This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๑๘

Other items in this volume

สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๑. อัชฌัตติกอนิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๒. อัชฌัตติกทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๓. อัชฌัตติกอนัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๔. พาหิรอนิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๕. พาหิรทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๖. พาหิรอนัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๗. อตีตานาคตปัจจุปันนานิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๘. อตีตานาคตปัจจุปันนทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๙. อตีตานาคตปัจจุปันนานัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๑ ๑๐. พาหิรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๑. สัมโพธสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๒. สัมโพธสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๓. อัสสาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๔. อัสสาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๕. โนอัสสาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๖. โนอัสสาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๗. อภินันทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๘. อภินันทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๙. อุปปาทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ยมกวรรคที่ ๒ ๑๐. อุปปาทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๑. สัพพสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๒. ปหานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๓. ปหานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๔. ปริชานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๕. ปริชานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๖. อาทิตตปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๗. อันธภูตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๘. สารูปสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๙. สัปปายสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัพพวรรคที่ ๓ ๑๐. สัปปายสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ชาติธรรมวรรคที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อนิจจวรรคที่ ๕สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๑. อวิชชาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๒. สังโยชนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๓. สังโยชนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๔. อาสวสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๕. อาสวสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๖. อนุสัยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๗. อนุสัยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๘. ปริญญาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๙. ปริยาทานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อวิชชาวรรคที่ ๑ ๑๐. ปริยาทานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๑. มิคชาลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๒. มิคชาลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๓. สมิทธิสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๔. สมิทธิสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๕. สมิทธิสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๖. สมิทธิสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๗. อุปเสนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๘. อุปวาณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๙. ผัสสายตนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๑๐. ผัสสายตนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ มิคชาลวรรคที่ ๒ ๑๑. ผัสสายตนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๑. คิลานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๒. คิลานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๓. ราธสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๔. ราธสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๕. ราธสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๖. อวิชชาสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๗. อวิชชาสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๘. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๙. โลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คิลานวรรคที่ ๓ ๑๐. ผัคคุณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๑. ปโลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๒. สุญญสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๓. สังขิตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๔. ฉันนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๕. ปุณณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๖. พาหิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๗. เอชสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๘. เอชสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๙. ทวยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉันนวรรคที่ ๔ ๑๐. ทวยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๑. สังคัยหสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๒. สังคัยหสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๓. ปริหานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๔. ปมาทวิหารีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๕. สังวรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๖. สมาธิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๗. ปฏิสัลลีนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๘. นตุมหากสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๙. นตุมหากสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ ฉฬวรรคที่ ๕ ๑๐. อุทกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๑. โยคักเขมีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๒. อุปาทายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๓. ทุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๔. โลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๕. เสยยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๖. สังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๗. อุปาทานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๘. อปริชานสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๙. อปริชานสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โยคักเขมีวรรคที่ ๑ ๑๐. อุปัสสุติสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๑. มารปาสสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๒. มารปาสสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๓. โลกกามคุณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๔. โลกกามคุณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๕. สักกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๖. ปัญจสิขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๗. สารีปุตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๘. ราหุลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๙. สังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ โลกกามคุณวรรคที่ ๒ ๑๐. อุปาทานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑. เวสาลีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๒. วัชชีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๓. นาฬันทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๔. ภารทวาชสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๕. โสณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๖. โฆสิตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๗. หาลิททกานิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๘. นกุลปิตุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๙. โลหิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ คหปติวรรคที่ ๓ ๑๐. เวรหัญจานีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๑. เทวทหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๒. ขณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๓. ปัคคัยหสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๔. ปัคคัยหสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๕. อัคคัยหสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๖. อัคคัยหสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๗. เหตุอัชฌัตตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๘. เหตุอัชฌัตตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๙. เหตุพาหิรสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ เทวทหวรรคที่ ๔ ๑๐. เหตุพาหิรสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๑. กรรมสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๒. สัปปายสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๓. สัปปายสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๔. สัปปายสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๕. สัปปายสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๖. อนันเตวาสิกานาจริยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๗. ติตถิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๘. ปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๙. อินทรียสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นวปุราณวรรคที่ ๕ ๑๐. ธรรมกถิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑. นันทิขยสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๒. นันทิขยสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๓. นันทิขยสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๔. นันทิขยสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๕. ชีวกัมพวนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๖. ชีวกัมพวนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๗. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๘. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๙. มหาโกฏฐิกสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๑. สักกายทิฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ นันทิขยวรรคที่ ๑ ๑๒. อัตตานุทิฏฐิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑-๓. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔-๖. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๗-๙. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๐-๑๒. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๓-๑๕. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๖-๑๘. ฉันทสูตร ราคสูตร ฉันทราคสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๑๙. อตีตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๐. อนาคตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๑. ปัจจุปันนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๒-๒๔. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๕-๒๗. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๒๘-๓๐. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๑-๓๓. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๕สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๔-๓๖. อตีตสูตร อนาคตสูตร ปัจจุปันนสูตรที่ ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๗. อนิจจสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๘. อนิจจสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๓๙. อนิจจสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๐-๔๒. ทุกขสูตรที่ ๑ - ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๓-๔๕. อนัตตสูตรที่ ๑ - ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๖-๔๘ อนิจจสูตรที่ ๔ - ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๔๙-๕๑ ทุกขสูตรที่ ๔ - ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๒-๕๔. อนัตตสูตรที่ ๔ - ๖สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๕. อัชฌัตตายตนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๖. อัชฌัตตายตนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๗. อัชฌัตตายตนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๘. พาหิรายตนสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๕๙. พาหิรายตนสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สัฏฐิเปยยาลที่ ๒ ๖๐. พาหิรายตนสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๑. สมุทรสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๒. สมุทรสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๓. พาลิสิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๔. ขีรรุกขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๕. โกฏฐิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๖. กามภูสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๗. อุทายีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๘. อาทิตตปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๙. หัตถปาทปัพพสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ สมุททวรรคที่ ๓ ๑๐. หัตถปาทปัพพสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๑. อาสีวิสสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๒. รถสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๓. กุมมสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๔. ทารุขันธสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๕. ทารุขันธสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๖. อวัสสุตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๗. ทุกขธรรมสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๘. กึสุกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๙. วีณาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๑๐. ฉัปปาณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สฬายตนสังยุตต์ อาสีวิสวรรคที่ ๔ ๑๑. ยวกลาปิสูตร-๑๒. เทวาสุรสังคามสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๑. สมาธิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๒. สุขสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๓. ปหานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๔. ปาตาลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๕. ทัฏฐัพพสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๖. สัลลัตถสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๗. เคลัญญสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๘. เคลัญญสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๙. อนิจจสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ ปฐมกสคาถวรรคที่ ๑ ๑๐. ผัสสมูลกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๑. รโหคตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๒. วาตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๓. วาตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๔. นิวาสสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๕. อานันทสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๖. อานันทสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๗. สัมพหุลสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๘. สัมพหุลสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๙. ปัญจกังคสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ รโหคตวรรคที่ ๒ ๑๐. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๑. สิวกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๒. อัฏฐสตปริยายสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๓. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๔. ปุพพสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๕. ญาณสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๖. ภิกขุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๗. สมณพราหมณสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๘. สมณพราหมณสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๙. สมณพราหมณสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๑๐. สุทธิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค เวทนาสังยุตต์ อัฏฐสตปริยายวรรคที่ ๓ ๑๑. นิรามิสสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑. อมนาปสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๒. มนาปสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๓. อาเวณิกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๔. มาตุคามสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๕. อนุรุทธสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๖. อุปนาหีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๗. อิสสุกีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๘. มัจฉรีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๙. อติจารีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๐. ทุสสีลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๑. อัปปัสสุตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๒. กุสีตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๓. มุฏฐัสสติสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ เปยยาลวรรคที่ ๑ ๑๔. ปัญจเวรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อนุรุทธสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อนุปนาหีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อนิสสุกีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ อมัจฉรีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ วรรคที่ ๒ ปัญจสีลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๑. วิสารทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๒. ปัสสัยหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๓. อภิภุยยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๔. อังคสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๕. นาสยิตถสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๖. เหตุสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๗. ฐานสูตร - ๘. วิสารทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๙. ปัญจเวรสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค มาตุคามสังยุตต์ มาตุคามพลวรรคที่ ๓ ๑๐. วัฑฒิสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ชัมพุขาทกสังยุตต์สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค สามัณฑกสังยุตต์สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค โมคคัลลานสังยุตต์สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๑. สังโยชนสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๒. อิสิทัตตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๓. อิสิทัตตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๔. มหกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๕. กามภูสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๖. กามภูสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๗. โคทัตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๘. นิคัณฐสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๙. อเจลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๑๐. คิลานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑. จัณฑสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๒. ตาลปุตตสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๓. โยธาชีวสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๔. หัตถาโรหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๕. อัสสาโรหสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๖. ภูมกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๗. เทศนาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๘. อสังขาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๙. กุลสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๐. มณิจูฬกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๑. คันธภกสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๒. ราสิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค คามณิสังยุตต์ ๑๓. ปาฏลิยสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๑. เขมาเถรีสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๒. อนุราธสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๓. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๑สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๔. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๒สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๕. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๓สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๖. สาริปุตตโกฏฐิตสูตรที่ ๔สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๗. โมคคัลลานสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๘. วัจฉสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๙. กุตุหลสาลาสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๑๐. อานันทสูตรสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค อัพยากตสังยุตต์ ๑๑. สภิยสูตร

Scripture

สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค จิตตคหปติปุจฉาสังยุตต์ ๖. กามภูสูตรที่ ๒

อรรถกถาแปลไทย

53 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

อรรถกถาทุติยกามภูสูตรที่ ๖

พึงทราบวินิจฉัยในทุติยกามภูสูตรที่ ๖ ดังต่อไปนี้.

บทว่า กติ นุโข ภนฺเต สงฺขารา ความว่า ได้ยินว่า คฤหบดีย่อมค้นหานิโรธ เพราะฉะนั้น จึงคิดว่าเราจักถามสังขารทั้งหลายอันเป็นบาทแห่งนิโรธ จึงได้กล่าวอย่างนี้.

แม้พระเถระก็รู้ความประสงค์ของคฤหบดีนั้นแล้ว เมื่อสังขารหลายอย่างมีบุญญาภิสังขารเป็นต้น แม้มีอยู่ เมื่อจะบอกกายสังขารเป็นต้น จึงกล่าวคำเป็นอาทิว่า ตโย โข คหปติ.

บรรดาบทเหล่านั้น ชื่อว่ากายสังขาร เพราะอรรถว่าอันกายปรุงแต่งให้เกิด เพราะเนื่องด้วยกาย. ชื่อว่าวจีสังขาร เพราะอรรถว่าปรุงแต่งวาจา กระทำให้เกิด. ชื่อว่าจิตตสังขาร เพราะอรรถว่าอันจิตปรุงแต่งให้เกิด เพราะเนื่องด้วยจิต.

ในบทว่า กตโม ปน ภนฺเต นี้ คฤหบดีได้ถามอย่างไร ได้ถามว่า สังขารทั้งหลายเหล่านี้ คลุกเคล้ากันและกัน มัว ไม่ปรากฏชัด แสดงยาก.

จริงอย่างนั้น เจตนา ๒๐ ที่เป็นกุศลและอกุศลอย่างนี้ คือกามาวจรกุศลเจตนา ๘ ดวง อันเกิดขึ้นแล้วให้ถึงการยึด การถือ การปล่อย การไหวในกายทวาร, อกุศลเจตนา ๑๒ ดวงก็ดี ลมหายใจเข้าและลมหายใจออกก็ดี ท่านเรียกว่า กายสังขาร.

เจตนา ๒๐ ดวงก็ดี วิตกวิจารก็ดี ซึ่งมีประการดังกล่าวอันเกิดขึ้นให้ถึงคางไหวเปล่งวาจาในวจีทวาร ท่านเรียกว่าวจีสังขาร.

แม้ธรรม ๒ อย่างเหล่านี้ คือแม้เจตนา ๒๙ ดวงที่เป็นกุศลและอกุศลอันเกิดขึ้นแล้วแก่ผู้นั่งคิดอยู่ในที่ลับ ยังไม่ถึงการไหวในกายทวารและวจีทวาร และธรรม ๒ อย่างเหล่านี้คือ สัญญาและเวทนา ท่านเรียกว่าจิตตสังขาร.

สังขารเหล่านี้คลุกเคล้ากันและกัน มัว ไม่ปรากฏชัด แสดงยาก. เราจักกล่าวสังขารเหล่านั้นให้ปรากฏแจ่มแจ้งด้วยประการฉะนี้.

ในบทว่า กสฺมา ปน ภนฺเต นี้ คฤหบดีย่อมถามเนื้อความแห่งบทของชื่อมีกายสังขารเป็นต้น.

ในการตอบเนื้อความบทนั้น บทว่า กายปฏิพทฺธา คือ ธรรมเหล่านี้อาศัยกาย เมื่อกายมี ธรรมเหล่านี้ก็มี เมื่อกายไม่มี ธรรมเหล่านี้ก็ไม่มี.

บทว่า จิตฺตปฏิพทฺธา คือ ธรรมเหล่านี้อาศัยจิต เมื่อจิตมี ธรรมเหล่านี้ก็มี เมื่อจิตไม่มี ธรรมเหล่านี้ก็ไม่มี.

บัดนี้ เมื่อถามเพื่อจะรู้ว่า ท่านกามภูนั่นย่อมค้นหาซึ่งสัญญาเวทยิตนิโรธหรือไม่ค้นหา เป็นผู้ชำนาญหรือไม่ชำนาญในสัญญาเวทยิตนิโรธนั้น จึงถามว่า กถมฺปน ภนฺเต สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ โหติ. ในการตอบสัญญาเวทยิตนิโรธนั้น.

ด้วยสองบทว่า สมาปชฺชิสฺสนฺติ วา สมาปชฺชามีติ วา เป็นอันท่านกล่าวถึงเวลาเข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ. ด้วยบทว่า สมาปนฺโน คือ ท่านกล่าวถึงภายในนิโรธ.

ด้วยสองบทก่อนนั้น ท่านกล่าวถึงเวลามีวิตก. ด้วยบทหลังท่านกล่าวถึงเวลาไม่มีวิตก.

บทว่า ปุพฺเพว ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหติ ความว่า การกำหนดเวลาว่า เราไม่มีจิต จักอยู่ได้ตลอดเวลาประมาณเท่านี้ ในเวลาก่อนแต่จะออกจากนิโรธสมาบัติ ก็กำหนดเวลาได้เหมือนกัน.

บทว่า จิตฺตํ ภาวิตํ โหติ ยนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนติ ความว่า ส่วนจิตที่ท่านอบรมอย่างนี้แล้วย่อมนำบุคคลนั้นเข้าไป เพื่อความเป็นอย่างนั้น คือเพื่อความไม่มีจิต.

บทว่า วจีสงฺขาโร ปฐมํ นิรุชฺฌติ ความว่า วจีสังขารย่อมดับในทุติยฌานก่อนกว่าสังขารที่เหลือ.

บทว่า ตโต กายสงฺขาโร คือ ต่อจากนั้น กายสังขารจึงดับในจตุตถฌาน.

บทว่า ตโต ปรํ จิตฺตสงฺขาโร คือ ต่อจากนั้น จิตตสังขาร จึงดับในภายในนิโรธสมาบัติ.

บทว่า อายุ คือ รูปชีวิตินทรีย์. บทว่า วิปริภินฺนานิ คือ ถูกกำจัดพินาศไปแล้ว.

บรรดาบทเหล่านั้น อาจารย์บางพวกย่อมกล่าวว่า เมื่อเข้านิโรธแล้ว จิตย่อมไม่ดับ เพราะบาลีว่า จิตตสังขารดับ เพราะฉะนั้น ก็สมาบัตินี้ก็ยังมีจิตอยู่.

อาจารย์บางพวกเหล่านั้นพึงถูกท้วงว่า วาจาก็ไม่ดับ เพราะบาลีว่า วจีสังขารของเขาต่างหากดับ เพราะฉะนั้น ผู้เข้านิโรธแล้วพึงนั่งกล่าวธรรมอยู่ก็มี พึงนั่งสาธยายอยู่ก็มี. จิตก็ไม่ดับ เพราะบาลีว่า คนนี้ตายแล้ว ทำกาละแล้ว จิตตสังขารของเขาต่างหากดับ เพราะฉะนั้น เมื่อเผามารดาบิดาก็ดี พระอรหันต์ก็ดีที่ตายแล้ว จึงเป็นอนันตริยกรรม ไม่พึงยึดพยัญชนะจนเกินไป ดำรงอยู่ในข้อแนะนำของอาจารย์ทั้งหลาย พิจารณาถึงเนื้อความด้วยประการฉะนี้. ด้วยว่า เนื้อความเป็นที่พึ่งได้ พยัญชนะไม่ได้.

บทว่า อินฺทฺริยานิ วิปฺปสนฺนานิ ความว่า ก็เมื่อความประพฤติสำเร็จด้วยกิริยาเป็นไปอยู่ อารมณ์ทั้งหลายในภายนอกกระทบอยู่ที่ประสาททั้งหลาย อินทรีย์ทั้งหลายย่อมเหน็ดเหนื่อย. อินทรีย์ทั้งหลายอันถูกกระทบแล้ว ย่อมเป็นเหมือนเปื้อน, เหมือนกระจกอันเขาตั้งไว้ในทางใหญ่ ๔ แพร่งย่อมเปื้อนด้วยธุลีเกิดแต่ลมเป็นต้นฉะนั้น. เปรียบเหมือนกระจก อันเขาใส่ไว้ในถุงเก็บไว้ในหีบเป็นต้น ย่อมใสแจ๋วอยู่ภายในเท่านั้นฉันใด เมื่อภิกษุเข้านิโรธแล้ว ประสาท ๕ ย่อมรุ่งเรืองยิ่งนักในภายในนิโรธฉันนั้น. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อินฺทฺริยานิ วิปฺปสนฺนานิ อินทรีย์ผ่องใส.

ท่านกล่าวถึงเวลาอยู่ภายในนิโรธ ด้วยสองบทว่า วุฏฺฐหิสฺสนฺติ วา วุฏฺฐหามิ วา. ท่านกล่าวถึงเวลาผลสมาบัติเกิด ด้วยบทว่า วุฏฺฐิโต. ท่านกล่าวถึงเวลาไม่มีจิตด้วยสองบทก่อนนั้น. ด้วยบทหลังท่านกล่าวถึงเวลามีจิต.

บทว่า ปุพฺเพ จ ตถา จิตฺตํ โหติ ความว่า ท่านได้อบรมจิตอันกำหนดเวลาได้ว่า เราเป็นผู้ไม่มีจิต จักอยู่ได้ตลอดเวลาประมาณเท่านี้ ต่อแต่นั้นจักเป็นผู้มีจิต ในเวลาก่อนแต่จะออกจากนิโรธสมาบัติ ก็กำหนดเวลาได้.

บทว่า ยนฺตํ ตถตฺตาย อุปเนติ ความว่า จิตที่ท่านอบรมอย่างนี้แล้ว ย่อมนำบุคคลนั้นเข้าไปเพื่อความเป็นอย่างนั้น คือความเป็นผู้มีจิต. ท่านกล่าวเวลาเข้านิโรธไว้ในหนหลังแล้วด้วยประการฉะนี้. ในที่นี้ ท่านกล่าวเวลาออกจากนิโรธ.

บัดนี้ ท่านพึงกล่าวนิโรธกถาว่า วาทะเพื่อจะกล่าวนิโรธกถา. ก็นิโรธกถานี้นั้น ท่านตั้งเป็นหัวข้อว่า ปัญญาที่อบรมจนชำนาญด้วยการสงบระงับสังขาร ๓ เพราะประกอบด้วยพละ ๒ ด้วยความประพฤติในญาณ (ญาณจริยา) ๑๖ ด้วยความประพฤติในสมาธิ (สมาธิจริยา) ๙ เป็นญาณในนิโรธสมาบัติ ซึ่งกล่าวไว้ในวิสุทธิมรรคโดยอาการทั้งปวงแล้ว เพราะฉะนั้น ผู้ศึกษาพึงถือเอาโดยนัยอันกล่าวแล้วในวิสุทธิมรรคนั้นนั่นแล.

ถามว่า ชื่อว่านิโรธนี้ อย่างไร.

ตอบว่า การพิจารณาขันธ์ ๔ แล้ว ไม่เป็นไป.

ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกภิกษุย่อมเข้านิโรธนั้น เพื่อประโยชน์อะไร.

ตอบว่า ย่อมเข้าเพื่อประโยชน์นี้ว่า พวกเรา (เคย) เป็นผู้กระสันในความเป็นไปแห่งสังขารทั้งหลาย (บัดนี้) จักเป็นผู้ไม่มีจิตอยู่เป็นสุขตลอด ๗ วัน. นิโรธนี้ ชื่อว่าทิฏฐธรรมนิพพาน - นิพพานในปัจจุบัน.

บทว่า จิตฺตสงฺขาโร ปฐมํ อุปฺปชฺชติ ความว่า ก็เมื่อภิกษุออกจากนิโรธ จิตคือผลสมาบัติย่อมเกิดขึ้นก่อน. ท่านกามภูหมายถึงสัญญาแลเวทนาอันสัมปยุตด้วยจิตคือผลสมาบัตินั้นแล้ว จึงกล่าวว่า จิตฺตสงฺขาโร ปฐมํ อุปฺปชฺชติ.

บทว่า ตโต กายสงฺขาโร ความว่า ต่อจากนั้น กายสังขารย่อมเกิดขึ้นในภวังคสมัย.

ถามว่า ก็ผลสมาบัติ ย่อมไม่ยังลมหายใจเข้าและหายใจออกให้ตั้งขึ้นหรือ.

ตอบว่า ให้ตั้งขึ้น. แต่ว่าผลสมาบัติของภิกษุประกอบด้วยจตุตถฌาน ผลสมาบัตินั้นจึงไม่ยังลมอัสสาสปัสสาสะให้ตั้งขึ้น ประโยชน์อะไรด้วยลมอัสสาสปัสสาสะนั้น ผลสมาบัติถึงจะมีในปฐมฌานก็ตาม จะมีในทุติยฌาน ตติยฌานและจตุตถฌานก็ตาม จงยกไว้. เมื่อภิกษุออกจากสมาบัติแล้ว ลมอัสสาสปัสสาสะย่อมเป็นอัพโพหาริก (มีเหมือนไม่มี).

ความที่ลมอัสสาสปัสสาสะเหล่านั้นเป็นอัพโพหาริก พึงทราบได้ด้วยเรื่องของพระสัญชีวเถระ

ก็เมื่อพระสัญชีวเถระออกจากสมาบัติแล้ว เหยียบย่ำเดินไปบนถ่านเพลิงปราศเปลวไฟเช่นดอกทองกวาว แม้สักว่าเปลวไฟก็ไม่ไหม้จีวร แม้สักว่าอาการแห่งไออุ่นก็ไม่มี. เกจิอาจารย์ย่อมกล่าวว่า นั่นชื่อว่าผลของสมาบัติ. ท่านหมายอย่างนี้แลจึงกล่าวว่า เมื่อภิกษุออกจากผลสมาบัติ ลมอัสสาสปัสาสะก็เป็นอัพโพหาริก เพราะเหตุนั้นนั่นพึงทราบว่า ท่านกล่าวด้วยภวังคสมัยเท่านั้น.

บทว่า ตโต วจีสงฺขาโร ความว่า ต่อจากนั้น วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นในเวลาค้นหาความประพฤติที่สำเร็จด้วยกิริยา.

ถามว่า ภวังค์ย่อมไม่ยังวิตกวิจารให้เกิดขึ้นหรือ.

ตอบว่า ให้เกิดขึ้น. แต่วิตกวิจารอันมีภวังค์นั้นเป็นสมุฏฐาน ย่อมไม่สามารถเพื่อจะปรุงแต่งวาจาได้ ดังนั้น คำนั้น ท่านกล่าวด้วยเวลาค้นหาความประพฤติสำเร็จด้วยกิริยา.

ผัสสะ ๓ มีเป็นอาทิว่า สุญฺญโต ผสฺโส พึงกล่าวโดยมีคุณบ้าง โดยอารมณ์บ้าง ผลสมาบัติ ชื่อว่าสุญฺญตา โดยมีคุณก่อน ท่านกล่าวว่าสุญญผัสสะหมายถึง ผัสสะที่เกิดพร้อมด้วยผลสมาบัตินั้น.

แม้ในอนิมิตตผัสสะและอัปปณิหิตผัสสะก็นัยนี้เหมือนกัน.

ส่วนนิพพาน ชื่อว่าสุญญะเพราะว่างจากกิเลสมีราคะเป็นต้น โดยอารมณ์ ชื่อว่าอนิมิต เพราะไม่มีราคนิมิตเป็นต้น ชื่อว่าอัปปณิหิตะ เพราะไม่มีที่ตั้งแห่งราคะโทสะและโมหะ. การถูกต้องในผลสมาบัติอันเกิดขึ้น ชื่อว่าสุญญตะ เพราะทำสุญญตนิพพานให้เป็นอารมณ์. ในอนิมิตตะและอัปปณิหิตะ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

ชื่อว่ากถาเป็นที่มา มีอีกอย่างหนึ่ง. ส่วนแม้วิปัสสนา ท่านก็เรียกว่าสุญญตะ อนิมิตตะและอัปปณิหิตะ.

บรรดาบทเหล่านั้น ภิกษุใดกำหนดสังขารทั้งหลายโดยความเป็นของไม่เที่ยง เห็นโดยความไม่เที่ยง ย่อมออกจากความไม่เที่ยง วิปัสสนาอันเป็นวุฏฐานคามินีของภิกษุนั้นย่อมชื่อว่าอนิมิตตะ. ภิกษุใดกำหนดโดยความเป็นทุกข์เห็นโดยความเป็นทุกข์ ย่อมออกจากความทุกข์ วิปัสสนาของภิกษุนั้นย่อมชื่อว่าอัปปณิหิตะ. ภิกษุใดกำหนดโดยความเป็นอนัตตา เห็นโดยความเป็นอนัตตา ย่อมออกจากความเป็นอนัตตา วิปัสสนาของภิกษุนั้นย่อมชื่อว่าสุญญตะ.

บรรดาบทเหล่านั้น มรรคของอนิมิตตวิปัสสนา ชื่อว่าอนิมิต, ผลของอนิมิตตมรรค ชื่อว่าอนิมิต, เมื่อผัสสะที่เกิดพร้อมกับอนิมิตตผลสมาบัติถูกต้องอยู่ ท่านเรียกว่าอนิมิตตผัสสะ ย่อมถูกต้อง. แม้ในอัปปณิหิตะและสุญญตะ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

เมื่อท่านกล่าวโดยเป็นที่มา พึงถึงความกำหนดว่า สุญญตผัสสะ อนิมิตตผัสสะหรืออัปปณิหิตผัสสะ เพราะฉะนั้น ผู้ดำรงอยู่โดยที่เป็นที่มา พึงกล่าวโดยมีคุณและโดยอารมณ์. ก็ผัสสะทั้งหลาย ๓ ย่อมถูกต้องอย่างนี้ดังนั้น จึงเหมาะสม.

นิพพานชื่อว่าวิเวกในบทเป็นอาทิว่า วิเวกนินฺนํ ชื่อว่าวิเวกนินนะ เพราะอรรถว่าน้อมไป คือโน้มไปในวิเวกนั้น.

บทว่า วิเวกโปณํ ชื่อว่าวิเวกโปณะ เพราะอรรถว่าดำรงอยู่ดุจความคดด้วยเหตุแห่งวิเวกซึ่งมาจากอื่น.

ชื่อว่า วิเวกปพฺภารํ เพราะอรรถว่าดำรงอยู่เป็นดุจตกไปด้วยเหตุแห่งวิเวก.

จบอรรถกถาทุติยกามภูสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร