๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๒. สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุ ว่าด้วยนางเปรตเคยเป็นมารดาพระสารีบุตร พระสารีบุตรเถระถามหญิงเปรตตนหนึ่งว่า
ดูกรนางเปรตผู้ผอมมีแต่ซี่โครง ท่านเป็นผู้เปลือยกาย มีรูปร่างน่าเกลียด ซูบผอม มีตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น ท่านเป็นใครหรือ มายืนอยู่ในที่นี้? นางเปรตนั้นตอบว่า เมื่อก่อนดิฉันเป็นมารดาของท่าน ในชาติเหล่าอื่น ดิฉันเข้าถึงเปรตวิสัย เพรียบพร้อมไปด้วยความหิวและความกระหาย เมื่อถูกความหิวครอบงำ แล้ว ย่อมกินน้ำลาย น้ำมูก เสมหะอันเขาถ่มทิ้งแล้ว และกินมันเหลว แห่งซากศพที่เขาเผาอยู่ที่เชิงตะกอน กินโลหิตของหญิงทั้งหลายที่คลอด บุตรและโลหิตแห่งบุรุษทั้งหลายที่ถูกตัดมือ เท้า และศีรษะที่เป็นแผล กินเนื้อ เอ็น และข้อมือข้อเท้าเป็นต้นของชายหญิง กินหนองและ และเลือดแห่งปศุสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่อยู่อาศัย นอนบนเตียงของผู้ตาย ซึ่งเขาทิ้งไว้ในป่าช้า ลูกเอ๋ย ขอลูกจงให้ทาน แล้วอุทิศส่วนบุญมาให้แม่บ้าง ไฉนหนอ แม่จึงจะพ้นจากการกินหนอง และเลือด. ท่านพระสารีบุตรเถระผู้มีจิตอนุเคราะห์ ได้ฟังคำของมารดาแล้ว จึง ปรึกษากับท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ ท่านพระอนุรุทธะ และท่าน พระกัปปินะ แล้วให้สร้างกุฎี ๔ หลัง ในทิศทั้ง ๔ แล้วถวายกุฎี เหล่านั้น ข้าวและน้ำแก่สงฆ์ อุทิศส่วนกุศลไปให้มารดา ในทันใด นั้นเอง ข้าว น้ำและผ้า ก็บังเกิดเป็นวิบาก นี้เป็นผลแห่งทักษิณา ภายหลังนางมีร่างกายบริสุทธิ์สะอาด นุ่งห่มผ้าอันมีค่ายิ่งกว่าผ้าแคว้นกาสี ประดับด้วยวัตถาภรณ์อันวิจิตรเข้าไปหาท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ. ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระจึงถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก ส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่ดุจดาวประกายพฤกษ์ ท่านมีวรรณะเช่นนี้ เพราะกรรมอะไร อิฐผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ เพราะกรรมอะไร และโภคะทุกสิ่ง ทุกอย่างอันเป็นที่รักแห่งใจ ย่อมบังเกิดแก่ท่านเพราะกรรมอะไร ดูกร นางเทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน เมื่อท่านเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญอะไรไว้ อนึ่ง ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองและมีรัศมีกายสว่างไสว ไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะบุญอะไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า เมื่อก่อน ดิฉันเป็นมารดาของท่านพระสารีบุตรเถระ ในชาติอื่นๆ เกิด ในเปตวิสัย เพรียบพร้อมไปด้วยความหิวและความกระหาย เมื่อถูก ความหิวครอบงำแล้ว จึงกินน้ำลาย น้ำมูก เสมหะอันเขาถ่มทิ้งไว้ และกินมันเหลวแห่งซากศพที่เขาเผาอยู่บนเชิงตะกอน กินโลหิตของ หญิงที่คลอดบุตรและโลหิตแห่งบุรุษทั้งหลายซึ่งถูกตัดมือ เท้า และศีรษะ ที่เป็นแผล กินเนื้อ เอ็น ข้อมือและข้อเท้าของชายหญิง กินหนอง และเลือดของปศุสัตว์และมนุษย์ ดิฉันไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่อยู่อาศัย นอนบนเตียงของคนตาย ที่เขาทิ้งไว้ในป่าช้า ดิฉันเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ ที่ไหนๆ บันเทิงอยู่ เพราะทานของท่านพระสารีบุตร ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันมาครั้งนี้ เพื่อจะไหว้ท่านสารีบุตรผู้เป็นนักปราชญ์ มีความกรุณา ในโลก. จบ สารีปุตตเถรมาตุเปติวัตถุที่ ๒.
|๙๙.๑๑๖| ๒ นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ กีสา ธมนิสณฺฐิตา อุปฺผาสุฬิเก กีสิเก กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสีติ ฯ |๙๙.๑๑๗| อหนฺเต สกิยา มาตา ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาตีสุ อุปฺปนฺนา ปิตฺติวิสยํ ขุปฺปิปาสา สมปฺปิตา |๙๙.๑๑๘| ฉฑฺฑิตํ ขิปิตํ เขฬํ สิงฺฆาณิกํ สิเลสุมํ วสญฺจ ฑยฺหมานานํ วิชาตานญฺจ โลหิตํ |๙๙.๑๑๙| วณิตานญฺจ ยํ ฆานํ สีสจฺฉินฺนญฺจ โลหิตํ ขุทาปเรตา ภุญฺชามิ อิตฺถีปุริสนิสฺสิตํ |๙๙.๑๒๐| ปุพฺพโลหิตํ ภกฺขามิ ปสูนํ มนุสฺสานญฺจ อเลณา จ อนคารา จ นีลมญฺจปรายนา |๙๙.๑๒๑| เทหิ ปุตฺตก เม ทานํ ทตฺวา อุทฺทิสาหิ เม อปฺเปว นาม มุญฺเจยฺยํ ปุพฺพโลหิตโภชนาติ ฯ |๙๙.๑๒๒| มาตุยา วจนํ สุตฺวา อุปติสฺโสนุกมฺปโก อามนฺตยิ โมคฺคลฺลานํ อนุรุทฺธญฺจ กปฺปินํ |๙๙.๑๒๓| จตสฺโส กุฏิโย กตฺวา สงฺเฆ จตุทฺทิเส อทา กุฏิโย อนฺนปานญฺจ มาตุ ทกฺขิณมาทิสิ ฯ |๙๙.๑๒๔| สมนนฺตรานุทิฏฺเฐ วิปาโก อุปปชฺชถ โภชนํ ปานียํ วตฺถํ ทกฺขิณาย อิทํ ผลํ |๙๙.๑๒๕| ตโต สุทฺธา สุจิวสนา กาสิกุตฺตมธารินี วิจิตฺตวตฺถาภรณา โกลิตํ อุปสงฺกมิ ฯ |๙๙.๑๒๖| อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา |๙๙.๑๒๗| เกน เตตาทิโส วณฺโณ เกน เต อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๙๙.๑๒๘| ปุจฺฉามิ ตํ เทวิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาปิ เอวํ ชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๙๙.๑๒๙| สารีปุตฺตสฺสาหํ มาตา ปุพฺเพ อญฺญาสุ ชาตีสุ อุปฺปนฺนา ปิตฺติวิสยํ ขุปฺปิปาสา สมปฺปิตา |๙๙.๑๓๐| ฉฑฺฑิตํ ขิปิตํ เขฬํ สิงฺฆาณิกํ กิเลสุมํ วสญฺจ ฑยฺหมานานํ วิชาตานญฺจ โลหิตํ |๙๙.๑๓๑| วณิตานญฺจ ยํ ฆานํ สีสจฺฉินฺนญฺจ โลหิตํ ขุทาปเรตา ภุญฺชิสฺสํ อิตฺถีปุริสนิสฺสิตํ |๙๙.๑๓๒| ปุพฺพโลหิตํ ภกฺขิสฺสํ ปสูนํ มนุสฺสานญฺจ อเลณา จ อนคารา จ นีลมญฺจปรายนา ฯ |๙๙.๑๓๓| สารีปุตฺตสฺส ทาเนน โมทามิ อกุโตภยา มุนึ การุณิกํ โลเก ตํ ภนฺเต วนฺทิตุมาคตาติ ฯ สารีปุตฺตตฺเถรสฺส มาตุเปติวตฺถุ ทุติยํ ฯ