คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระสุตตันตปิฎก

๑๐. อริยสาวกสูตร ที่ ๒

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๑๘๓–๑๘๗พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค5 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๑๐. อริยสาวกสูตรที่ ๒

๑๘๓

พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับมิได้มีความสงสัยอย่างนี้ว่า เมื่ออะไรมี อะไรจึงมีหรือหนอแล เพราะอะไรเกิดขึ้น อะไรจึงเกิดขึ้น เมื่ออะไรมี สังขาร จึงมี เมื่ออะไรมี วิญญาณจึงมี เมื่ออะไรมี นามรูปจึงมี เมื่ออะไรมี สฬายตนะ จึงมี เมื่ออะไรมี ผัสสะจึงมี เมื่ออะไรมี เวทนาจึงมี เมื่ออะไรมี ตัณหาจึงมี เมื่ออะไรมี อุปาทานจึงมี เมื่ออะไรมี ภพจึงมี เมื่ออะไรมี ชาติจึงมี เมื่อ อะไรมี ชราและมรณะจึงมี ฯ

สาวตฺถิยํ วิหรติ ... ตตฺร โข ... น ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส เอวํ โหติ กึ นุ โข กิสฺมึ สติ กึ โหติ กิสฺสุปฺปาทา กึ อุปฺปชฺชติ กิสฺมึ สติ สงฺขารา โหนฺติ กิสฺมึ สติ วิญฺญาณํ โหติ กิสฺมึ สติ นามรูปํ โหติ กิสฺมึ สติ สฬายตนํ โหติ กิสฺมึ สติ ผสฺโส โหติ กิสฺมึ สติ เวทนา โหติ กิสฺมึ สติ ตณฺหา โหติ กิสฺมึ สติ อุปาทานํ โหติ กิสฺมึ สติ ภโว โหติ กิสฺมึ สติ ชาติ โหติ กิสฺมึ สติ ชรามรณํ โหตีติ ฯ

๑๘๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โดยที่แท้ อริยสาวกผู้ได้สดับย่อมมีญาณ หยั่งรู้ในเรื่องนี้โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่ออวิชชามี สังขารจึงมี เมื่อสังขารมี วิญญาณจึงมี เมื่อ วิญญาณมี นามรูปจึงมี เมื่อนามรูปมี สฬายตนะจึงมี เมื่อสฬายตนะมี ผัสสะ จึงมี เมื่อผัสสะมี เวทนาจึงมี เมื่อเวทนามี ตัณหาจึงมี เมื่อตัณหามี อุปาทาน จึงมี เมื่ออุปาทานมี ภพจึงมี เมื่อภพมี ชาติจึงมี เมื่อชาติมี ชราและมรณะ จึงมี อริยสาวกนั้นย่อมรู้ประจักษ์อย่างนี้ว่า โลกนี้ย่อมเกิดขึ้นอย่างนี้ ฯ

อถ โข ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส อปรปฺปจฺจยา ญาณเมเวตฺถ โหติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ อวิชฺชาย สติ สงฺขารา โหนฺติ สงฺขาเรสุ สติ วิญฺญาณํ โหติ วิญฺญาเณ สติ นามรูปํ โหติ นามรูเป สติ สฬายตนํ โหติ สฬายตเน สติ ผสฺโส โหติ ผสฺเส สติ เวทนา โหติ เวทนาย สติ ตณฺหา โหติ ตณฺหาย สติ อุปาทานํ โหติ อุปาทาเน สติ ภโว โหติ ภเว สติ ชาติ โหติ ชาติยา สติ ชรามรณํ โหตีติ ฯ โส เอวํ ปชานาติ เอวมยํ โลโก สมุทยตีติ ฯ

๑๘๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับย่อมไม่มีความสงสัยอย่าง นี้ว่า เมื่ออะไรไม่มี อะไรจึงไม่มีหรือหนอแล เพราะอะไรดับ อะไรจึงดับ เมื่อ อะไรไม่มี สังขารจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี วิญญาณจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี นาม รูปจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ผัสสะจึงไม่มี เมื่อ อะไรไม่มี เวทนาจึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี ตัณหาจึงไม่มี ฯลฯ อุปาทาน ... ภพ ... ชาติ ... เมื่ออะไรไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี ฯ

น ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส เอวํ โหติ กึ นุ โข กิสฺมึ อสติ กึ น โหติ กิสฺส นิโรธา กึ นิรุชฺฌติ กิสฺมึ อสติ สงฺขารา น โหนฺติ กิสฺมึ อสติ วิญฺญาณํ น โหติ กิสฺมึ อสติ นามรูปํ น โหติ กิสฺมึ อสติ สฬายตนํ น โหติ กิสฺมึ อสติ ผสฺโส น โหติ กิสฺมึ อสติ เวทนา น โหติ กิสฺมึ อสติ ตณฺหา น โหติ ฯเปฯ อุปาทานํ ... ภโว ... ชาติ ... กิสฺมึ อสติ ชรามรณํ น โหตีติ ฯ

๑๘๖

ดูกรภิกษุทั้งหลาย โดยที่แท้ อริยสาวกผู้สดับย่อมมีญาณหยั่งรู้ ในเรื่องนี้โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่ง นี้จึงดับ เมื่ออวิชชาไม่มี สังขารจึงไม่มี เมื่อสังขารไม่มี วิญญาณจึงไม่มี เมื่อ วิญญาณไม่มี นามรูปจึงไม่มี เมื่อนามรูปไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี ฯลฯ เมื่อชาติ ไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี อริยสาวกนั้นย่อมรู้ประจักษ์อย่างนี้ว่า โลกนี้ย่อมดับ อย่างนี้ ฯ

อถ โข ภิกฺขเว สุตวโต อริยสาวกสฺส อปรปฺปจฺจยา ญาณเมเวตฺถ โหติ อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ อวิชฺชาย อสติ สงฺขารา น โหนฺติ สงฺขาเรสุ อสติ วิญฺญาณํ น โหติ วิญฺญาเณ อสติ นามรูปํ น โหติ นามรูเป อสติ สฬายตนํ น โหติ ฯเปฯ ชาติยา อสติ ชรามรณํ น โหตีติ ฯ โส เอวํ ปชานาติ เอวมยํ โลโก นิรุชฺฌตีติ ฯ

๑๘๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล อริยสาวกรู้ทั่วถึงทั้งเหตุเกิด และความดับไปแห่งโลกตามเป็นจริงอย่างนี้ ในกาลนั้น อริยสาวกนี้ เราเรียกว่า เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยทิฐิบ้าง เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยทัศนะบ้าง เป็นผู้มาถึงสัทธรรมนี้บ้าง เห็นสัทธรรมนี้บ้าง เป็นผู้ประกอบด้วยญาณอันเป็นเสขะบ้าง เป็นผู้ประกอบด้วย วิชชาอันเป็นเสขะบ้าง เป็นผู้บรรลุกระแสแห่งธรรมบ้าง เป็นพระอริยะมีปัญญา เครื่องชำแรกกิเลสบ้าง ว่าอยู่ชิดประตูอมตนิพพานบ้าง ฯ จบสูตรที่ ๑๐ คหปติวรรคที่ ๕ จบ ----------------------------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปัญจเวรภยสูตรที่ ๑ ๒. ปัญจเวรภยสูตรที่ ๒ ๓. ทุกขนิโรธสูตร ๔. โลกนิโรธสูตร ๕. ญาติกสูตร ๖. อัญญตรสูตร ๗. ชาณุสโสณิสูตร ๘. โลกายติกสูตร ๙. อริยสาวกสูตรที่ ๑ ๑๐. อริยสาวกสูตรที่ ๒ ฯ -----------------------------------------------------

ยโต โข ภิกฺขเว อริยสาวโก เอวํ โลกสฺส สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯ อยํ วุจฺจติ ภิกฺขเว อริยสาวโก ทิฏฺฐิสมฺปนฺโน อิติปิ ทสฺสนสมฺปนฺโน อิติปิ อาคโต อิมํ สทฺธมฺมํ อิติปิ ปสฺสติ อิมํ สทฺธมฺมํ อิติปิ เสกฺเขน ญาเณน สมนฺนาคโต อิติปิ เสกฺขาย วิชฺชาย สมนฺนาคโต อิติปิ ธมฺมโสตํ สมาปนฺโน อิติปิ อริโย นิพฺเพธิกปญฺโญ อิติปิ อมตทฺวารํ อาหจฺจ ติฏฺฐติ อิติปีติ ฯ ทสมํ ฯ คหปติวคฺโค ปญฺจโม ฯ ตสฺส อุทฺทานํ เทฺว ปญฺจเวรภยา วุตฺตา ทุกฺขํ โลโก จ ญาติกํ อญฺญตรํ ชาณุสฺโสณิ จ โลกายติเกน อฏฺฐมํ เทฺว อริยสาวกา วุตฺตา วคฺโค เตน ปวุจฺจตีติ ฯ ----------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

๑๐. อริยสาวกสูตร ที่ ๒