๙. สีวถิกาสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ๙. สีวถิกาสูตร
ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในป่าช้า ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็น ไฉน คือ เป็นที่ไม่สะอาด ๑ มีกลิ่นเหม็น ๑ มีภัยเฉพาะหน้า ๑ เป็นที่อยู่ของ พวกมนุษย์ร้าย ๑ เป็นที่รำพันทุกข์ของชนหมู่มาก ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษ ในป่าช้า ๕ ประการนี้แล ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในบุคคลผู้เปรียบด้วยป่าช้า ๕ ประการนี้ ฉันนั้น เหมือนกัน ๕ ประการเป็นไฉน คือ บุคคลบางคนในโลกนี้ย่อมประกอบด้วยกาย กรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด เรา กล่าวข้อนี้เพราะเขาเป็นผู้ไม่สะอาด ป่าช้านั้นเป็นที่ไม่สะอาด แม้ฉันใด เรากล่าว บุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ฯ กิตติศัพท์ที่ชั่วของเขาผู้ประกอบด้วยกายกรรม อันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรม อันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด ย่อมฟุ้งไป เรากล่าวข้อนี้เพราะเขาเป็นผู้ มีกลิ่นเหม็น ป่าช้ามีกลิ่นเหม็นแม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ฯ เพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รัก ย่อมเว้นไกลซึ่งบุคคลนั้นผู้ประกอบ ด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด เรากล่าวข้อนี้เพราะเขามีภัยเฉพาะหน้า ป่าช้ามีภัยเฉพาะหน้า แม้ฉันใด เรากล่าว บุคคลนี้เปรียบฉันนั้น ฯ เขาประกอบด้วยกายกรรมอันไม่สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วย มโนกรรมอันไม่สะอาด ย่อมอยู่ร่วมกับบุคคลผู้เสมอกัน เรากล่าวข้อนี้เพราะเขา เป็นที่อยู่ของสิ่งร้าย ป่าช้าเป็นที่อยู่ของอมนุษย์ร้าย แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคลนี้ เปรียบฉันนั้น ฯ เพื่อนพรหมจรรย์ผู้มีศีลเป็นที่รัก เห็นเขาผู้ประกอบด้วยกายกรรมอันไม่ สะอาด ด้วยวจีกรรมอันไม่สะอาด ด้วยมโนกรรมอันไม่สะอาด แล้วย่อมรำพัน ทุกข์ว่า โอ เป็นทุกข์ของพวกเราผู้อยู่ร่วมกับบุคคลเห็นปานนี้ เรากล่าวข้อนี้เพราะเขา เป็นที่รำพันทุกข์ ป่าช้าเป็นที่รำพันทุกข์ ของชนหมู่มาก แม้ฉันใด เรากล่าวบุคคล นี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษในบุคคลผู้เปรียบด้วยป่าช้า ๕ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๙
ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา สีวถิกาย กตเม ปญฺจ อสุจิ ทุคฺคนฺธา สปฺปฏิภยา วาลานํ อมนุสฺสานํ อาวาโส พหุโน ชนสฺส อาโรทนา อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา สีวถิกาย เอวเมว โข ภิกฺขเว ปญฺจิเม อาทีนวา สีวถิกูปเม ปุคฺคเล กตเม ปญฺจ อิธ ภิกฺขเว เอกจฺโจ ปุคฺคโล อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคโต โหติ อิทมสฺส อสุจิตาย วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา อสุจิ ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๒๔๙.๑} ตสฺส อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคตสฺส อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคตสฺส อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคตสฺส ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ อิทมสฺส ทุคฺคนฺธตาย วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา ทุคฺคนฺธา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๒๔๙.๒} ตเมนํ อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคตํ อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคตํ อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคตํ เปสลา สพฺรหฺมจารี อารกา ปริวชฺเชนฺติ อิทมสฺส สปฺปฏิภยสฺมึ วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา สปฺปฏิภยา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๒๔๙.๓} โส อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคโต อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคโต อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคโต สภาเคหิ ปุคฺคเลหิ สทฺธึ สํวสติ อิทมสฺส วาลาวสถสฺมึ วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา วาลานํ อมนุสฺสานํ อาวาโส ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ {๒๔๙.๔} ตเมนํ อสุจินา กายกมฺเมน สมนฺนาคตํ อสุจินา วจีกมฺเมน สมนฺนาคตํ อสุจินา มโนกมฺเมน สมนฺนาคตํ เปสลา สพฺรหฺมจารี ทิสฺวา ขิยธมฺมํ อาปชฺชนฺติ อโห วต โน ทุกฺขํ เย มยํ เอวรูเปหิ ปุคฺคเลหิ สทฺธึ สํวสามาติ อิทมสฺส อาโรทนาย วทามิ เสยฺยถาปิ สา ภิกฺขเว สีวถิกา พหุโน ชนสฺส อาโรทนา ตถูปมาหํ ภิกฺขเว อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ ฯ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา สีวถิกูปเม ปุคฺคเลติ ฯ