วันอุโบสถต่างกัน
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ วันอุโบสถต่างกัน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็วันอุโบสถของพวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ เป็นวัน ๑๔ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะ เป็นวัน ๑๕ ค่ำ. ถ้าพวกภิกษุเจ้าถิ่นมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงอนุวัตตามพวกภิกษุเจ้าถิ่น. ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุอาคันตุกะพึงอนุวัตตามพวกภิกษุ เจ้าถิ่น. ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุเจ้าถิ่นพึงอนุวัตตามพวกภิกษุอาคันตุกะ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง วันอุโบสถของพวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ เป็นวัน ๑๕ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะ เป็นวัน ๑๔ ค่ำ. ถ้าพวกภิกษุเจ้าถิ่นมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงอนุวัตตามพวกภิกษุเจ้าถิ่น. ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุอาคันตุกะพึงอนุวัตตามพวกภิกษุ เจ้าถิ่น. ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุเจ้าถิ่นพึงอนุวัตตามพวกภิกษุอาคันตุกะ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง วันอุโบสถของพวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ เป็นวัน ๑ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะ เป็นวัน ๑๕ ค่ำ. ถ้าพวกภิกษุเจ้าถิ่นมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุเจ้าถิ่น ไม่ปรารถนาก็ไม่ต้องให้ความสามัคคีแก่พวกภิกษุอาคันตุกะ พวกภิกษุอาคันตุกะพึงไปนอกสีมา แล้วทำอุโบสถเถิด. ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุเจ้าถิ่นไม่ปรารถนา ก็ไม่ต้องให้ความสามัคคี แก่พวกภิกษุอาคันตุกะ พวกภิกษุอาคันตุกะพึงไปนอกสีมา แล้วทำอุโบสถเถิด. ถ้าพวกภิกษุ อาคันตุกะมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุเจ้าถิ่นพึงให้ความสามัคคีแก่พวกภิกษุอาคันตุกะ หรือพึงไป นอกสีมา. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง วันอุโบสถของพวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ เป็นวัน ๑๕ ค่ำ ของพวกภิกษุอาคันตุกะเป็น ๑ ค่ำ. ถ้าพวกภิกษุเจ้าถิ่นมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงให้ความสามัคคีแก่พวกภิกษุเจ้าถิ่น หรือไปนอกสีมา. ถ้ามีจำนวนเท่ากัน พวกภิกษุอาคันตุกะ พึงให้ความสามัคคีแก่พวกภิกษุเจ้าถิ่น หรือพึงไปนอกสีมา. ถ้าพวกภิกษุอาคันตุกะมีจำนวนมากกว่า พวกภิกษุอาคันตุกะไม่ปรารถนา ก็ไม่ต้องให้ความสามัคคีแก่พวกภิกษุเจ้าถิ่น พวกภิกษุเจ้าถิ่น พึงไปนอกสีมาแล้ว ทำอุโบสถเถิด. มุ่งความแตกร้าว
อิธ ปน ภิกฺขเว อาวาสิกานํ ภิกฺขูนํ จาตุทฺทโส โหติ อาคนฺตุกานํ ปณฺณรโส ฯ สเจ อาวาสิกา พหุตรา โหนฺติ อาคนฺตุเกหิ อาวาสิกานํ อนุวตฺติตพฺพํ ฯ สเจ สมสมา โหนฺติ อาคนฺตุเกหิ อาวาสิกานํ อนุวตฺติตพฺพํ ฯ สเจ อาคนฺตุกา พหุตรา โหนฺติ อาวาสิเกหิ อาคนฺตุกานํ อนุวตฺติตพฺพํ ฯ {๑๙๗.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว อาวาสิกานํ ภิกฺขูนํ ปณฺณรโส โหติ อาคนฺตุกานํ จาตุทฺทโส ฯ สเจ อาวาสิกา พหุตรา โหนฺติ อาคนฺตุเกหิ อาวาสิกานํ อนุวตฺติตพฺพํ ฯ สเจ สมสมา โหนฺติ อาคนฺตุเกหิ อาวาสิกานํ อนุวตฺติตพฺพํ ฯ สเจ อาคนฺตุกา พหุตรา โหนฺติ อาวาสิเกหิ อาคนฺตุกานํ อนุวตฺติตพฺพํ ฯ {๑๙๗.๒} อิธ ปน ภิกฺขเว อาวาสิกานํ ภิกฺขูนํ ปาฏิปโท โหติ อาคนฺตุกานํ ปณฺณรโส ฯ สเจ อาวาสิกา พหุตรา โหนฺติ อาวาสิเกหิ อาคนฺตุกานํ นากามา ทาตพฺพา สามคฺคี อาคนฺตุเกหิ นิสฺสีมํ คนฺตฺวา อุโปสโถ กาตพฺโพ ฯ สเจ สมสมา โหนฺติ อาวาสิเกหิ อาคนฺตุกานํ นากามา ทาตพฺพา สามคฺคี อาคนฺตุเกหิ นิสฺสีมํ คนฺตฺวา อุโปสโถ กาตพฺโพ ฯ สเจ อาคนฺตุกา พหุตรา โหนฺติ อาวาสิเกหิ อาคนฺตุกานํ สามคฺคี วา ทาตพฺพา นิสฺสีมํ วา คนฺตพฺพํ ฯ {๑๙๗.๓} อิธ ปน ภิกฺขเว อาวาสิกานํ ภิกฺขูนํ ปณฺณรโส โหติ อาคนฺตุกานํ ปาฏิปโท ฯ สเจ อาวาสิกา พหุตรา โหนฺติ อาคนฺตุเกหิ อาวาสิกานํ สามคฺคี วา ทาตพฺพา นิสฺสีมํ วา คนฺตพฺพํ ฯ สเจ สมสมา โหนฺติ อาคนฺตุเกหิ อาวาสิกานํ สามคฺคี วา ทาตพฺพา นิสฺสีมํ วา คนฺตพฺพํ ฯ สเจ อาคนฺตุกา พหุตรา โหนฺติ อาคนฺตุเกหิ อาวาสิกานํ นากามา ทาตพฺพา สามคฺคี อาวาสิเกหิ นิสฺสีมํ คนฺตฺวา อุโปสโถ กาตพฺโพ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็พวกภิกษุอาคันตุกะในพระศาสนานี้ ได้เห็นอาการเจ้าถิ่น ลักษณะเจ้าถิ่น เครื่องหมายเจ้าถิ่น สิ่งที่แสดงเจ้าถิ่น ของภิกษุเจ้าถิ่น เตียง ตั่ง ฟูก หมอน ปูลาด จัดไว้เรียบร้อย น้ำฉัน น้ำใช้ แต่งตั้งไว้เป็นระเบียบ บริเวณกวาดสะอาดสะอ้าน ครั้นแล้วมีความสงสัยว่า พวกภิกษุเจ้าถิ่นยังมีหรือไม่มีหนอ. พวกเธอมีความสงสัยแต่ไม่เที่ยว ค้นหา ครั้นแล้วขืนทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหาแล้ว แต่ไม่พบ จึงทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหาแล้วพบจึงทำอุโบสถร่วมกันไม่ต้อง อาบัติ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหาแล้วพบ ครั้นแล้วแยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหาแล้วพบ ครั้นแล้วมุ่งความแตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น ดังนี้ จึงทำอุโบสถ ต้องอาบัติ- *ถุลลัจจัย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุอาคันตุกะในศาสนานี้ ได้ยินอาการเจ้าถิ่น ลักษณะ เจ้าถิ่น เครื่องหมายเจ้าถิ่น สิ่งที่แสดงเจ้าถิ่นของพวกภิกษุเจ้าถิ่น ได้ยินเสียงเท้าของภิกษุเจ้าถิ่น กำลังเดินจงกรม ได้ยินสาธยาย เสียงไอ เสียงจาม ครั้นแล้ว มีความสงสัยว่า พวกภิกษุ เจ้าถิ่นมีหรือไม่มีหนอ. พวกเธอมีความสงสัย แต่ไม่ค้นหา ครั้นแล้วขืนทำอุโบสถ ต้องอาบัติ- *ทุกกฏ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาไม่พบ ครั้นแล้วจึงทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วจึงทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้อง- *อาบัติ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วจึงแยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วมุ่งความ แตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้น จงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วย ภิกษุเหล่านั้น ดังนี้ จึงทำอุโบสถ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ ได้เห็นอาการอาคันตุกะ ลักษณะ อาคันตุกะ เครื่องหมายอาคันตุกะ สิ่งที่แสดงอาคันตุกะของภิกษุอาคันตุกะ ได้เห็นบาตร จีวร ผ้านิสีทนะ อันเป็นของภิกษุพวกอื่น ได้เห็นรอยน้ำล้างเท้า ครั้นแล้วมีความสงสัยว่า พวกภิกษุ อาคันตุกะยังมีหรือไม่มีหนอ. พวกเธอมีความสงสัย แต่ไม่ค้นหา ครั้นแล้วขืนทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอมีความสงสัย ได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วไม่พบ ครั้นแล้วทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วจึงทำอุโบสถ ร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้ว ได้แยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้ว มุ่งความแตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น ดังนี้ จึงทำอุโบสถ ต้องอาบัติถุลลัจจัย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ ได้ยินอาการอาคันตุกะ ลักษณะ อาคันตุกะ เครื่องหมายอาคันตุกะ สิ่งที่แสดงอาคันตุกะ ของพวกภิกษุอาคันตุกะ ได้ยินเสียงเท้า ของพวกภิกษุอาคันตุกะกำลังเดินมา ได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้น ได้ยินเสียงไอ เสียงจาม ครั้นแล้วมีความสงสัยว่า พวกภิกษุอาคันตุกะยังมีหรือไม่มีหนอ. พวกเธอมีความสงสัย แต่ไม่ ค้นหา ครั้นแล้วขืนทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหา แล้วไม่พบ ครั้นแล้วจึงทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหา แล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วจึงได้ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ. พวกเธอมีความสงสัยได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วแยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอมีความสงสัย ได้ค้นหา ครั้นค้นหาแล้วจึงพบ ครั้นพบแล้วมุ่งความแตกร้าวว่า ขอภิกษุเหล่านั้นจงเสื่อมสูญ ขอภิกษุเหล่านั้นจงพินาศ จะประโยชน์อะไรด้วยภิกษุเหล่านั้น ดังนี้ จึงทำอุโบสถ ต้องอาบัติ ถุลลัจจัย. ภิกษุนานาสังวาสและสมานสังวาส
อิธ ปน ภิกฺขเว อาคนฺตุกา ภิกฺขู ปสฺสนฺติ อาวาสิกานํ ภิกฺขูนํ อาวาสิกาการํ อาวาสิกลิงฺคํ อาวาสิกนิมิตฺตํ อาวาสิกุทฺเทสํ สุปญฺญตฺตํ มญฺจปีฐํ ภิสิพิมฺโพหนํ ปานียํ ปริโภชนียํ สุปฏฺฐิตํ ปริเวณํ สุสมฺมฏฺฐํ ปสฺสิตฺวา เวมติกา โหนฺติ อตฺถิ นุ โข อาวาสิกา ภิกฺขู นตฺถิ นุ โขติ ฯ เต เวมติกา น วิจินนฺติ อวิจินิตฺวา อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา น ปสฺสนฺติ อปสฺสิตฺวา อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา ปาเฏกฺกํ อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา นสฺสนฺเตเต วินสฺสนฺเตเต โก เตหิ อตฺโถติ เภทปุเรกฺขารา อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ {๑๙๘.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว อาคนฺตุกา ภิกฺขู สุณนฺติ อาวาสิกานํ ภิกฺขูนํ อาวาสิกาการํ อาวาสิกลิงฺคํ อาวาสิกนิมิตฺตํ อาวาสิกุทฺเทสํ จงฺกมนฺตานํ ปทสทฺทํ สชฺฌายสทฺทํ อุกฺกาสิตสทฺทํ ขิปิตสทฺทํ สุตฺวา เวมติกา โหนฺติ อตฺถิ นุ โข อาวาสิกา ภิกฺขู นตฺถิ นุ โขติ ฯ เต เวมติกา น วิจินนฺติ อวิจินิตฺวา อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา น ปสฺสนฺติ อปสฺสิตฺวา อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา ปาเฏกฺกํ อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา นสฺสนฺเตเต วินสฺสนฺเตเต โก เตหิ อตฺโถติ เภทปุเรกฺขารา อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ {๑๙๘.๒} อิธ ปน ภิกฺขเว อาวาสิกา ภิกฺขู ปสฺสนฺติ อาคนฺตุกานํ ภิกฺขูนํ อาคนฺตุกาการํ อาคนฺตุกลิงฺคํ อาคนฺตุกนิมิตฺตํ อาคนฺตุกุทฺเทสํ อญฺญาตกํ ปตฺตํ อญฺญาตกํ จีวรํ อญฺญาตกํ นิสีทนํ ปาทานํ โธตํ อุทกนิสฺเสกํ ปสฺสิตฺวา เวมติกา โหนฺติ อตฺถิ นุ โข อาคนฺตุกา ภิกฺขู นตฺถิ นุ โขติ ฯ เต เวมติกา น วิจินนฺติ อวิจินิตฺวา อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา น ปสฺสนฺติ อปสฺสิตฺวา อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา ปาเฏกฺกํ อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา นสฺสนฺเตเต วินสฺสนฺเตเต โก เตหิ อตฺโถติ เภทปุเรกฺขารา อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ {๑๙๘.๓} อิธ ปน ภิกฺขเว อาวาสิกา ภิกฺขู สุณนฺติ อาคนฺตุกานํ ภิกฺขูนํ อาคนฺตุกาการํ อาคนฺตุกลิงฺคํ อาคนฺตุกนิมิตฺตํ อาคนฺตุกุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺตานํ ปทสทฺทํ อุปาหนาปปฺโปฐนสทฺทํ อุกฺกาสิตสทฺทํ ขิปิตสทฺทํ สุตฺวา เวมติกา โหนฺติ อตฺถิ นุ โข อาคนฺตุกา ภิกฺขู นตฺถิ นุ โขติ ฯ เต เวมติกา น วิจินนฺติ อวิจินิตฺวา อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา น ปสฺสนฺติ อปสฺสิตฺวา อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา ปาเฏกฺกํ อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต เวมติกา วิจินนฺติ วิจินิตฺวา ปสฺสนฺติ ปสฺสิตฺวา นสฺสนฺเตเต วินสฺสนฺเตเต โก เตหิ อตฺโถติ เภทปุเรกฺขารา อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็พวกภิกษุอาคันตุกะในศาสนานี้ได้เห็นภิกษุเจ้าถิ่นมีสังวาส ต่างกัน พวกเธอกลับได้ความเห็นว่ามีสังวาสเสมอกัน ครั้นแล้วก็ไม่ไต่ถามจึงทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ. พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ ทำอุโบสถร่วมกัน ต้องอาบัติทุกกฏ พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ แยกกันทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุอาคันตุกะในศาสนานี้ ได้เห็นพวกภิกษุเจ้าถิ่นมี สังวาสเสมอกัน พวกเธอกลับได้ความเห็นว่ามีสังวาสต่างกัน ครั้นแล้วก็ไม่ไต่ถาม ทำอุโบสถ ร่วมกัน ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ แยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ ได้เห็นพวกภิกษุอาคันตุกะมีสังวาส ต่างกัน พวกเธอกลับได้ความเห็นว่ามีสังวาสเสมอกัน ครั้นแล้วก็ไม่ไต่ถาม จึงทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ. พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจทำอุโบสถร่วมกัน ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วไม่รังเกียจ แยกกันทำอุโบสถ ไม่ต้องอาบัติ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง พวกภิกษุเจ้าถิ่นในศาสนานี้ ได้เห็นพวกภิกษุอาคันตุกะมี สังวาสเสมอกัน พวกเธอกลับได้ความเห็นว่ามีสังวาสต่างกัน ครั้นแล้วก็ไม่ไต่ถาม ทำอุโบสถ ร่วมกัน ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ แยกกันทำอุโบสถ ต้องอาบัติทุกกฏ. พวกเธอได้ไต่ถาม ครั้นไต่ถามแล้วรังเกียจ ทำอุโบสถร่วมกัน ไม่ต้องอาบัติ. ไม่ควรไปไหนในวันอุโบสถ
อิธ ปน ภิกฺขเว อาคนฺตุกา ภิกฺขู ปสฺสนฺติ อาวาสิเก ภิกฺขู นานาสํวาสเก เต สมานสํวาสกทิฏฺฐึ ปฏิลภนฺติ สมานสํวาสกทิฏฺฐึ ปฏิลภิตฺวา น ปุจฺฉนฺติ อปุจฺฉิตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต ปุจฺฉนฺติ ปุจฺฉิตฺวา นาภิวิตรนฺติ อนภิวิตริตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต ปุจฺฉนฺติ ปุจฺฉิตฺวา นาภิวิตรนฺติ อนภิวิตริตฺวา ปาเฏกฺกํ อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ {๑๙๙.๑} อิธ ปน ภิกฺขเว อาคนฺตุกา ภิกฺขู ปสฺสนฺติ อาวาสิเก ภิกฺขู สมานสํวาสเก เต นานาสํวาสกทิฏฺฐึ ปฏิลภนฺติ นานาสํวาสกทิฏฺฐึ ปฏิลภิตฺวา น ปุจฺฉนฺติ อปุจฺฉิตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต ปุจฺฉนฺติ ปุจฺฉิตฺวา อภิวิตรนฺติ อภิวิตริตฺวา ปาเฏกฺกํ อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต ปุจฺฉนฺติ ปุจฺฉิตฺวา อภิวิตรนฺติ อภิวิตริตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ {๑๙๙.๒} อิธ ปน ภิกฺขเว อาวาสิกา ภิกฺขู ปสฺสนฺติ อาคนฺตุเก ภิกฺขู นานาสํวาสเก เต สมานสํวาสกทิฏฺฐึ ปฏิลภนฺติ สมานสํวาสกทิฏฺฐึ ปฏิลภิตฺวา น ปุจฺฉนฺติ อปุจฺฉิตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ เต ปุจฺฉนฺติ ปุจฺฉิตฺวา นาภิวิตรนฺติ อนภิวิตริตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต ปุจฺฉนฺติ ปุจฺฉิตฺวา นาภิวิตรนฺติ อนภิวิตริตฺวา ปาเฏกฺกํ อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ {๑๙๙.๓} อิธ ปน ภิกฺขเว อาวาสิกา ภิกฺขู ปสฺสนฺติ อาคนฺตุเก ภิกฺขู สมานสํวาสเก เต นานาสํวาสกทิฏฺฐึ ปฏิลภนฺติ นานาสํวาสกทิฏฺฐึ ปฏิลภิตฺวา น ปุจฺฉนฺติ อปุจฺฉิตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต ปุจฺฉนฺติ ปุจฺฉิตฺวา อภิวิตรนฺติ อภิวิตริตฺวา ปาเฏกฺกํ อุโปสถํ กโรนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ เต ปุจฺฉนฺติ ปุจฺฉิตฺวา อภิวิตรนฺติ อภิวิตริตฺวา เอกโต อุโปสถํ กโรนฺติ อนาปตฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากอาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน สู่อาวาสที่มีภิกษุไม่ครบจำนวน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากอาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน สู่ถิ่นที่ มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไม่ครบจำนวน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากอาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน สู่อาวาส หรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไม่ครบจำนวน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน สู่อาวาสที่มีภิกษุไม่ครบจำนวน .... สู่ถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไม่ครบจำนวน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย. .... สู่อาวาสหรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไม่ครบจำนวน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่ มีอันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากอาวาส หรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมี ภิกษุครบจำนวน สู่อาวาสที่มีภิกษุไม่ครบจำนวน .... .... สู่ถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไม่ครบจำนวน .... .... สู่อาวาสหรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุไม่ครบจำนวน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่ มีอันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากอาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน สู่อาวาส ที่มีภิกษุครบจำนวน ซึ่งเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้มีสังวาสต่างกัน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มี อันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากอาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน สู่ถิ่นที่ มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน อันเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้มีสังวาสต่างกัน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากอาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน สู่อาวาส หรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน อันเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้มีสังวาสต่างกัน เว้นแต่ ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน สู่อาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน .... .... สู่ถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน .... .... สู่อาวาสหรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน อันเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้มี สังวาสต่างกัน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ ไม่พึงไปจากอาวาส หรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมี ภิกษุครบจำนวน สู่อาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน .... .... สู่ถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน .... .... สู่อาวาสหรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน อันเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้มี สังวาสต่างกัน เว้นแต่ไปกับสงฆ์ เว้นแต่มีอันตราย. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ พึงไปจากอาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน สู่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน อันเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุที่มีสังวาสเสมอกัน ที่รู้ว่า เราสามารถจะไปถึง ในวันนี้ทีเดียว. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ พึงไปจากอาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน สู่ถิ่นที่มิใช่ อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน .... .... สู่อาวาสหรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน อันเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้มี สังวาสเสมอกัน ที่รู้ว่า เราสามารถจะไปถึงในวันนี้ทีเดียว. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ พึงไปจากถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน สู่อาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน .... .... สู่อาวาสหรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน อันเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุที่มี สังวาสเสมอกัน ที่รู้ว่า เราสามารถจะไปถึงในวันนี้ทีเดียว. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อถึงวันอุโบสถ พึงไปจากอาวาสหรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุ ครบจำนวน สู่อาวาสที่มีภิกษุครบจำนวน .... .... สู่ถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน .... .... สู่อาวาสหรือถิ่นที่มิใช่อาวาส ซึ่งมีภิกษุครบจำนวน อันเป็นที่อยู่ของพวกภิกษุผู้มี สังวาสเสมอกัน ที่รู้ว่า เราสามารถจะไปถึงในวันนี้ทีเดียว. วัชชนียบุคคล ในอุโบสถ
น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา อภิกฺขุโก อาวาโส คนฺตพฺโพ อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา อภิกฺขุโก อนาวาโส คนฺตพฺโพ อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา อภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา คนฺตพฺโพ อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อนาวาสา อภิกฺขุโก อาวาโส ... อภิกฺขุโก อนาวาโส ... อภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา คนฺตพฺโพ อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา วา อนาวาสา วา อภิกฺขุโก อาวาโส ... อภิกฺขุโก อนาวาโส ... อภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา คนฺตพฺโพ อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา สภิกฺขุโก อาวาโส คนฺตพฺโพ ยตฺถสฺสุ ภิกฺขู นานาสํวาสกา อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา สภิกฺขุโก อนาวาโส คนฺตพฺโพ ยตฺถสฺสุ ภิกฺขู นานาสํวาสกา อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา สภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา คนฺตพฺโพ ยตฺถสฺสุ ภิกฺขู นานาสํวาสกา อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ {๒๐๐.๑} น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อนาวาสา สภิกฺขุโก อาวาโส ... สภิกฺขุโก อนาวาโส ... สภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา คนฺตพฺโพ ยตฺถสฺสุ ภิกฺขู นานาสํวาสกา อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ น ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา วา อนาวาสา วา สภิกฺขุโก อาวาโส ... สภิกฺขุโก อนาวาโส ... สภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา คนฺตพฺโพ ยตฺถสฺสุ ภิกฺขู นานาสํวาสกา อญฺญตฺร สงฺเฆน อญฺญตฺร อนฺตรายา ฯ คนฺตพฺโพ ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา สภิกฺขุโก อาวาโส ยตฺถสฺสุ ภิกฺขู สมานสํวาสกา ยํ ชญฺญา สกฺโกมิ อชฺเชว คนฺตุนฺติ ฯ คนฺตพฺโพ ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา สภิกฺขุโก อนาวาโส ... สภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา ยตฺถสฺสุ ภิกฺขู สมานสํวาสกา ยํ ชญฺญา สกฺโกมิ อชฺเชว คนฺตุนฺติ ฯ คนฺตพฺโพ ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อนาวาสา สภิกฺขุโก อาวาโส ... สภิกฺขุโก อนาวาโส ... สภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา ยตฺถสฺสุ ภิกฺขู สมานสํวาสกา ยํ ชญฺญา สกฺโกมิ อชฺเชว คนฺตุนฺติ ฯ คนฺตพฺโพ ภิกฺขเว ตทหุโปสเถ สภิกฺขุกา อาวาสา วา อนาวาสา วา สภิกฺขุโก อาวาโส ... สภิกฺขุโก อนาวาโส ... สภิกฺขุโก อาวาโส วา อนาวาโส วา ยตฺถสฺสุ ภิกฺขู สมานสํวาสกา ยํ ชญฺญา สกฺโกมิ อชฺเชว คนฺตุนฺติ ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์ในบริษัทที่มีภิกษุณีนั่งอยู่ด้วย รูปใด สวด ต้องอาบัติทุกกฏ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดปาติโมกข์ ในบริษัทที่มีสิกขมานานั่งอยู่ด้วย .... .... ที่สามเณรนั่งอยู่ด้วย .... .... ที่สามเณรีนั่งอยู่ด้วย .... .... ที่ภิกษุผู้บอกลาสิกขานั่งอยู่ด้วย .... ไม่พึงสวดปาติโมกข์ในบริษัทที่ภิกษุผู้ต้องอันติมวัตถุ นั่งอยู่ด้วย รูปใดสวด ต้อง อาบัติทุกกฏ. ไม่พึงสวดปาติโมกข์ ในบริษัทที่ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัตินั่งอยู่ด้วย รูปใด สวด พึงปรับอาบัติตามธรรม. .... ในบริษัทที่ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย ฐานไม่กระทำคืนอาบัติ นั่งอยู่ด้วย .... ไม่พึงสวดปาติโมกข์ ในบริษัทที่ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละคืนทิฏฐิอันลามกนั่ง อยู่ด้วย รูปใดสวด พึงปรับอาบัติตามธรรม. ไม่พึงสวดปาติโมกข์ในบริษัทที่บัณเฑาะก์นั่งอยู่ด้วย รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ. ไม่พึงสวดปาติโมกข์ ในบริษัทที่คนลักเพศนั่งอยู่ด้วย .... .... ที่ภิกษุเข้ารีตเดียรถีย์นั่งอยู่ด้วย .... .... ที่คนคล้ายสัตว์ดิรัจฉานนั่งอยู่ด้วย .... .... ที่คนฆ่ามารดานั่งอยู่ด้วย .... .... ที่คนฆ่าบิดานั่งอยู่ด้วย .... .... ที่คนฆ่าพระอรหันต์นั่งอยู่ด้วย .... .... ที่คนประทุษร้ายภิกษุณีนั่งอยู่ด้วย .... .... ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์นั่งอยู่ด้วย .... .... ที่คนผู้ทำร้ายพระศาสดาจนถึงห้อพระโลหิตนั่งอยู่ด้วย .... ไม่พึงสวดปาติโมกข์ ในบริษัทที่อุภโตพยัญชนกนั่งอยู่ด้วย รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ.
น ภิกฺขเว ภิกฺขุนิยา นิสินฺนปริสาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ โย อุทฺทิเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ น ภิกฺขเว สิกฺขมานาย ... น สามเณรสฺส ... น สามเณริยา ... น สิกฺขํ ปจฺจกฺขาตกสฺส ... น อนฺติมวตฺถุํ อชฺฌาปนฺนกสฺส นิสินฺนปริสาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ โย อุทฺทิเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ น อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิตฺตกสฺส นิสินฺนปริสาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ โย อุทฺทิเสยฺย ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ ฯ น อาปตฺติยา อปฺปฏิกฺกมฺเม อุกฺขิตฺตกสฺส นิสินฺนปริสาย ... น ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสคฺเค อุกฺขิตฺตกสฺส นิสินฺนปริสาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ โย อุทฺทิเสยฺย ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ ฯ น ปณฺฑกสฺส นิสินฺนปริสาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ โย อุทฺทิเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ น เถยฺยสํวาสกสฺส ... น ติตฺถิยปกฺกนฺตกสฺส ... น ติรจฺฉานคตสฺส ... น มาตุฆาตกสฺส ... น ปิตุฆาตกสฺส ... น อรหนฺตฆาตกสฺส ... น ภิกฺขุนีทูสกสฺส ... น สงฺฆเภทกสฺส ... น โลหิตุปฺปาทกสฺส ... น อุภโตพฺยญฺชนกสฺส นิสินฺนปริสาย ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิตพฺพํ โย อุทฺทิเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม่พึงทำอุโบสถ ด้วยการให้ปาริสุทธิค้างคราว เว้นแต่ บริษัทยังไม่ลุกไป.
น ภิกฺขเว ปาริวาสิกปาริสุทฺธิทาเนน อุโปสโถ กาตพฺโพ อญฺญตฺร อวุฏฺฐิตาย ปริสาย ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ไม่พึงทำอุโบสถ ในกาลมิใช่วันอุโบสถ เว้นแต่ วันสังฆสามัคคี. อุโบสถขันธกะ จบ ภาณวารที่ ๓ จบ. เรื่องในขันธกะนี้มี ๘๖ เรื่อง -----------------------------------------------------
น จ ภิกฺขเว อนุโปสเถ อุโปสโถ กาตพฺโพ อญฺญตฺร สงฺฆสามคฺคิยาติ ฯ อุโปสถกฺขนฺธกํ นิฏฺฐิตํ ฯ ตติยํ ภาณวารํ ฯ อิมมฺหิ ขนฺธเก วตฺถุ ฉอสีติ ฯ