This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๓๓

Other items in this volume

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๑. ภัททาลิเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๒. เอกฉัตติยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๓. ติณสูลกฉาทนิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๔. มธุมังสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๕. นาคปัลลวกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๖. เอกทีบียเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๘. ยาคุทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๙. ปัตโถทนทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถราปทาน ๔๒. ภัททาลิวรรค ๑๐. มัญจทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๒. เอกทุสสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๓. เอกาสนทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๔. สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๕. โกรัณฑปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๗. เอกธัมมสวนิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๘. สุจินติตเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๙. โสณณกิงกณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๓. สกิงสัมมัชชกวรรค ๑๐. โสวัณณโกนตริกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๑. เอกวิหาริยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๒. เอกสังขิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๓. ปาฏิหิรสัญญกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๔. ญาณัตถวิกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๕. อุจฉุขัณฑิกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๖. กลัมพทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๗. อัมพาฏกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๘. หรีตกิทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๙. อัมพปิณฑิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๔. เอกวิหาริวรรค ๑๐. ชัมพูผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๑. วิเภทกพีชิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๒. โกลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๓. เวลุวผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๔. ภัลลาตกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๕. อุมมาปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๖. อัมพาฏกิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๗. สีหาสนิกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๘. ปาทปิฐิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๙. เวทิยการกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๕. วิเภทกิวรรค ๑๐. โพธิฆรการกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๑. ชคติทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๒. โมรหัตถิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๓. สีหาสนพีชิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๔. ติณุกกธาริยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๕. อักกมนทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๖. วนโกรัณฑิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๗. เอกฉัตติยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๘. ชาติปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๙. สัตติปัณณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๖. ชคติวรรค ๑๐. คันธปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๑. สาลกุสุมิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๒. จิตกปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๓. จิตกนิพพาปกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๔. เสตุทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๕. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๖. อวฏผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๗. ลพุชผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๘. มิลักขุผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๗. สาลปุปผิวรรค ๑๐. นิมิตตพยากรณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๑. นฬมาลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๒. มณิปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๓. อุกกาสติกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๔. สุมนวีชนิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๕. กุมมาสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๖. กุสัฏฐกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๗. คิริปุนนาคิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๘. วัลลิการผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๙. ปานธิทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๘. นฬมาลิวรรค ๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๑. ปังสุกุลสัญญกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๒. พุทธสัญญกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๓. ภิสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๔. ญาณถวิกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๕. จันทนมาลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๖. ธาตุปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๗. ปุฬินุปปาทกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๘. ตรณิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๙. ธัมมรุจิเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๔๙. ปังสุกุลสวรรค ๑๐. สาลมัณฑปียเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๑. ตีณิกิงกณิปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๒. ปังสุกูลปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๓. โกรัณฑปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๔. กิงสุกปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๕. อุปัฑฒทุสสทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๖. ฆตมัณฑทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๗. อุทกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๘. ปุฬินถูปิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๙. นฬกุฏิกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๐. กิงกณิปุปผวรรค ๑๐. ปิยาลผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๑. ตีณิกณิการปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๒. เอกปัตตทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๓. กาสุมาริกผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๔. อวฏผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๕. จารผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๖. มาตุลุงคผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๗. อัชเชลผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๘. อโมรผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๙. ตาลผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๑. กณิการวรรค ๑๐. นาลิเกรผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๑. กุรัญชิยผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๒. กปิฏฐผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๓. โกสุมพผลิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๔. เกตกปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๔. นาคปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๖. อัชชุนปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๗. กุฏชปุปผิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๘. โฆสสัญญกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๙. สัพพลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๒. ผลทายกวรรค ๑๐. ปทุมธาริยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๑. ติณมุฏฐิทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๒. เวจจกทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๓. สรณคมนิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๔. อัพภัญชนทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๕. สุปฏทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๖. ทัณฑทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๗. คิริเนลปูชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๘. โพธิสัมมัชชกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๙. อามัณฑผลทายกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๓. ติณทายกวรรค ๑๐. สุคันธเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๑. มหากัจจายนเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๒. วักกลิเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๓. มหากัปปินเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๔. ทัพพมัลลปุตตเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๕. กุมารกัสสปเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๖. พาหิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๗. มหาโกฏฐิตเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๘. อุรุเวลกัสสปเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๙. ราธเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๑๐. โมฆราชเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๑. ลกุณฏกภัททิยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๒. กังขาเรวตเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๓. สีวลีเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๔. วังคีสเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๕. นันทกเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๖. กาฬุทายีเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๗. อภยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๘. โลมสติยเถราปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๕. ภัททิยวรรค ๙. วนวัจฉเถราปทานสารบัญ อรรถกถา ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ จูฬสุคันธเถราปทานที่ ๑๐ และ ๕๖. ยสวรรคขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๑. สุเมธาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๒. เมขลทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๓. มัณฑปทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๔. สังกมนทาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๕. นฬมาลิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๖. เอกปิณฑปาตทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๗. กฏัจฉุภิกขาทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๘. สัตตอุปลมาลิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๙. ปัญจทีปิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๑. สุเมธาวรรค ๑๐. อุทกทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๑. เอกุโปสถิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๒. สลฬปุปผิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๓. โมทกทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๔. เอกาสนทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๕. ปัญจทีปทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๖. นฬมาลิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๗. มหาปชาบดีโคตมีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๘. เขมาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๙. อุบลวรรณาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๒. เอกุโปสถวรรค ๑๐. ปฏาจาราเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๑. กุณฑลเกสีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๒. กิสาโคตมีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๓. ธรรมทินนาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๔. สกุลาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๕. นันทาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๖. โสณาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๗. ภัททกาปิลานีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๘. ยโสธราเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๙. อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่นขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๓. กุณฑลเกสวรรค ๑๐. อปทานแห่งพระเถรีหนึ่งหมื่นแปดพันขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๑. อัฏฐารสหัสสขัตติยกัญญาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๒. จตุราสีติสหัสสพราหมณกัญญาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๓. อุปลทายิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๔. สิงคาลมาตาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๕. สุกกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๖. อภิรูปนันทาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๗. อัฑฒกาสีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๘. ปุณณิกาเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๙. อัมพปาลีเถริยาปทานขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ เถรีอปทาน ๔. ขัตติยกัญญาวรรค ๑๐. เสลาเถริยาปทาน

Scripture

ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ ๕๔. กัจจายวรรค ๕. กุมารกัสสปเถราปทาน

อรรถกถาแปลไทย

32 lines1 editions

อรรถกถาแปลไทย · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๕๓๕. อรรถกถากุมารกัสสปเถราปทาน

พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-

อปทานของท่านพพระกุมารกัสสปเถระ อันมีคำเริ่มต้นว่า อิโต สตสหสสมหิ ดังนี้.

ได้ทราบว่า พระเถระรูปนี้ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ท่านได้บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ บรรลุนิติภาวะแล้ว วันหนึ่ง ขณะที่กำลังฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา ได้เป็นภิกษุรูปหนึ่งซึ่งพระศาสดาทรงสถาปนาเธอไว้ในตำแหน่งที่เลิศกว่าภิกษุผู้กล่าวธรรมกถาอันวิจิตร แม้ตนเองก็ปรารถนาตำแหน่งนั้น ดำรงชีวิตอยู่จนตลอดอายุ จุติจากอัตภาพนั้นท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้ง ๒ แล้ว.

ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เขาได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุล บวชในพระศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแล้ว บำเพ็ญสมณธรรม ท่องเที่ยวไปเฉพาะในสุคติทั้งหลายอย่างเดียว ได้เสวยทิพยสุขและมนุษยสุขแล้ว.

ในพุทธุปบาทกาลนี้เขาได้บังเกิดในท้องลูกสาวเศรษฐีคนหนึ่ง ในกรุงราชคฤห์.

ทราบว่า ลูกสาวเศรษฐีนั้น ในเวลาที่เป็นเด็กหญิงนั่นแล มีความประสงค์จะบวช จึงขออนุญาตมารดาบิดา เมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้บวชจึงไปยังตระกูลสามี ได้มีครรภ์ แต่ไม่รู้ว่ามีครรภ์นั้น จึงคิดแล้วว่า เราจักทำให้สามียินดี (ทำให้ถูกใจสามี) แล้วจึงจักขออนุญาตบวช.

เมื่อนางจะทำให้ถูกใจสามี จึงชี้ให้ถึงโทษของสรีระโดยนัยเป็นต้นว่า

ถ้าว่าในภายในของร่างกายนี้ จะถึงกลับออกมาในภายนอกไซร้

บุคคลก็จะต้องถือท่อนไม้คอยไล่หมู่กาและหมู่สุนัขแน่นอน ดังนี้.

จึงทำให้สามีผู้ประเสริฐนั้นได้ยินดีแล้ว

หญิงนั้นได้รับอนุญาตจากสามีแล้ว ไม่รู้ว่ามีครรภ์จึงได้บวชในหมู่นางภิกษุณีฝ่ายของพระเทวทัต. พวกนางภิกษุณีได้เห็นว่านางมีครรภ์จึงไปถามพระเทวทัต. พระเทวทัตนั้นตัดสินว่า นางภิกษุณีนี้ไม่เป็นสมณะ.

นางภิกษุณีนั้นจึงคิดว่า เรามิได้บวชอุทิศพระเทวทัต. แต่เราบวชอุทิศพระผู้มีพระภาคเจ้าดังนี้ จึงได้ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ทูลถามพระทศพล.

พรศาสดาทรงมอบหมายให้พระอุบาลีเถระรับหน้าที่ไป.

พระเถระสั่งให้เรียกตระกูลชาวพระนครสาวัตถี และนางวิสาขาอุบาสิกามาแล้ว เมื่อจะวินิจฉัยเรื่อองนั้นพร้อมกับบริษัทผู้มีความขัดแย้ง จึงกล่าวว่า นางได้มีครรภ์ก่อนบวช ครรภ์ไม่มีอันตรายบวชแล้ว.

พระศาสดาได้ทรงสดับเรื่องนั้นแล้ว ตรัสว่า อุบาลีวินิจฉัยอธิกรณ์ถูกต้องดีแล้ว จึงทรงประทานสาธุการแก่พระเถระ.

นางภิกษุณีรูปนี้ได้คลอดบุตรรูปร่างงดงามดุจทองคำ.

พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงพระดำริว่า การเลี้ยงดูทารกจะเป็นความกังวลใจแก่พวกนางภิกษุณี จึงทรงรับสั่งให้แก่พวกญาติแล้ว รับสั่งให้เลี้ยงดู.

พวกญาติได้ตั้งชื่อทารกนั้นว่า กัสสป.

ในกาลต่อมา มารดาประดับตกแต่งแล้ว นำไปเฝ้าพระศาสดาแล้วทูลขอบรรพชาแล้ว. ก็เพราะท่านบวชในเวลาที่เป็นเด็ก เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พวกเธอจงเรียกกัสสปะมา พวกเธอจงให้ผลไม้หรือว่าของที่ควรเคี้ยวนี้แก่กัสสปะ พวกภิกษุจึงทูลถามว่า กัสสปะไหน.

ต่อมาในเวลาเจริญวัยแล้ว จึงปรากฏชื่อว่ากุมารกัสสปะ เพราะตั้งชื่อเสียใหม่ว่ากุมารกัสสปะ และเพราะเป็นบุตรที่พระราชาทรงชุบเลี้ยง.

จำเดิมแต่บวชแล้ว ท่านก็บำเพ็ญวิปัสสนากัมมัฏฐาน และศึกษาเล่าเรียนพระพุทธวจนะ.

ลำดับนั้น ท้าวมหาพรหมผู้เป็นพระอนาคามีบังเกิดในชั้นสุทธาวาส ได้บำเพ็ญสมณธรรมบนยอดภูเขาร่วมกับท่านคิดว่า เราจักชี้ทางวิปัสสนาแล้ว กระทำอุบายเพื่อบรรลุมรรคผลได้ ดังนี้แล้วจึงแต่งปัญหาขึ้น ๑๕ ข้อแล้วบอกแก่พระเถระผู้อยู่ในป่าอันธวันว่า ท่านควรถามปัญหาเหล่านี้กะพระศาสดา.

ทีนั้น ท่านจึงทูลภามปัญหาเหล่านั้นกะพระผู้มีพระภาคเจ้า.

แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ทรงวิสัชนาแก่เธอแล้ว.

พระเถระเล่าเรียนปัญหาเหล่านั้น โดยทำนองที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วทั้งหมด ยังวิปัสสนาให้ถือเอาซึ่งห้องแล้ว ให้บรรลุพระอรหัต.

พระกุมารกัสสปะนั้น พอได้บรรลุพระอรหัตแล้ว ระลึกถึงบุรพกรรมของตน ได้เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อิโต สตสหสสมหิ ดังนี้

คำใดในคาถานั้น มีเนื้อความซ้ำกับที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง คำนั้นทั้งหมด ข้าพเจ้าจักไม่พรรณนา ข้าพเจ้าจักพรรณนาเฉพาะบทที่ยากๆ เท่านั้น.

บทว่า อาปนนสตตา เม มาตา ความว่า มารดาของเรามีครรภ์แก่เป็นหญิงมีครรภ์ ได้แก่มีครรภ์แก่ใกล้เวลาคลอด.

บทว่า วมมิกสทิสํ กายํ ความว่า ขึ้นชื่อว่าสรีระเป็นเช่นกับจอมปลวก พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงคือทรงประกาศไว้ว่า ร่างกายนี้มีช่องอยู่ ๙ ช่องซึ่งไหลไปอยู่เป็นนิตย์ เปรียบเหมือนจอมปลวกมีช่องเล็กช่องใหญ่ข้างโน้นข้างนี้ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทั้งหลาย เช่น มอดและตัวปลวกเป็นต้น ฉันนั้นเหมือนกัน.

อธิบายว่า ครั้นได้สดับพระดำรัสนั้นแล้ว จิตของเราไม่ยึดถืออาสวะทั้งหลาย พ้นแล้วจากกิเลสได้โดยพิเศษ คือดำรงอยู่แล้วในพระอรหัตผล.

ในกาลต่อมา พระศาสดาได้ทรงทราบจากภิกษุทั้งหลายในที่นั้นๆ ว่า พระเถระนั้นเป็นผู้กล่าวธรรมกถาได้อย่างวิจิตร จึงทรงสถาปนาเธอไว้ในตำแหน่งที่เลิศว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กุมารกัสสปะนี้เป็นผู้เลิศแห่งภิกษุสาวกของเราผู้กล่าวธรรมกถาให้วิจิตรแล. จบอรรถกถากุมารกัสสปเถราปทาน -----------------------------------------------------

Editions used and their licences

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร