This collection answers by quoting only — editions are set side by side, never summarised, interpreted, or scored for reliability

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๔๐ · มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑

Other items in this volume

ปัจจัย ๒๔เหตุปัจจัยอารัมมณปัจจัยอธิปติปัจจัยอนันตรปัจจัยสมนันตรปัจจัยสหชาตปัจจัยอัญญมัญญปัจจัยนิสสยปัจจัยอุปนิสสยปัจจัยปุเรชาตปัจจัยปัจฉาชาตปัจจัยอาเสวนปัจจัยกัมมปัจจัยวิปากปัจจัยอาหารปัจจัยอินทริยปัจจัยฌานปัจจัยมัคคปัจจัยสัมปยุตตปัจจัยวิปปยุตตปัจจัยอัตถิปัจจัยนัตถิปัจจัยวิคตปัจจัยอวิคตปัจจัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อัพยากตธรรม ปัญจมูลกปัฏฐาน เป็นต้น ท่านย่อเสียแล้ว เอกมูลกะ…อนุโลมนัยปัจจยปัจจนียนัยปัจจยานุโลมปัจจนียนัยปัจจยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม เกิดร่วมกับกุศลธรรม อกุศลธรรม เกิดร่วมกับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม…กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม…ปัจจยปัจจนียนัยปัจจยานุโลมปัจจนียนัยปัจจยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรมกุศลธรรม คลุกเคล้ากับกุศลธรรม อกุศลธรรม คลุกเคล้ากับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม…ปัจจนียนัยอนุโลมปัจจนียนัยปัจจนียานุโลมนัยกุศลธรรม ประกอบกับกุศลธรรม อกุศลธรรม ประกอบกับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม…[๔๘๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยเหตุปัจจัย เป็นต้น[๔๘๗] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นต้น[๔๙๖] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม โดยอธิปติปัจจัย เป็นต้น[๕๐๕] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอนันตรปัจจัย เป็นต้น[๕๑๒] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยสมนันตรปัจจัย เป็นต้น[๕๑๙] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยสหชาตปัจจัย เป็นต้น[๕๒๘] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอัญญมัญญปัจจัย เป็นต้น[๕๓๑] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยนิสสยปัจจัย เป็นต้น[๕๔๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นต้น[๕๕๖] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย เป็นต้น[๕๕๙] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นต้น[๕๖๒] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอาเสวนปัจจัย เป็นต้น[๕๖๕] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยกัมมปัจจัย เป็นต้น[๕๗๒] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยวิปากปัจจัย[๕๗๓] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอาหารปัจจัย เป็นต้น[๕๘๐] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอินทริยปัจจัย เป็นต้น[๕๘๗] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยฌานปัจจัย เป็นต้น[๕๙๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยมัคคปัจจัย เป็นต้น[๖๐๑] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยสัมปยุตตปัจจัย เป็นต้น[๖๐๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม โดยวิปปยุตตปัจจัย เป็นต้น[๖๐๙] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอัตถิปัจจัย เป็นต้น[๖๒๒] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยนัตถิปัจจัย[๖๒๓] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยวิคตปัจจัย[๖๒๔] กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม โดยอวิคตปัจจัยเหตุปัจจัย มีวาระ ๗อธิปติปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๗เหตุปัจจัย กับอธิปติปัจจัย มีวาระ ๔สมนันตรปัจจัย กับอนันตรปัจจัยปัจจัยที่มีวาระ ๗ปัจจัยที่มีวาระ ๓ปัจจัยที่มีวาระ ๑อนันตรปัจจัย กับสมนันตรปัจจัยปัจจัยที่มีวาระ ๗ปัจจัยที่มีวาระ ๓ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับ สหชาตปัจจัยปัจจัยที่มีวาระ ๗ปัจจัยที่มีวาระ ๓ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับอัญญมัญญปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับนิสสยปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ…อารัมมณปัจจัย กับอุปนิสสยปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓…อารัมมณปัจจัย กับปุเรชาตปัจจัยปัจจัยที่มีวาระ ๓ปัจจัยที่มีวาระ ๑วิปปยุตตปัจจัย กับปัจฉาชาตปัจจัยอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯอนันตรปัจจัย กับอาเสวนปัจจัยสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯอนันตรปัจจัย กับกัมมปัจจัยสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัยอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯอธิปติปัจจัย กับอาหารปัจจัย สหชาต กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับอินทริยปัจจัย อธิปติปัจจัย กับ ฯลฯสหชาตปัจจัย กับฌานปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯเหตุปัจจัย กับมัคคปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๗ ปัจจัยที่มีวาระ ๓เหตุปัจจัย กับสัมปยุตตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๓ ปัจจัยที่มีวาระ ๑เหตุปัจจัย กับวิปปยุตตปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๕เหตุปัจจัย กับอัตถิปัจจัย ปัจจัยที่มีวาระ ๑๓อนันตรปัจจัย กับนัตถิปัจจัยปัจจัยที่มีวาระ ๗อนันตรปัจจัย กับวิคตปัจจัยปัจจัยที่มีวาระ ๗เหตุปัจจัย กับอวิคตปัจจัยปัจจัยที่มีวาระ ๑๓กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม อัพยากตธรรม…ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๑๕ ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย…ปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่นิสสยปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัยปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัยเหตุมูลกนัยอารัมมณมูลกนัยอธิปติมูลกนัยอนันตรมูลกนัยสมนันตรมูลกนัยสหชาตมูลกนัยอัญญมัญญมูลกนัยนิสสยมูลกนัยอุปนิสสยมูลกนัยปุเรชาตมูลกนัยปัจฉาชาตมูลกอาเสวนมูลกนัยกัมมมูลกนัยวิปากมูลกนัยอาหารมูลกนัยอินทริยมูลกนัยฌานมูลกนัยมัคคมูลกนัยสัมปยุตตมูลกนัยวิปปยุตตมูลกนัยอัตถิมูลกนัยนัตถิ, วิคต, อวิคตมูลกนัยนเหตุมูลกนัยนอารัมมณมูลกนัยนอธิปติมูลกนัยนอนันตรมูลกนัยนสหชาตมูลกนัยนอัญญมัญญมูลกนัยนนิสสยมูลกนัยนอุปนิสสยมูลกนัยนปุเรชาตมูลกนัยนปัจฉาชาตมูลกนัยนอาเสวนมูลกนัยนกัมมนวิปากมูลกนัยนอาหารมูลกนัยนอินทริยมูลกนัยนฌานมูลกนัยนมัคคมูลกนัยนสัมปยุตตมูลกนัยนวิปปยุตตมูลกนัยโน อัตถิมูลกนัยโน นัตถิมูลกนัยโน วิคตมูลกนัยโน อวิคตมูลกนัยปฏิจจวารสัมปยุตตวารปัญหาวารเหตุมูลกนัยอารัมมณมูลกนัยอธิปติมูลกนัยอนันตร สมนันตรมูลกนัยสหชาต อัญญมัญญ นิสสยมูลกนัยอุปนิสสยมูลกนัยอาเสวนมูลกนัยกัมมมูลกนัยวิปากมูลกนัยอาหารมูลกนัยอินทริยมูลกนัยฌานมูลกนัยมัคคมูลกนัยสัมปยุตตมูลกนัยปฏิจจวารสหชาตวารปัจจยวารนิสสยวารสังสัฏฐวารสัมปยุตตวารปัญหาวารปฏิจจวารสหชาตวารปัจจยวารนิสสยวารสังสัฏฐวารสัมปยุตตวารปัญหาวารปฏิจจวารปัญหาวารปัจจนียะอนุโลมปัจจนียะปัจจนียานุโลม

Scripture · พระอภิธรรมปิฎก

อนุโลมนัย

ข้อ ๕๖–๘๖พระอภิธรรมปิฎกเล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑31 items2 editions

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

Front matter of the printed edition

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔๐ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๗ มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๑

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น กุศลธรรมและอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอกุศลขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น @ อุทเทสแห่งปฏิจจวาร คำว่าขันธ์ทั้งหมด หมายถึง นามขันธ์ อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากต- *กิริยา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูต- *รูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ และมหาภูตรูป เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม และอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุ- *ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์และมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น กุศลธรรมและอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอกุศลขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากต- *กิริยา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัย มหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติ- *ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะอธิปติ- *ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอกุศลขันธ์ทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอนันตรปัจจัย เพราะ สมนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ฯลฯ ทั้งอนันตรปัจจัย ทั้งสมนันตรปัจจัย เหมือนกับอารัมมณปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น กุศลธรรมและอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลขันธ์ เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น อกุศลธรรมและอัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและอัพยากต- *กิริยา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่อัพยากตวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูต- *รูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยพาหิรมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูต- *รูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ซึ่งมีอาหารเป็นสมุฏฐาน เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ซึ่งมีอุตุเป็นสมุฏฐาน เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัย อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาต- *ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาต ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอกุศลขันธ์ทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะอัญญมัญญปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และหทยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และหทยวัตถุ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัย หทยวัตถุ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น พาหิรรูป อาหารสมุฏฐานรูป อุตุสมุฏฐาน- *รูป ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะนิสสยปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ฯลฯ นิสสยปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอุปนิสสยปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ฯลฯ อุปนิสสยปัจจัย เหมือนกับอารัมมณปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย @ ดูข้อ ๖๐ ตอนที่ ๕ อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะปุเรชาตปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะอาเสวนปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตกิริยา เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ มี ๓ นัย อาศัยอกุศลธรรม ฯลฯ มี ๓ นัย อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เกิดขึ้น ฯลฯ ใน ปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น กฏัตตารูป ที่เป็น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะกัมมปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอกุศลขันธ์ทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น @ คำว่า นัย หมายถึงหัวข้อปัจจัยนั้นเอง

อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปากปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ กฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ฯลฯ มี ๓ นัย อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ฯลฯ มี ๓ นัย อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย คือ อัพยากตธรรม อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ มหาภูตรูป ๓ อาศัย มหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็น อุปาทารูป อาศัย มหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ซึ่งมีอาหารเป็น สมุฏฐาน เกิดขึ้น อุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะอาหารปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอกุศลขันธ์ทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอินทริยปัจจัย คือ อาศัยกุศลขันธ์ ๑ เกิดขึ้น ฯลฯ มี ๓ นัย อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ มี ๓ นัย อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ สำหรับพวกอสัญญสัตว์ มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น อินทริยปัจจัย เหมือนกับกัมมปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะฌานปัจจัย ฯลฯ เพราะ มัคคปัจจัย ฌานปัจจัยก็ดี มัคคปัจจัยก็ดี เหมือนกับเหตุปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะสัมปยุตตปัจจัย คือ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ฯลฯ สัมปยุตตปัจจัย เหมือนกับอารัมมณปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย กุศลธรรมและอัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย อกุศลธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลายอาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย อัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอกุศลขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ทั้งหลายเกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตต- *ปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย อัพยากตธรรม อาศัยอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากต- *กิริยา ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป อาศัย ขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัย ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย หทยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย มหาภูตรูป ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ อาศัยมหาภูตรูป ๓ เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ อาศัยมหาภูตรูป ๒ เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัย มหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทารูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย อัพยากตธรรม อาศัยกุศลธรรม และอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตต ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกุศลขันธ์ทั้งหลายและมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น จิตต- *สมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย อัพยากตธรรม อาศัยอกุศลธรรมและอัพยากตธรรม เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตต ปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอกุศลขันธ์ทั้งหลาย และมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น เพราะวิปปยุตตปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอัตถิปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลขันธ์ เกิดขึ้น ฯลฯ อัตถิปัจจัย เหมือนกับสหชาตปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะนัตถิปัจจัย ฯลฯ เพราะวิคตปัจจัย นัตถิปัจจัยก็ดี วิคตปัจจัยก็ดี เหมือนกับอารัมมณปัจจัย

กุศลธรรม อาศัยกุศลธรรม เกิดขึ้น เพราะอวิคตปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลขันธ์ เกิดขึ้น อวิคตปัจจัยเหมือนกับสหชาตปัจจัย ปัจจัยทั้ง ๒๓ เหล่านี้ ผู้สาธยาย พึงจำแนกให้พิสดาร

ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย มี " ๓ ในสมนันตรปัจจัย มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย มี " ๓ ในกัมมปัจจัย มี " ๙ ในวิปากปัจจัย มี " ๑ ในอาหารปัจจัย มี " ๙ ในอินทริยปัจจัย มี " ๙ ในฌานปัจจัย มี " ๙ ในมัคคปัจจัย มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย มี " ๓ ในวิคตปัจจัย มีวาระ ๓ ในอวิคตปัจจัย มี " ๙

ในอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙

ในอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓ ในอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในสนนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓

ในกัมมปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย อธิปติปัจจัย อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย อาเสวนปัจจัย มีวาระ ๓ ในอาหารปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย อธิปติปัจจัย อนันตรปัจจัย สมนันตร- *ปัจจัย สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย อาเสวนปัจจัย มีวาระ ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๓ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๓

ในอวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ อาเสวนปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย มีวาระ ๓

ในอาหารปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย กับกัมมปัจจัย วิปากปัจจัย มีวาระ ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ ฯลฯ มีวาระ ๑ ในฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๑

ในอวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย วิปากปัจจัย อาหารปัจจัย อินทริยปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย มีวาระ ๑ การนับจำนวนเหตุมูลกปัจจัย จบ. ในปัจจัยทั้งปวง กับปัจจัยที่ตั้งอยู่ในอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓ เท่านั้น

ในเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มีวาระ ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ " มี " ๓ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ " มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับอธิปติปัจจัย มี " ๙ ในอารัมมณปัจจัย กับ " มี " ๓ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ " มี " ๙ ในเหตุปัจจัย กับอนันตรปัจจัยกับสมนันตรปัจจัย มีวาระ ๓ ฯลฯ ในอวิคตปัจจัย กับ " มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับสหชาตปัจจัย มี " ๙ ในเหตุปัจจัย กับอัญญมัญญปัจจัย มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับนิสสยปัจจัย มี " ๙ ในเหตุปัจจัย กับอุปนิสสยปัจจัย มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับปุเรชาตปัจจัย มี " ๓

ในเหตุปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มีวาระ ๓ ในอารัมมณปัจจัย กับ " มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ " มี " ๓ ในอนันตรปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มี " ๓ ในสมนันตรปัจจัย กับ " มี " ๓ ในสหชาตปัจจัย กับ " มี " ๓ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ " มี " ๓ ในนิสสยปัจจัย กับ " มี " ๓ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ " มี " ๓ ในปุเรชาตปัจจัย กับ " มี " ๓ ในกัมมปัจจัย กับ " มี " ๓ ในอาหารปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มีวาระ ๓ ในอินทริยปัจจัย กับ " มี " ๓ ในฌานปัจจัย กับ " มี " ๓ ในมัคคปัจจัย กับ " มี " ๓ ในสัมปยุตตปัจจัย กับ " มี " ๓ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ " มี " ๓ ในอัตถิปัจจัย กับ " มี " ๓ ในนัตถิปัจจัย กับ " มี " ๓ ในวิคตปัจจัย กับ " มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ " มี " ๓ ในปัจจัยที่มีอาเสวนปัจจัยเป็นมูล ไม่มีวิปากปัจจัย ในเหตุปัจจัย กับกัมมปัจจัย มีวาระ ๙

ในเหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย มีวาระ ๑ ในอารัมมณปัจจัย กับ " มี " ๑ ในอธิปติปัจจัย กับ " มี " ๑ ในอนันตรปัจจัย กับ " มี " ๑ ในสมนันตรปัจจัย กับ " มี " ๑ ในสหชาตปัจจัย กับ " มี " ๑ ในอัญญมัญญปัจจัย กับ " มี " ๑ ในนิสสยปัจจัย กับ " มี " ๑ ในอุปนิสสยปัจจัย กับ " มี " ๑ ในปุเรชาตปัจจัย กับ " มี " ๑ ในกัมมปัจจัย กับ " มี " ๑ ในอาหารปัจจัย กับ " มี " ๑ ในอินทริยปัจจัย กับ " มี " ๑ ในฌานปัจจัย กับ " มี " ๑ ในมัคคปัจจัย กับ " มี " ๑ ในสัมปยุตตปัจจัย กับวิปากปัจจัย มีวาระ ๑ ในวิปปยุตตปัจจัย กับ " มี " ๑ ในอัตถิปัจจัย กับ " มี " ๑ ในนัตถิปัจจัย กับ " มี " ๑ ในวิคตปัจจัย กับ " มี " ๑ ในอวิคตปัจจัย กับ " มี " ๑ ในปัจจัยที่มีวิปากปัจจัย เป็นมูล ไม่มีอาเสวนปัจจัย ในเหตุปัจจัย กับอาหารปัจจัย มีวาระ ๙ ในเหตุปัจจัย กับอินทริยปัจจัย มี " ๙ ในเหตุปัจจัย กับฌานปัจจัย มี " ๙ ในเหตุปัจจัย กับมัคคปัจจัย มี " ๙ ในเหตุปัจจัย กับสัมปยุตตปัจจัย มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับวิปปยุตตปัจจัย มี " ๙ ในเหตุปัจจัย กับอัตถิปัจจัย มี " ๙ ในเหตุปัจจัย กับนัตถิปัจจัย มี " ๓ ในเหตุปัจจัย กับวิคตปัจจัย มี " ๓

ในเหตุปัจจัย กับอวิคตปัจจัย มีวาระ ๙ ในอารัมมณปัจจัย กับ " มี " ๓ ในอธิปติปัจจัย กับ " มี " ๙ ในนัตถิปัจจัย กับ " มี " ๓ ในอวิคตปัจจัย กับ " มี " ๓ พึงกระทำปัจจัยหนึ่งๆ ให้เป็นหลัก แล้วนับโดยนัยแห่งการสาธยายฉะนี้แล อนุโลม จบ

Editions used and their licences

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · evidence checked 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย