.
แม้ในที่นี้ พึงอุปมาเปรียบเทียบด้วยอรรถนี้ว่า อาลัยคือกิเลสเปรียบเหมือนหญ้าปล้อง ญาณอันเกิดจากอนิจจสัญญาเปรียบเหมือนการสลัดทิ้ง.
บทว่า วณฺฑจฺฉินฺนาย ความว่า (พวงมะม่วง) ขั้วขาดเพราะลูกธนูอันคม.
บทว่า ตนฺวยานิ ภวนฺติ ความว่า (มะม่วงลูกอื่นๆ) ย่อมตกตามพวงมะม่วงพวงนั้น. เมื่อมะม่วงพวงนั้นตก มะม่วง (ลูกอื่น) ก็พลอยตกลงพื้นดินด้วย.
แม้ในที่นี้ มีอุปมาเปรียบเทียบดังนี้ว่า :-
กิเลสทั้งหลาย เปรียบเหมือนพวงมะม่วง
อนิจจสัญญา เปรียบเหมือนลูกธนูอันคม
เมื่ออวิชชาที่เป็นรากเหง้าของกิเลสทั้งหลายถูกตัดขาดไปด้วยญาณอันเกิดจากอนิจจสัญญา กิเลสทั้งหมดก็พลอยถูกถอน (ถูกตัด) ไปด้วย เปรียบเหมือนเมื่อพวงมะม่วงถูกตัดไปด้วยคมธนู มะม่วงทั้งหมด (ในก้านเดียวกัน) ก็พลอยหล่นลงพื้นไปด้วย.
บทว่า กูฏงฺคมา แปลว่า (กลอนทั้งหลาย) ไปถึงยอดเรือน.
บทว่า กูฏนินฺนา แปลว่า ชอนเข้าไปในยอดเรือน โดยสอดเข้าไปสู่ยอดเรือน.
บทว่า กูฏสโมสรณา แปลว่า รวมลงอยู่ที่ยอดเรือน.
ในที่นี้มีอุปมาเปรียบเทียบดังนี้ว่า :-
อนิจจสัญญา เปรียบเหมือนยอดเรือน.
กุศลธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๔ เปรียบเหมือนกลอนเรือน.
อนิจจสัญญาเป็นยอดของกุศลธรรมทั้งหลาย เปรียบเหมือนยอดแห่งกลอนทั้งหมด เป็นยอดของกูฏาคาร.
ถามว่า ก็อนิจจสัญญาเป็นยอดของกุศลธรรมที่เป็นโลกิยะ (เท่านั้น) มิใช่หรือ? (แล้ว) กลับมาเป็นยอดของโลกุตตรธรรมได้อย่างไร?
ตอบว่า อนิจจสัญญาพึงทราบว่าเป็นยอด (ของโลกุตตรธรรมทั้งหลาย) เพราะอรรถว่าเป็นเหตุให้ได้โลกุตตรธรรมแม้เหล่านั้น.
พึงทราบข้ออุปมาเปรียบเทียบในอุปมาทั้งหมดโดยอุบายนี้ ก็ในที่นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงกิจของอนิจจสัญญาด้วยอุปมา ๓ ข้อแรก ตรัสพลังของอนิจจสัญญาด้วยอุปมา ๓ ข้อหลังแล.
จบอรรถกถาสัญญาสูตรที่ ๑๐ จบอรรถกถาปุปผวรรคที่ ๕ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. นทีสูตร
๒. ปุปผสูตร
๓. เผณปิณฑสูตร
๔. โคมยสูตร
๕. นขสิขสูตร
๖. สามุททกสูตร
๗. คัททูลสูตรที่ ๑
๘. คัททูลสูตรที่ ๒
๙. นาวาสูตร
๑๐. สัญญาสูตร. จบมัชฌิมปัณณาสก์ -----------------------------------------------------
รวมวรรคที่มีในมูลปัณณาสก์นี้ คือ
๑. อุปายวรรค
๒. อรหันตวรรค
๓. ขัชชนิยวรรค
๔. เถรวรรค
๕. ปุปผวรรค
รวม ๕ วรรค ทุติยปัณณาสก์ก็เรียกในขันธสังยุตนั้น. -----------------------------------------------------