เจตนาสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๖ อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต เจตนาสูตร
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล ไม่ต้อง ทำเจตนาว่า ขออวิปปฏิสารจงเกิดขึ้นแก่เรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่อวิปปฏิสาร เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีลนี้เป็นธรรมดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ผู้ไม่มีวิปปฏิสารไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอปราโมทย์จงเกิดขึ้นแก่เรา ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ข้อที่ปราโมทย์เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ไม่มีวิปปฏิสารนี้เป็นธรรมดา ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย บุคคลผู้ปราโมทย์ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอปีติจงเกิดแก่เรา ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ข้อที่ปีติเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้ปราโมทย์นี้เป็นธรรมดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีใจปีติไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอกายของเราจงสงบ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ กายของบุคคลผู้มีใจมีปีติสงบนี้ เป็นธรรมดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีกาย สงบไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงเสวยความสุข ข้อที่บุคคลผู้มีกายสงบเสวยสุข นี้ เป็นธรรมดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความสุขไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอจิต ของเราจงตั้งมั่น ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่จิตของบุคคลผู้มีความสุขตั้งมั่นนี้ เป็น ธรรมดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีจิตตั้งมั่นไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงรู้จง เห็นตามความเป็นจริง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้มีจิตตั้งมั่น รู้เห็นตาม ความเป็นจริงนี้ เป็นธรรมดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้รู้เห็นตามความเป็นจริง ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงเบื่อหน่าย จงคลายกำหนัด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อ ที่บุคคลผู้รู้ผู้เห็นตามความเป็นจริงเบื่อหน่ายคลายกำหนัดนี้ เป็นธรรมดา ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย บุคคลผู้เบื่อหน่ายคลายกำหนัดไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงทำให้แจ้ง ซึ่งวิมุตติญาณทัสสนะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้เบื่อหน่ายคลายกำหนัด ทำให้แจ้งซึ่งวิมุตติญาณทัสสนะ นี้เป็นธรรมดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย นิพพิทาวิราคะมี วิมุตติญาณทัสสนะเป็นผล มีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ ยถาภูตญาณทัสสนะ มีนิพพิทาวิราคะเป็นผล มีนิพพิทาวิราคะเป็นอานิสงส์ สมาธิมียถาภูตญาณ ทัสสนะเป็นผล มียถาภูตญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์ สุขมีสมาธิเป็นผล มีสมาธิ เป็นอานิสงส์ ปัสสัทธิมีสุขเป็นผล มีสุขเป็นอานิสงส์ ปีติมีปัสสัทธิเป็นผล มีปัสสัทธิเป็นอานิสงส์ ปราโมทย์มีปีติเป็นผล มีปีติเป็นอานิสงส์ อวิปปฏิสาร มีปราโมทย์เป็นผล มีปราโมทย์เป็นอานิสงส์ ศีลที่เป็นกุศลมีอวิปปฏิสารเป็นผล มีอวิปปฏิสารเป็นอานิสงส์ ด้วยประการดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมทั้งหลาย ย่อมหลั่งไหลไปสู่ธรรมทั้งหลาย ธรรมทั้งหลายย่อมยังธรรมทั้งหลายให้บริบูรณ์ เพื่อจากเตภูมิกวัฏอันมิใช่ฝั่งไปถึงฝั่ง คือ นิพพานด้วยประการดังนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๒
สีลวโต ภิกฺขเว สีลสมฺปนฺนสฺส น เจตนาย กรณียํ อวิปฺปฏิสาโร เม อุปฺปชฺชตูติ ธมฺมตา เอสา ภิกฺขเว ยํ สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส อวิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺชติ อวิปฺปฏิสาริสฺส ภิกฺขเว น เจตนาย กรณียํ ปามุชฺชํ เม อุปฺปชฺชตูติ ธมฺมตา เอสา ภิกฺขเว ยํ อวิปฺปฏิสาริสฺส ปามุชฺชํ อุปฺปชฺชติ ปมุทิตสฺส ภิกฺขเว น เจตนาย กรณียํ ปีติ เม อุปฺปชฺชตูติ ธมฺมตา เอสา ภิกฺขเว ยํ ปมุทิตสฺส ปีติ อุปฺปชฺชติ ปีติมนสฺส ภิกฺขเว น เจตนาย กรณียํ กาโย เม ปสฺสมฺภตูติ ธมฺมตา เอสา ภิกฺขเว ยํ ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ ปสฺสทฺธกายสฺส ภิกฺขเว น เจตนาย กรณียํ สุขํ เวทิยามีติ ธมฺมตา เอสา ภิกฺขเว ยํ ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวทิยติ สุขิโน ภิกฺขเว น เจตนาย กรณียํ จิตฺตํ เม สมาธิยตูติ ธมฺมตา เอสา ภิกฺขเว ยํ สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ สมาหิตสฺส ภิกฺขเว น เจตนาย กรณียํ ยถาภูตํ ชานามิ ปสฺสามีติ ธมฺมตา เอสา ภิกฺขเว ยํ สมาหิโต ยถาภูตํ ชานาติ ปสฺสติ ยถาภูตํ ภิกฺขเว ชานโต ปสฺสโต น เจตนาย กรณียํ นิพฺพินฺทามิ วิรชฺชามีติ ธมฺมตา เอสา ภิกฺขเว ยํ ยถาภูตํ ชานํ ปสฺสํ นิพฺพินฺทติ วิรชฺชติ นิพฺพินฺนสฺส ภิกฺขเว วิรตฺตสฺส น เจตนาย กรณียํ วิมุตฺติญาณทสฺสนํ สจฺฉิกโรมีติ ธมฺมตา เอสา ภิกฺขเว ยํ นิพฺพินฺโน วิรตฺโต วิมุตฺติญาณทสฺสนํ สจฺฉิกโรติ อิติ โข ภิกฺขเว นิพฺพิทาวิราโค วิมุตฺติญาณทสฺสนตฺโถ วิมุตฺติญาณทสฺสนานิสํโส ยถาภูตญาณทสฺสนํ นิพฺพิทาวิราคตฺถํ นิพฺพิทาวิราคานิสํสํ สมาธิ ยถาภูตญาณทสฺสนตฺโถ ยถาภูตญาณทสฺสนานิสํโส สุขํ สมาธตฺถํ สมาธานิสํสํ ปสฺสทฺธิ สุขตฺถา สุขานิสํสา ปีติ ปสฺสทฺธตฺถา ปสฺสทฺธานิสํสา ปามุชฺชํ ปีตตฺถํ ปีตานิสํสํ อวิปฺปฏิสาโร ปามุชฺชตฺโถ ปามุชฺชานิสํโส กุสลานิ สีลานิ อวิปฺปฏิสารตฺถานิ อวิปฺปฏิสารานิสํสานิ อิติ โข ภิกฺขเว ธมฺมา ธมฺเม อภิสนฺเทนฺติ ธมฺมา ธมฺเม ปริปูเรนฺติ อปารา ปารํ คมนายาติ ฯ