๑๐. นิมิตตพยากรณิยเถราปทาน
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก นิมิตตพยากรณิยเถราปทานที่ ๑๐ ว่าด้วยผลแห่งการพยากรณ์นิมิต
ทสมํ นิมิตฺตพฺยากรณิยตฺเถราปทานํ (๔๗๐)
ครั้งนั้น เราได้เข้าไปป่าหิมวันต์บอกมนต์ ศิษย์ ๕,๔๐๐ คน ได้อุปัฏ- ฐากเรา ศิษย์เหล่านั้นล้วนเป็นนักศึกษา รู้จบไตรเพทถึงความเต็ม เปี่ยมในธรรมมีองค์ ๖ พวกเขาถือตัวจัดเพราะวิทยาของตน อยู่ใน ป่าหิมวันต์ เทพบุตรผู้มียศใหญ่ เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ จุติจาก ชั้นดุสิตอุบัติในครรภ์แห่งมารดา เมื่อพระสัมพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น หมื่นโลกธาตุก็หวั่นไหว คนตาบอดก็มองเห็นได้ ในเมื่อพระผู้นำ เสด็จอุบัติขึ้น พื้นพสุธานี้ทั้งสิ้นสั่นสะเทือน ๖ ประการ มหาชน ได้สดับเสียงกึกก้องแล้ว พากันแย้มสรวล ชนทั้งปวงประชุมกัน แล้ว ได้พากันไปยังสำนักของเรา ถามว่าพื้นพสุธานี้สั่นสะเทือน จักมีผลเป็นอย่างไร ครั้งนั้น เราได้พยากรณ์แก่เขาทั้งหลายว่า อย่า กลัวเลยไม่มีภัยแก่ท่านทั้งหลาย ท่านทุกๆ คนจงเบาใจเถิด ความ เกิดนี้ประกอบด้วยสุขประโยชน์ พื้นพสุธาอันเหตุ ๘ ประการถูก ต้องแล้ว ย่อมจะสั่นสะเทือน นิมิตย่อมจะปรากฏโดยอาการเช่น เดียวกัน แสงสว่างอันไพบูลย์ใหญ่โตก็เช่นนั้น พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐสุด ผู้มีจักษุ จักเสด็จอุบัติขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เรายัง ประชุมชนให้เข้าใจดีแล้ว ได้บอกเบญจศีล พวกเขาได้สดับ เบญจศีลแล้วคิดว่า การเสด็จอุบัติของพระพุทธเจ้า ยากที่จะหาได้ เป็นผู้เกิดอุพเพงคาปีติ มีใจโสมนัส ยินดีร่าเริง ในกัปที่ ๙๒ แต่ กัปนี้ เราได้พยากรณ์นิมิตใด ด้วยการพยากรณ์นิมิตนั้น เราไม่รู้จัก ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการพยากรณ์ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ... พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระนิมิตตพยากรณิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ นิมิตตพยากรณิยเถราปทาน. ----------------------------------------------------- รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. สาลกุสุมิยเถราปทาน ๖. อวฏผลิยเถราปทาน ๒. จิตกปูชกเถราปทาน ๗. ลพุชผลทายกเถราปทาน ๓. จิตกนิพพาปกเถราปทาน ๘. มิลลักขุผลทายกเถราปทาน ๔. เสตุทายกเถราปทาน ๙. สยัมปฏิภาณิยเถราปทาน ๕. สุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน ๑๐. นิมิตตพยากณิยเถราปทาน บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๗๒ คาถา. จบ สาลปุปผิวรรคที่ ๔๗. -----------------------------------------------------
|๖๐.๕๙| อชฺโฌคเหตฺวา หิมวนฺตํ มนฺเต วาเจมหนฺตทา จตุปญฺญาสสหสฺสานิ สิสฺสา มยฺหํ อุปฏฺฐหุํ ฯ |๖๐.๖๐| อธิตา เวทคู สพฺเพ ฉฬงฺเค ปารมึ คตา สกวิชฺชาหุปตฺถทฺธา หิมวนฺเต วสนฺติ เต ฯ |๖๐.๖๑| จวิตฺวา ตุสิตา กายา เทวปุตฺโต มหายโส อุปฺปชฺชิ มาตุกุจฺฉิสฺมึ สมฺปชาโน ปฏิสฺสโต ฯ |๖๐.๖๒| สมฺพุทฺเธ อุปปชฺชนฺเต ทสสหสฺสิ กมฺปถ อนฺธา จกฺขุํ อลภึสุ อุปฺปชฺชนฺตมฺหิ นายเก ฯ |๖๐.๖๓| ฉปฺปการมกมฺปิตฺถ เกวลา วสุธา อยํ นิคฺโฆสสทฺทํ สุตฺวาน วิมฺหยึสุ มหาชนา ฯ |๖๐.๖๔| สพฺเพ ชนา สมาคมฺม อคญฺฉุํ มม สนฺติเก วสุธายํ ปกมฺปิตฺถ กึวิปาโก ภวิสฺสติ ฯ |๖๐.๖๕| วิทสฺสามิ ตทา เตสํ มา ภายิตฺถ นตฺถิ โว ภยํ วิสฺสฏฺฐา โหถ สพฺเพปิ อุปฺปาโทยํ สุขตฺถิโก ฯ |๖๐.๖๖| อฏฺฐเหตูหิ สมฺผสฺสา วสุธายํ ปกมฺปติ ตถา นิมิตฺตา ทิสฺสนฺติ โอภาโส วิปุโล มหา ฯ |๖๐.๖๗| อสํสยํ พุทฺธเสฏฺโฐ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุมา สญฺญาเปตฺวาน ชนตํ ปญฺจ สีเล กเถสหํ ฯ |๖๐.๖๘| สุตฺวาน ปญฺจ สีลานิ พุทฺธุปฺปาทญฺจ ทุลฺลภํ อุพฺเพงฺคชาตา สุมนา ตุฏฺฐหฏฺฐา อเหสุ เต ฯ |๖๐.๖๙| เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป ยํ นิมิตฺตํ วิยากรึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พฺยากรณสฺสิทํ ผลํ ฯ |๖๐.๗๐| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๖๐.๗๑| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๖๐.๗๒| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา นิมิตฺตพฺยากรณิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ นิมิตฺตพฺยากรณิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ อุทฺทานํ สาลกุสุมิโย เถโร ปูชา นิพฺพาปโกปิจ เสตุโท ตาลวณฺฏิ จ อวฏํ ลพุชมฺปโท มิลกฺขุ ปฏิภาณี จ เวยฺยากรณิโย ทิชา เทฺวสตฺตติ จ คาถาโย คณิตาโย วิภาวิภิ ฯ สาลปุปฺผิวคฺโค สตฺตจตฺตาฬีโส ฯ ----------------------- อฏฺฐจตฺตาฬีโส นฬมาลิวคฺโค