๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน (๖๐)
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ อสนโพธิยเถราปทานที่ ๑๐ (๖๐) ว่าด้วยผลแห่งการปลูกไม้โพธิ์
ทสมํ อสนโพธิยตฺเถราปทานํ (๖๐)
เรามีอายุ ๗ ปีโดยกำเนิด ได้พบพระผู้มีพระภาคผู้เป็นนายกของโลก เรา มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้เข้าไปเฝ้าพระองค์ผู้สูงสุดกว่านรชน เรา ร่าเริง มีจิตโสมนัสได้ปลูกไม้โพธิ์อันอุดม ถวายแด่พระผู้มีพระภาคพระ นามว่าดิสสะเชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ต้นไม้อันงอกขึ้นบนแผ่นดิน โดยนามบัญญัติชื่อว่าอสนะ (ประดู่) เราบำรุงโพธิ์ชื่ออสนะอันอุดมนี้อยู่ ๕ ปี จึงได้เห็นต้นไม้มีดอกบานน่าอัศจรรย์ เป็นเหตุให้ขนพองสยอง เกล้า เมื่อจะประกาศกรรมของตน จึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เวลานั้น องค์พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะเป็นสยัมภูอัครบุคคล ประ ทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ แล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดปลูกต้น โพธิ์นี้ และกระทำพุทธบูชาโดยเคารพ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เสวยเทวรัชสมบัติในเทวดาทั้งหลาย ตลอด ๓๐ กัลป และจักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๖๔ ครั้ง เคลื่อนจาก ดุสิตภพแล้ว อันกุศลมูลตักเตือน เสวยสมบัติทั้งสองแล้ว จักรื่นรมย์ อยู่ในความเป็นมนุษย์ ผู้นั้นมีใจแน่วแน่เพื่อความเพียร สงบระงับ ไม่มี อุปธิ กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะนิพพาน เราประกอบ วิเวกเนืองๆ เป็นผู้สงบระงับ ไม่มีอุปธิ ตัดเครื่องผูกดังช้างทำลายปลอก แล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ ในกัลปที่ ๙๒ แต่กัลปนี้ เราได้ปลูกต้นโพธิ์ในเวลา นั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการปลูกต้นโพธิ์ ในกัลปที่ ๗๕ แต่กัลปนี้ เวลานั้นได้มีพระเจ้าจักรพรรดิทรงสมบูรณ์ด้วย แก้ว ๗ ประการ มีนามปรากฏว่าทัณฑเสน ในกัลปที่ ๗๓ แต่กัลปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์ ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีพระนามว่า สมันตเนมิ ในกัลปที่ ๒๐ ถ้วนแต่กัลปนี้ ได้มีกษัตริย์พระนามว่าปุณณกะ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก คุณ วิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้ แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระอสนโพธิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบอสนโพธิยเถราปทาน. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. วิธูปนทายกเถราปทาน ๒. สตรังสิยเถราปทาน ๓. สยนทายกเถราปทาน ๔. คันโธทกทายกเถราปทาน ๕. โอปวุยหเถราปทาน ๖. สปริวาราสนเถราปทาน ๗. ปัญจทีปกเถราปทาน ๘. ธชทายกเถราปทาน ๙. ปทุมเถราปทาน ๑๐. อสนโพธิยเถราปทาน มีคาถา ๙๒ คาถา. จบ วีชนีวรรคที่ ๖. -----------------------------------------------------
|๖๒.๗๘| ชาติยา สตฺตวสฺโสหํ อทฺทสํ โลกนายกํ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน อุปคญฺฉึ นรุตฺตมํ ฯ |๖๒.๗๙| ติสฺสสฺสาหํ ภควโต โลกเชฏฺฐสฺส ตาทิโน หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน โรปยึ โพธิมุตฺตมํ ฯ |๖๒.๘๐| อสโน นามเธยฺเยน ธรณีรูหปาทโป ปญฺจ วสฺเส ปริจรึ อสนํ โพธิมุตฺตมํ ฯ |๖๒.๘๑| ปุปฺผิตํ ปาทปํ ทิสฺวา อพฺภูตํ โลมหํสนํ สกํ กมฺมํ ปกิตฺเตนฺโต พุทฺธเสฏฺฐํ อุปาคมึ ฯ |๖๒.๘๒| ติสฺโส ตทา โส สมฺพุทฺโธ สยมฺภู อคฺคปุคฺคโล ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๖๒.๘๓| เยนายํ โรปิตา โพธิ พุทฺธปูชา จ สกฺกตา ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๖๒.๘๔| ตึสกปฺปานิ เทเวสุ เทวรชฺชํ กริสฺสติ จตุสฺสฏฺฐิญฺจ ขตฺตุํ โส จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๖๒.๘๕| ตุสิตาหิ จริตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต เทฺว สมฺปตฺตี อนุโภตฺวา มนุสฺสตฺเต รมิสฺสติ ฯ |๖๒.๘๖| ปธานํ ปหิตตฺโต โส อุปสนฺโต นิรูปธิ สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ |๖๒.๘๗| วิเวกมนุยุตฺโตหํ อุปสนฺโต นิรูปธิ นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๖๒.๘๘| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป โพธึ โรเปสหํ ตทา ทุคฺคตึ นาภิชานามิ โพธิโรปสฺสิทํ ผลํ ฯ |๖๒.๘๙| จตุสฺสตฺตติโต กปฺเป ทณฺฑเสโนติ วิสฺสุโต สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ ตทา อหุ ฯ |๖๒.๙๐| เตสตฺตติ อิโต กปฺเป สตฺตาเหสุํ มหีปตี สมนฺตเนมิ นาเมน ราชาโน จกฺกวตฺติโน ฯ |๖๒.๙๑| ปุณฺณวีสติโต กปฺเป ปุณฺณโก นาม ขตฺติโย สตฺตรตนสมฺปนฺโน จกฺกวตฺติ มหพฺพโล ฯ |๖๒.๙๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา อสนโพธิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ อสนโพธิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ วีชนี สตรํสี จ สยโนทกิ วาหิโส ปริวาโร ปทีปญฺจ ธโช ปทุมปูชโก โพธิ จ ทสโม วุตฺโต คาถา เทฺวนวุตี ตถา ฯ วีชนีวคฺโค ฉฏฺโฐ ฯ