Scripture · Other items in this volumeเล่ม ๒๑
๕. อาภาวรรค ๑. อาภาสูตร ๒. ปภาสูตร ๓. อาโลกสูตร ๔. โอภาสสูตร ๕. ปัชโชตสูตร ๖. ปฐมกาลสูตร ๗. ทุติยกาลสูตร ๘. ทุจจริตสูตร ๙. สุจริตสูตร ๑๐. สารสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ
Front matter of the printed edition
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. อาภาวรรค ๓. อาโลกสูตร ๕. อาภาวรรค หมวดว่าด้วยแสงสว่าง ๑. อาภาสูตร ว่าด้วยแสงสว่าง
๑๔๑พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย แสงสว่าง ๔ ประการนี้ แสงสว่าง ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. แสงสว่างแห่งดวงจันทร์ ๒. แสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์ ๓. แสงสว่างแห่งไฟ ๔. แสงสว่างแห่งปัญญา ภิกษุทั้งหลาย แสงสว่าง ๔ ประการนี้แล บรรดาแสงสว่าง ๔ ประการนี้ แสงสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ อาภาสูตรที่ ๑ จบ ๒. ปภาสูตร ว่าด้วยรัศมี
๑๔๒ภิกษุทั้งหลาย รัศมี ๔ ประการนี้ รัศมี ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. รัศมีแห่งดวงจันทร์ ๒. รัศมีแห่งดวงอาทิตย์ ๓. รัศมีแห่งไฟ ๔. รัศมีแห่งปัญญา ภิกษุทั้งหลาย รัศมี ๔ ประการนี้แล บรรดารัศมี ๔ ประการนี้ รัศมีแห่งปัญญาเป็นเลิศ ปภาสูตรที่ ๒ จบ ๓. อาโลกสูตร ว่าด้วยความสว่าง
๑๔๓ภิกษุทั้งหลาย ความสว่าง ๔ ประการนี้ ความสว่าง ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๒๐๙} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. อาภาวรรค ๕. ปัชโชตสูตร ๑. ความสว่างแห่งดวงจันทร์ ๒. ความสว่างแห่งดวงอาทิตย์ ๓. ความสว่างแห่งไฟ ๔. ความสว่างแห่งปัญญา ภิกษุทั้งหลาย ความสว่าง ๔ ประการนี้แล บรรดาความสว่าง ๔ ประการนี้ ความสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ อาโลกสูตรที่ ๓ จบ ๔. โอภาสสูตร ว่าด้วยความสว่างไสว
๑๔๔ภิกษุทั้งหลาย ความสว่างไสว ๔ ประการนี้ ความสว่างไสว ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความสว่างไสวแห่งดวงจันทร์ ๒. ความสว่างไสวแห่งดวงอาทิตย์ ๓. ความสว่างไสวแห่งไฟ ๔. ความสว่างไสวแห่งปัญญา ภิกษุทั้งหลาย ความสว่างไสว ๔ ประการนี้แล บรรดาความสว่างไสว ๔ ประการนี้ ความสว่างไสวแห่งปัญญาเป็นเลิศ โอภาสสูตรที่ ๔ จบ ๕. ปัชโชตสูตร ว่าด้วยความรุ่งเรือง
๑๔๕ภิกษุทั้งหลาย ความรุ่งเรือง ๔ ประการนี้ ความรุ่งเรือง ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. ความรุ่งเรืองแห่งดวงจันทร์ ๒. ความรุ่งเรืองแห่งดวงอาทิตย์ ๓. ความรุ่งเรืองแห่งไฟ ๔. ความรุ่งเรืองแห่งปัญญา ภิกษุทั้งหลาย ความรุ่งเรือง ๔ ประการนี้แล บรรดาความรุ่งเรือง ๔ ประการนี้ ความรุ่งเรืองแห่งปัญญาเป็นเลิศ ปัชโชตสูตรที่ ๕ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๒๑๐} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. อาภาวรรค ๗. ทุติยกาลสูตร ๖. ปฐมกาลสูตร ว่าด้วยกาล สูตรที่ ๑
๑๔๖ภิกษุทั้งหลาย กาล ๔ ประการนี้ กาล ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การฟังธรรมตามกาล ๒. การสนทนาธรรม ตามกาล ๓. ความสงบใจตามกาล ๔. ความเห็นแจ้งตามกาล ภิกษุทั้งหลาย กาล ๔ ประการนี้แล ปฐมกาลสูตรที่ ๖ จบ ๗. ทุติยกาลสูตร ว่าด้วยกาล สูตรที่ ๒
๑๔๗ภิกษุทั้งหลาย กาล ๔ ประการนี้ที่บุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้หมุน เวียนไปตามโดยชอบ ย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะตามลำดับ กาล ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. การฟังธรรมตามกาล ๒. การสนทนาธรรมตามกาล ๓. ความสงบใจตามกาล ๔. ความเห็นแจ้งตามกาล กาล ๔ ประการนี้แลที่บุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้หมุนเวียนไปตามโดยชอบ ย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะตามลำดับ เปรียบเหมือนเมื่อฝนเม็ดใหญ่ตกลงบนยอดภูเขา น้ำไหลไปตามที่ลุ่มทำให้ซอกเขา ลำธาร และห้วยเต็ม ซอกเขา ลำธาร และห้วยเต็มแล้วทำให้หนองเต็ม หนองเต็ม แล้วทำให้บึงเต็ม บึงเต็มแล้วทำให้แม่น้ำน้อยเต็ม แม่น้ำน้อยเต็มแล้ว ทำให้แม่น้ำ ใหญ่เต็ม แม่น้ำใหญ่เต็มแล้วก็ทำให้มหาสมุทรเต็ม แม้ฉันใด @เชิงอรรถ : @ กาล ในที่นี้หมายถึงเวลาที่เหมาะสม (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๔๖/๓๘๓) @ หมายถึงถ้อยคำสนทนาในการถามและตอบปัญหาเกี่ยวกับธรรม (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๔๖/๓๘๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๒๑๑} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. อาภาวรรค ๙. สุจริตสูตร กาล ๔ ประการนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ที่บุคคลบำเพ็ญโดยชอบ ให้หมุนเวียน ไปตามโดยชอบ ย่อมให้ถึงความสิ้นอาสวะตามลำดับ ทุติยกาลสูตรที่ ๗ จบ ๘. ทุจจริตสูตร ว่าด้วยทุจริต
๑๔๘ภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ ประการนี้ วจีทุจริต ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. มุสาวาท (พูดเท็จ) ๒. ปิสุณาวาจา (พูดส่อเสียด) ๓. ผรุสวาจา (พูดคำหยาบ) ๔. สัมผัปปลาปะ (พูดเพ้อเจ้อ) ภิกษุทั้งหลาย วจีทุจริต ๔ ประการนี้แล ทุจจริตสูตรที่ ๘ จบ ๙. สุจริตสูตร ว่าด้วยสุจริต
๑๔๙ภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้ วจีสุจริต ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สัจจวาจา (พูดจริง) ๒. อปิสุณาวาจา (พูดไม่ส่อเสียด) ๓. สัณหวาจา (พูดอ่อนหวาน) ๔. มันตภาสา (พูดด้วยปัญญา) ภิกษุทั้งหลาย วจีสุจริต ๔ ประการนี้แล สุจริตสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ มันตภาสา ในที่นี้หมายถึงคำพูดที่กำหนดด้วยปัญญาคือมันตา (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๔๙-๑๕๐/๓๘๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๒๑๒} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๕. อาภาวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๑๐. สารสูตร ว่าด้วยสารธรรม
๑๕๐ภิกษุทั้งหลาย สารธรรม (ธรรมที่เป็นแก่นสาร) ๔ ประการนี้ สารธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สีลสารธรรม (ธรรมที่เป็นแก่นสารคือศีล) ๒. สมาธิสารธรรม (ธรรมที่เป็นแก่นสารคือสมาธิ) ๓. ปัญญาสารธรรม (ธรรมที่เป็นแก่นสารคือปัญญา) ๔. วิมุตติสารธรรม (ธรรมที่เป็นแก่นสารคือวิมุตติ) ภิกษุทั้งหลาย สารธรรม ๔ ประการนี้แล สารสูตรที่ ๑๐ จบ อาภาวรรคที่ ๕ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อาภาสูตร ๒. ปภาสูตร ๓. อาโลกสูตร ๔. โอภาสสูตร ๕. ปัชโชตสูตร ๖. ปฐมกาลสูตร ๗. ทุติยกาลสูตร ๘. ทุจจริตสูตร ๙. สุจริตสูตร ๑๐. สารสูตร ตติยปัณณาสก์ จบ @เชิงอรรถ : @ สีลสารธรรม ในที่นี้หมายถึงศีลที่ให้สำเร็จประโยชน์ที่เป็นแก่นสาร (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๑๔๙-๑๕๐/๓๘๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๒๑๓}