พระให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ มหาวรรค ภาค ๒ พระให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้
ก็โดยสมัยนั้นแล ผ้าเกิดขึ้นแก่ภิกษุรูปหนึ่งหลายผืนและท่านปรารถนาจะให้ผ้า นั้นแก่โยมมารดาบิดา ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัส อนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุให้ด้วยรู้ว่ามารดาบิดา เราจะพึงว่าอะไร เราอนุญาตให้ สละแก่มารดาบิดา แต่ภิกษุไม่พึงทำศรัทธาไทยให้ตกไป รูปใดให้ตกไป ต้องอาบัติทุกกฏ. พระพุทธบัญญัติให้ครองผ้า ๒ ผืนเข้าบ้าน
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน พหุํ จีวรํ อุปฺปนฺนํ โหติ ฯ โส จ ตํ จีวรํ มาตาปิตูนํ ทาตุกาโม โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ มาตาปิตโรติ โข ภิกฺขเว ททมาเน กึ วเทยฺยามิ อนุชานามิ ภิกฺขเว มาตาปิตูนํ ทาตุํ น จ ภิกฺขเว สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตตพฺพํ โย วินิปาเตยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเก็บผ้าสังฆาฏิไว้ในวิหารอันธวัน แล้วครองผ้า อุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกเข้าบ้านเพื่อบิณฑบาต คนร้ายขโมยผ้าสังฆาฏินั้นไป ภิกษุนั้นจึงใช้ ผ้าเก่าครองจีวรคร่ำคร่า. ภิกษุทั้งหลายพูดอย่างนี้ว่า อาวุโส เพราะเหตุไร คุณจึงใช้ผ้าเก่า ครองจีวรคร่ำคร่าเล่า? ภิกษุนั้นตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมเก็บผ้าสังฆาฏิไว้ในวิหารอันธวันนี้ แล้วครอง อุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกเข้าบ้านเพื่อบิณฑบาต คนร้ายขโมยผ้าสังฆาฏินั้นไป เพราะเหตุนั้น ผมจึงใช้ผ้าเก่า ครองจีวรคร่ำคร่า. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสห้ามว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย ภิกษุมีแต่ผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกไม่พึงเข้าบ้าน รูปใดเข้าไป ต้องอาบัติทุกกฏ. สมัยต่อมา ท่านพระอานนท์ ลืมสติครองแต่ผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกเข้าบ้านเพื่อ บิณฑบาต ภิกษุทั้งหลายได้กล่าวคำนี้แก่ท่านพระอานนท์ว่า อาวุโสอานนท์ พระผู้มีพระภาคทรง บัญญัติห้ามไว้แล้ว มิใช่หรือว่า ภิกษุมีแต่ผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสก ไม่พึงเข้าบ้าน ดังนี้ ไฉนพระคุณเจ้าจึงมีแต่ผ้าอุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกเข้าบ้านเล่า? พระอานนท์ตอบว่า จริง ขอรับ พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติห้ามไว้แล้วว่า ภิกษุมีแต่ผ้า อุตราสงค์กับผ้าอันตรวาสกไม่พึงเข้าบ้าน ก็แต่ว่า ผมเข้าบ้านด้วยลืมสติ. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. เหตุที่เก็บผ้าไตรจีวรไว้ได้ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุ แรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าสังฆาฏิไว้ได้ มี ๕ อย่าง คือ เจ็บไข้ ๑ สังเกตเห็นว่าฝนจะตก ๑ ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ ๑ ที่อยู่คุ้มได้ด้วยดาล ๑ ได้กรานกฐิน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าสังฆาฏิไว้ได้มี ๕ อย่างนี้แล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอุตราสงค์ไว้ได้มี ๕ อย่างนี้ คือ เจ็บไข้ ๑ สังเกตเห็น ว่าฝนจะตก ๑ ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ ๑ ที่อยู่คุ้มได้ด้วยดาล ๑ ได้กรานกฐิน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุ ที่เก็บผ้าอุตราสงค์ไว้ได้มี ๕ อย่างนี้แล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอันตรวาสกไว้ได้มี ๕ อย่างนี้ คือ เจ็บไข้ ๑ สังเกตเห็น ว่าฝนจะตก ๑ ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ ๑ ที่อยู่คุ้มได้ด้วยดาล ๑ ได้กรานกฐิน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุ ที่เก็บผ้าอันตรวาสกไว้ได้มี ๕ อย่างนี้แล. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอาบน้ำฝนไว้ได้มี ๕ อย่างนี้ คือ เจ็บไข้ ๑ ไปนอก สีมา ๑ ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ ๑ ที่อยู่คุ้มได้ด้วยดาล ๑ ผ้าอาบน้ำฝนยังไม่ได้ทำหรือทำค้างไว้ ๑ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เหตุที่เก็บผ้าอาบน้ำฝนไว้ได้มี ๕ อย่างนี้แล.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ อนฺธวเน จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา สนฺตรุตฺตเรน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ โจรา ตํ จีวรํ อวหรึสุ ฯ โส ภิกฺขุ ทุจฺโจโล โหติ ลูขจีวโร ฯ ภิกฺขู เอวมาหํสุ กิสฺส ตฺวํ อาวุโส ทุจฺโจโล ลูขจีวโรติ ฯ อิธาหํ อาวุโส อนฺธวเน จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา สนฺตรุตฺตเรน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ โจรา ตํ จีวรํ อวหรึสุ เตนาหํ ทุจฺโจโล ลูขจีวโรติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ น ภิกฺขเว สนฺตรุตฺตเรน คาโม ปวิสิตพฺโพ โย ปวิเสยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อานนฺโท อสติยา สนฺตรุตฺตเรน คามํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ฯ ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจุํ นนุ อาวุโส อานนฺท ภควตา ปญฺญตฺตํ น สนฺตรุตฺตเรน คาโม ปวิสิตพฺโพติ กิสฺส ตฺวํ อาวุโส สนฺตรุตฺตเรน คามํ ปวิฏฺโฐติ ฯ สจฺจํ อาวุโส ภควตา ปญฺญตฺตํ น สนฺตรุตฺตเรน คาโม ปวิสิตพฺโพติ อปิจาหํ อาวุโส อสติยา ปวิฏฺโฐติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ {๑๖๓.๑} อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ปญฺจิเม ภิกฺขเว ปจฺจยา สงฺฆาฏิยา นิกฺเขปาย คิลาโน วา โหติ วสฺสิกสงฺเกตํ วา โหติ นทีปารํ คนฺตุํ วา โหติ อคฺคฬคุตฺติวิหาโร วา โหติ อตฺถตกฐินํ วา โหติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปจฺจยา สงฺฆาฏิยา นิกฺเขปาย ฯ {๑๖๓.๒} ปญฺจิเม ภิกฺขเว ปจฺจยา อุตฺตราสงฺคสฺส นิกฺเขปาย คิลาโน วา โหติ วสฺสิกสงฺเกตํ วา โหติ นทีปารํ คนฺตุํ วา โหติ อคฺคฬคุตฺติวิหาโร วา โหติ อตฺถตกฐินํ วา โหติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปจฺจยา อุตฺตราสงฺคสฺส นิกฺเขปาย ฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว ปจฺจยา อนฺตรวาสกสฺส นิกฺเขปาย คิลาโน วา โหติ วสฺสิกสงฺเกตํ วา โหติ นทีปารํ คนฺตุํ วา โหติ อคฺคฬคุตฺติวิหาโร วา โหติ อตฺถตกฐินํ วา โหติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปจฺจยา อนฺตรวาสกสฺส นิกฺเขปาย ฯ ปญฺจิเม ภิกฺขเว ปจฺจยา วสฺสิกสาฏิกาย นิกฺเขปาย คิลาโน วา โหติ นิสฺสีมํ คนฺตุํ วา โหติ นทีปารํ คนฺตุํ วา โหติ อคฺคฬคุตฺติวิหาโร วา โหติ วสฺสิกสาฏิกา อกตา วา โหติ วิปฺปกตา วา อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ปจฺจยา วสฺสิกสาฏิกาย นิกฺเขปายาติ ฯ