This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture ·

เล่ม ๑๖

Other items in this volume

๑. ปฏิจจสมุปปาทสูตร๒. วิภังคสูตร๓. ปฏิปทาสูตร๔. วิปัสสีสูตร๕. สิขีสูตร - ๙. กัสสปสูตร๑๐. โคตมสูตร๑. อาหารสูตร๒. โมลิยผัคคุนสูตร๓. สมณพราหมณสูตร๔. ทุติยสมณพราหมณสูตร๕. กัจจานโคตตสูตร๖. ธัมมกถิกสูตร๗. อเจลกัสสปสูตร๘. ติมพรุกขสูตร๙. พาลปัณฑิตสูตร๑๐. ปัจจยสูตร๑. ทสพลสูตร๒. ทุติยทสพลสูตร๓. อุปนิสสูตร๔. อัญญติตถิยสูตร๕. ภูมิชสูตร๖. อุปวาณสูตร๗. ปัจจยสูตร๘. ภิกขุสูตร๙. สมณพราหมณสูตร๑๐. ทุติยสมณพราหมณสูตร๑. ภูตสูตร๒. กฬารสูตร๓. ญาณวัตถุสูตร๔. ทุติยญาณวัตถุสูตร๕. อวิชชาปัจจยสูตร๖. ทุติยอวิชชาปัจจยสูตร๗. นตุมหสูตร๘. เจตนาสูตร๙. ทุติยเจตนาสูตร๑๐. ตติยเจตนาสูตร๑. ปัญจเวรภยสูตร๒. ทุติยปัญจเวรภยสูตร๓. ทุกขสูตร๔. โลกสูตร๕. ญาติกสูตร๖. อัญญตรพราหมณสูตร๗. ชาณุสโสณิสูตร๘. โลกายติกสูตร๙. อริยสาวกสูตร๑๐. ทุติยอริยสาวกสูตร๑. ปริวีมังสนสูตร๒. อุปาทานสูตร๓. สังโยชนสูตร๔. ทุติยสังโยชนสูตร๕. มหารุกขสูตร๖. ทุติยมหารุกขสูตร๗. ตรุณรุกขสูตร๘. นามรูปสูตร๙. วิญญาณสูตร๑๐. นิทานสูตร๑. อัสสุตวาสูตร๒. ทุติยอัสสุตวาสูตร๓. ปุตตมังสสูตร๔. อัตถิราคสูตร๕. นครสูตร๖. สัมมสสูตร๗. นฬกลาปิสูตร๘. โกสัมพิสูตร๙. อุปยันติสูตร๑๐. สุสิมปริพพาชกสูตร๘. สมณพราหมณวรรค๙. อันตรเปยยาล๑. นขสิขาสูตร๒. โปกขรณีสูตร๓. สัมเภชชอุทกสูตร๔. ทุติยสัมเภชชอุทกสูตร๕. ปฐวีสูตร๖. ทุติยปฐวีสูตร๗. สมุททสูตร๘. ทุติยสมุททสูตร๙. ปัพพตสูตร๑๐. ทุติยปัพพตสูตร๑๑. ตติยปัพพตสูตร๑. ธาตุนานัตตสูตร๒. ผัสสนานัตตสูตร๓. โนผัสสนานัตตสูตร๔. เวทนานานัตตสูตร๕. ทุติยเวทนานานัตตสูตร๖. พาหิรธาตุนานัตตสูตร๗. สัญญานานัตตสูตร๘. โนปริเยสนานานัตตสูตร๙. พาหิรผัสสนานัตตสูตร๑๐. ทุติยพาหิรผัสสนานัตตสูตร๑. สัตตธาตุสูตร๒. สนิทานสูตร๓. คิญชกาวสถสูตร๔. หีนาธิมุตติกสูตร๕. จังกมสูตร๖. สคาถาสูตร๗. อัสสัทธสังสันทนสูตร๘. อัสสัทธมูลกสูตร๙. อหิริกมูลกสูตร๑๐. อโนตตัปปมูลกสูตร๑๑. อัปปัสสุตมูลกสูตร๑๒. กุสีตมูลกสูตร๑. อสมาหิตสูตร๒. ทุสสีลสูตร๓. ปัญจสิกขาปทสูตร๔. สัตตกัมมปถสูตร๕. ทสกัมมปถสูตร๖. อัฏฐังคิกสูตร๗. ทสังคสูตร๑. จตุธาตุสูตร๒. ปุพเพสัมโพธสูตร๓. อจริงสูตร๔. โนเจทังสูตร๕. เอกันตทุกขสูตร๖. อภินันทสูตร๗. อุปปาทสูตร๘. สมณพราหมณสูตร๙. ทุติยสมณพราหมณสูตร๑๐. ตติยสมณพราหมณสูตร๑. ติณกัฏฐสูตร๒. ปฐวีสูตร๓. อัสสุสูตร๔. ขีรสูตร๕. ปัพพตสูตร๖. สาสปสูตร๗. สาวกสูตร๘. คังคาสูตร๙. ทัณฑสูตร๑๐. ปุคคลสูตร๑. ทุคคตสูตร๒. สุขิตสูตร๓. ติงสมัตตสูตร๔. มาตุสูตร๕. ปิตุสูตร๖. ภาตุสูตร๗. ภคินิสูตร๘. ปุตตสูตร๙. ธีตุสูตร๑๐. เวปุลลปัพพตสูตร๑. สันตุฏฐสูตร๒. อโนตตัปปีสูตร๓. จันทูปมาสูตร๔. กุลูปกสูตร๕. ชิณณสูตร๖. โอวาทสูตร๗. ทุติยโอวาทสูตร๘. ตติยโอวาทสูตร๙. ฌานาภิญญสูตร๑๐. อุปัสสยสูตร๑๑. จีวรสูตร๑๒. ปรัมมรณสูตร๑๓. สัทธัมมัปปฏิรูปกสูตร๑. ทารุณสูตร๒. พฬิสสูตร๓. กุมมสูตร๔. ทีฆโลมิกสูตร๕. มีฬหกสูตร๖. อสนิสูตร๗. ทิทธสูตร๘. สิคาลสูตร๙. เวรัมภสูตร๑๐. สคาถกสูตร๑. สุวัณณปาติสูตร๒. รูปิยปาติสูตร๓-๑๐. สุวัณณนิกขสุตตาทิอัฏฐกะ ๓. สุวัณณนิกขสูตร ๔. สุวัณณนิกขสตสูตร ๕. สิงคินิกขสูตร ๖. สิงคินิกขสตสูตร ๗. ปฐวิสูตร ๘. อามิสกิญจิกขสูตร ๙. ชีวิตสูตร ๑๐. ชนปทกัลยาณีสูตร๑. มาตุคามสูตร๒. กัลยาณิสูตร๓. เอกปุตตกสูตร๔. เอกธีตุสูตร๕. สมณพราหมณสูตร๖. ทุติยสมณพราหมณสูตร๗. ตติยสมณพราหมณสูตร๘. ฉวิสูตร๙. รัชชุสูตร๑๐. ภิกขุสูตร๑. ภินทิสูตร๒. กุสลมูลสูตร๓. กุสลธัมมสูตร๔. สุกกธัมมสูตร๕. อจิรปักกันตสูตร๖. ปัญจรถสตสูตร๗. มาตุสูตร๘-๑๓. ปิตุสุตตาทิฉักกะ ๘. ปิตุสูตร ๙. ภาตุสูตร ๑๐. ภคินิสูตร ๑๑. ปุตตสูตร ๑๒. ธีตุสูตร ๑๓. ปชาปติสูตร๑. จักขุสูตร๒. รูปสูตร๓. วิญญาณสูตร๔. สัมผัสสสูตร๕. เวทนาสูตร๖. สัญญาสูตร๗. สัญเจตนาสูตร๘. ตัณหาสูตร๙. ธาตุสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. จักขุสูตร ๒-๑๐. รูปาทิสุตตนวกะ ๒. รูปสูตร ๓. วิญญาณสูตร ๔. สัมผัสสสูตร ๕. เวทนาสูตร ๖. สัญญาสูตร ๗. สัญเจตนาสูตร ๘. ตัณหาสูตร ๙. ธาตุสูตร ๑๐. ขันธสูตร๑๑. อนุสยสูตร๑๒. อปคตสูตร๑. อัฏฐิสูตร๒. เปสิสูตร๓. ปิณฑสูตร๔. นิจฉวิสูตร๕. อสิโลมสูตร๖. สัตติสูตร๗. อุสุโลมสูตร๘. สูจิโลมสูตร๙. ทุติยสูจิโลมสูตร๑๐. กุมภัณฑสูตร๑. สสีสกสูตร๒. คูถขาทสูตร๓. นิจฉวิตถีสูตร๔. มังคุลิตถีสูตร๕. โอกิลินีสูตร๖. อสีสกสูตร๗. ปาปภิกขุสูตร๘. ปาปภิกขุนีสูตร๙. ปาปสิกขมานาสูตร๑๐. ปาปสามเณรสูตร๑๑. ปาปสามเณรีสูตร๑. กูฏสูตร๒. นขสิขสูตร๓. กุลสูตร๔. โอกขาสูตร๕. สัตติสูตร๖. ธนุคคหสูตร๗. อาณิสูตร๘. กลิงครสูตร๙. นาคสูตร๑๐. พิฬารสูตร๑๑. สิคาลสูตร๑๒. ทุติยสิคาลสูตร๑. โกลิตสูตร๒. อุปติสสสูตร๓. ฆฏสูตร๔. นวสูตร๕. สุชาตสูตร๖. ลกุณฏกภัททิยสูตร๗. วิสาขสูตร๘. นันทสูตร๙. ติสสสูตร๑๐. เถรนามกสูตร๑๑. มหากัปปินสูตร๑๒. สหายกสูตร

Scripture

๘. ตติยโอวาทสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

1 items1 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

Front matter of the printed edition

๘. ตติยโอวาทสูตร ว่าด้วยการให้โอวาท สูตรที่ ๓

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อกระแต เขตกรุงราชคฤห์ ครั้งนั้น ท่านพระมหากัสสปะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาท แล้วนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับท่านพระมหากัสสปะดังนี้ว่า “กัสสปะ เธอจงกล่าวสอนภิกษุ จงแสดงธรรมีกถาแก่ภิกษุทั้งหลายเถิด เราหรือเธอ พึงกล่าวสอน พึงแสดงธรรมีกถาแก่ภิกษุทั้งหลาย” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๔๗} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๕. กัสสปสังยุต] ๘. ตติยโอวาทสูตร “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในบัดนี้ภิกษุทั้งหลายเป็นผู้ว่ายาก ประกอบด้วยธรรม ที่ทำให้เป็นผู้ว่ายาก ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพ” “กัสสปะ จริงอย่างนั้น ในครั้งก่อน ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระ เป็นผู้อยู่ป่า เป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการอยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้เที่ยวบิณฑบาต เป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นผู้นุ่งห่มผ้า บังสุกุลเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการนุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เป็นผู้ ทรงไตรจีวรเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการทรงไตรจีวรเป็นวัตร เป็นผู้ มักน้อย และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความมักน้อย เป็นผู้สันโดษ และกล่าว สรรเสริญคุณแห่งความสันโดษ สงัดจากหมู่ และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสงัด จากหมู่ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความไม่คลุกคลีด้วยหมู่ เป็นผู้ปรารภความเพียร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการปรารภความเพียร บรรดาภิกษุเหล่านั้น ภิกษุรูปใดเป็นผู้อยู่ป่าเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณ แห่งการอยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่ง การเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นผู้นุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณ แห่งการนุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณ แห่งการทรงไตรจีวรเป็นวัตร เป็นผู้มักน้อย และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความ มักน้อย เป็นผู้สันโดษ และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสันโดษ สงัดจากหมู่ และ กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสงัดจากหมู่ ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ และกล่าวสรรเสริญ คุณแห่งความไม่คลุกคลีด้วยหมู่ เป็นผู้ปรารภความเพียร และกล่าวสรรเสริญ คุณแห่งการปรารภความเพียร ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระย่อมนิมนต์เธอให้นั่งด้วย คำว่า ‘มาเถิดภิกษุ ภิกษุรูปนี้ชื่อไร ช่างเจริญจริงหนอ ใคร่ต่อการศึกษาแท้ มาเถิด ภิกษุ นี้อาสนะ นิมนต์ท่านนั่งเถิด’ เมื่อภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระกระทำสักการะอย่างนั้นในภิกษุรูปนั้น ภิกษุทั้งหลาย ผู้เป็นนวกะ พากันคิดว่า ‘ทราบว่า ภิกษุรูปนั้นเป็นผู้อยู่ป่าเป็นวัตร และกล่าว สรรเสริญคุณแห่งการอยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ... เป็นผู้ นุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ... เป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร ... เป็นผู้มักน้อย ... เป็นผู้ สันโดษ ... สงัดจากหมู่ ... ไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ... เป็นผู้ปรารภความเพียร และ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๔๘} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๕. กัสสปสังยุต] ๘. ตติยโอวาทสูตร กล่าวสรรเสริญคุณแห่งการปรารภความเพียร ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระย่อมนิมนต์ ให้เธอนั่ง ด้วยคำว่า ‘มาเถิดภิกษุ ภิกษุรูปนี้ชื่อไร ช่างเจริญจริงหนอ ใคร่ต่อการ ศึกษาแท้ มาเถิดภิกษุ นี้อาสนะ นิมนต์ท่านนั่งเถิด’ ภิกษุผู้เป็นนวกะเหล่านั้นย่อม ปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนั้น ข้อนั้น ย่อมมีเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่ เธอทั้งหลาย ตลอดกาลนาน ในบัดนี้ ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระ ไม่เป็นผู้อยู่ป่าเป็นวัตร และไม่กล่าวสรรเสริญ คุณแห่งการอยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้ไม่เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร และไม่กล่าวสรรเสริญ คุณแห่งการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นผู้ไม่นุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร และไม่กล่าว สรรเสริญคุณแห่งการนุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เป็นผู้ไม่ทรงไตรจีวรเป็นวัตร และ ไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งการทรงไตรจีวรเป็นวัตร ไม่เป็นผู้มักน้อย และไม่กล่าว สรรเสริญคุณแห่งความมักน้อย ไม่เป็นผู้สันโดษ และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่ง ความสันโดษ ไม่เป็นผู้สงัดจากหมู่ และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสงัดจากหมู่ เป็นผู้คลุกคลีด้วยหมู่ และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งการไม่คลุกคลีด้วยหมู่ ไม่ปรารภ ความเพียร และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งการปรารภความเพียร บรรดาภิกษุผู้เป็นเถระเหล่านั้น ภิกษุรูปใดมีชื่อเสียง มียศ ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระย่อมนิมนต์ให้เธอนั่ง ด้วยคำว่า ‘มาเถิดภิกษุ ภิกษุรูปนี้ชื่อไร ช่างเจริญจริงหนอ ปรารถนาแต่เพื่อนสพรหมจารี ด้วยกันแท้ มาเถิดภิกษุ นี้อาสนะ นิมนต์ท่านนั่งเถิด” เมื่อภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระกระทำสักการะอย่างนั้นในภิกษุรูปนั้น ภิกษุทั้งหลาย ผู้เป็นนวกะ พากันคิดว่า ‘ทราบว่า ภิกษุรูปนี้มีชื่อเสียง มียศ ได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระพากันนิมนต์ให้เธอ นั่งด้วยคำว่า ‘มาเถิดภิกษุ ภิกษุรูปนี้ชื่อไร ช่างเจริญจริงหนอ ปรารถนาแต่เพื่อน สพรหมจารีด้วยกันแท้ มาเถิดภิกษุ นี้อาสนะ นิมนต์ท่านนั่งเถิด’ ภิกษุผู้เป็นนวกะ เหล่านั้นย่อมปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนั้น ข้อนั้นย่อมมีเพื่อมิใช่ประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความทุกข์แก่เธอทั้งหลาย ตลอดกาลนาน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๔๙} พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๕. กัสสปสังยุต] ๙. ฌานาภิญญสูตร กัสสปะ แท้จริงบุคคลเมื่อจะกล่าวถึงคนใดคนหนึ่งให้ถูกต้อง ควรกล่าวว่า ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ถูกอันตรายของผู้ประพฤติพรหมจรรย์เบียดเบียนแล้ว ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ซึ่งมีความปรารถนาเกินประมาณ ถูกความปรารถนาการ ประพฤติพรหมจรรย์เกินประมาณเบียดเบียนแล้ว บัดนี้ บุคคลเมื่อจะกล่าวถึงคนนั้น ให้ถูกต้อง ควรกล่าวว่า ‘ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ถูกอันตรายของผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เบียดเบียนแล้ว ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ซึ่งมีความปรารถนาเกินประมาณ ถูกความ ปรารถนาการประพฤติพรหมจรรย์เกินประมาณเบียดเบียนแล้ว” ตติยโอวาทสูตรที่ ๘ จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · evidence checked 2026-08-25

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้