คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

สงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือน

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๔๕๖–๔๖๕พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑10 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๖ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๖ จุลวรรค ภาค ๑ สงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือน

๔๕๖

ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน เธอคิดอย่างนี้ว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบัง ไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า เราแล ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ ได้ให้ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรา นั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับเดือน แม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอจึงแจ้งแก่ภิกษุ ทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลาย ผมแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ผมนั้นคิดว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ ผมนั้น ขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ผมนั้น เมื่อผมนั้นกำลัง อยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า เราแล ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ ดังนี้ เรานั้นขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน แก่เรานั้น เมื่อ เรานั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับเดือน แม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ ดังนี้ ผมจะพึงปฏิบัติ อย่างไร ภิกษุเหล่านั้น กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคๆ ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล สงฆ์จงให้ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน แก่ภิกษุนั้น ฯ วิธีให้ปริวาสสำหรับเดือนนอกนี้

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปนฺโน โหติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ ตสฺส เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจิ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ {๔๕๖.๑} โส ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ อหํ โข อาวุโส เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ กถํ นุ โข มยา ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ตสฺส ภิกฺขุโน ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ เทตุ ฯ

๔๕๗

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้อย่างนี้ ภิกษุนั้นพึงเข้าไป หาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ไหว้เท้าภิกษุผู้แก่กว่า นั่งกระหย่งประคอง อัญชลี แล้วกล่าวคำขอ ว่าดังนี้:- คำขอปริวาสสำหรับเดือนนอกนี้ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ข้าพเจ้านั้นคิดว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ ข้าพเจ้า นั้นขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ข้าพเจ้านั้น เมื่อข้าพเจ้า นั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน กะสงฆ์ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อ เรานั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับเดือน แม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้านั้น ขอปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ พึงขอแม้ครั้งที่สอง พึงขอแม้ครั้งที่สาม

เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ทาตพฺโพ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อหํ ภนฺเต เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนานํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาจามีติ ฯ ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺโพ ตติยมฺปิ ยาจิตพฺโพ ฯ

๔๕๘

ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติ- *จตุตถกรรมวาจา ว่าดังนี้:- กรรมวาจาให้ปริวาสสำหรับเดือนนอกนี้ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน เธอคิดว่า เราแลต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอจึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอ กำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า เราแลต้องอาบัติสังฆา ทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรานั้น กำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับ เดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอขอ ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน กะสงฆ์ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้ปริวาสสำหรับ เดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน แก่ภิกษุมีชื่อนี้ นี้เป็นญัตติ ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้รูปนี้ต้องอาบัติ- *สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน เธอคิดว่า เราแลต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอจึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอ กำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่อ อาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ ปริวาส คิดละอายใจว่า ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับเดือน แม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอจึงขอ ปริวาสสำหรับเดือน แม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน กะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส สำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน แก่ภิกษุมีชื่อนี้ การให้ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ แม้ครั้งที่สอง ... ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ แม้ครั้งที่สาม ... ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน อันสงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุมีชื่อนี้ ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ ด้วยอย่างนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบเคียงอาบัติตัวก่อน แล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน ฯ อยู่ปริวาส ๒ เดือน

พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๔๕๘.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ ตสฺส เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจิ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ทเทยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๔๕๘.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ ตสฺส เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจิ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาจติ ฯ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ เทติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรสฺสปิ มาสปริวาสสฺส ทานํ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๔๕๘.๓} ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ทินฺโน สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตโรปิ มาสปริวาโส ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ {๔๕๘.๔} เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ปุริมํ อุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

๔๕๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน เธอคิดอย่างนี้ว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัวปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน กะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน เรานั้นคิดว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เรานั้นจึงขอปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน กะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๑ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรา นั้น เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส สำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอขอ ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ ให้ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบเคียงอาบัติตัวก่อนแล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ เทติ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เอกมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ เทติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ปุริมํ อุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

๔๖๐

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ เดือนหนึ่งไม่รู้ เธอขอปริวาส สำหรับเดือนที่รู้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส เดือนที่รู้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ปริวาส รู้เดือนแม้นอกนี้ เธอคิดอย่างนี้ว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ เดือนหนึ่งไม่รู้ เรานั้นขอปริวาสสำหรับเดือน ที่รู้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาสเดือน ที่รู้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะเรานั้น เรานั้นกำลังอยู่ปริวาส รู้เดือนแม้นอกนี้ ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอจึงขอปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่อ อาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึง เทียบเคียงอาบัติตัวก่อน แล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ มาสํ ชานาติ เอกํ มาสํ น ชานาติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ ชานาติ ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ ชานาติ ตํ มาสํ ปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ ชานาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ มาสํ ชานึ เอกํ มาสํ น ชานึ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ ชานึ ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ ชานึ ตํ มาสํ ปริวาสํ อทาสิ โสหํ ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ ชานามิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ เทติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ปุริมํ อุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

๔๖๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ เดือนหนึ่งระลึกไม่ได้ เธอ ขอปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เธอกำลังอยู่ปริวาสระลึกเดือนแม้นอกนี้ได้ เธอคิดอย่างนี้ ว่า เราแลต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ เดือนหนึ่งระลึก ไม่ได้ เรานั้นขอปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาสสำหรับเดือนที่ระลึกได้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เรานั้นกำลังอยู่ปริวาสระลึกเดือนแม้นอกนี้ได้ ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอขอปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบเคียงอาบัติตัวก่อน แล้วอยู่ ปริวาส ๒ เดือน ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ มาสํ สรติ เอกํ มาสํ น สรติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ สรติ ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ สรติ ตํ มาสํ ปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ สรติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ มาสํ สรึ เอกํ มาสํ น สรึ โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ สรึ ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ สรึ ตํ มาสํ ปริวาสํ อทาสิ โสหํ ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ สรามิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ เทติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ปุริมํ อุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

๔๖๒

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัย เดือนหนึ่งสงสัย เธอขอ ปริวาสเดือนที่ไม่สงสัย เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ ปริวาสเดือนที่ไม่สงสัย เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เธอกำลัง อยู่ปริวาสไม่สงสัยเดือนแม้นอกนี้ เธอคิดอย่างนี้ว่า เราแลต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัย เดือนหนึ่งสงสัย เรานั้น ขอปริวาสเดือนที่ไม่สงสัย เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ ให้ปริวาสเดือนที่ไม่สงสัย เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เรานั้นกำลังอยู่ปริวาสไม่สงสัยเดือนแม้นอกนี้ ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาสสำหรับ เดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ เธอจึงขอปริวาส สำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ ปริวาสสำหรับเดือนแม้นอกนี้ เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบเคียงอาบัติตัวก่อนแล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน ฯ มานัตตารหภิกษุ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ มาสํ นิพฺเพมติโก เอกํ มาสํ เวมติโก ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ นิพฺเพมติโก ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ นิพฺเพมติโก ตํ มาสํ ปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ นิพฺเพมติโก โหติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ มาสํ นิพฺเพมติโก เอกํ มาสํ เวมติโก โสหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ นิพฺเพมติโก ตํ มาสํ ปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ ยํ มาสํ นิพฺเพมติโก ตํ มาสํ ปริวาสํ อทาสิ โสหํ ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ มาสํ นิพฺเพมติโก ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ อิตรมฺปิ มาสปริวาสํ เทติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ปุริมํ อุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

๔๖๓

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่งไม่รู้ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอกำลังอยู่ ปริวาส มีภิกษุรูปอื่นที่คงแก่เรียน ชำนาญในคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรง มาติกา ฉลาด เฉียบแหลม มีปัญญา มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ต่อ- *สิกขา มาหา เธอถามอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้ อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติสังฆา- *ทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งรู้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่งไม่รู้ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ได้ ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ คุณ ภิกษุนี้ ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น เธอกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่อเดือนที่รู้ปิดบังไว้ ชอบธรรม ความชอบธรรม ย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ไม่รู้ปิดบังไว้ ไม่ชอบธรรม ความไม่ ชอบธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ภิกษุเป็นผู้ควรมานัตเพื่อเดือนนั้น ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอโก มาโส ชานปฏิจฺฉนฺโน เอโก มาโส อชานปฏิจฺฉนฺโน ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส อญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ พหุสฺสุโต อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต วิยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ โส เอวํ วเทติ กึ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน กิสฺสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอโก มาโส ชานปฏิจฺฉนฺโน เอโก มาโส อชานปฏิจฺฉนฺโน โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตาโย อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน ตาสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ โส เอวํ วเทติ ยฺวายํ อาวุโส มาโส ชานปฏิจฺฉนฺโน ธมฺมิกํ ตสฺส มาสสฺส ปริวาสทานํ ธมฺมตา รูหติ โย จ ขฺวายํ อาวุโส มาโส อชานปฏิจฺฉนฺโน อธมฺมิกํ ตสฺส มาสสฺส ปริวาสทานํ อธมฺมตา น รูหติ เอตสฺส อาวุโส มาสสฺส ภิกฺขุ มานตฺตารโหติ ฯ

๔๖๔

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่งระลึกไม่ได้ ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอ กำลังอยู่ปริวาส มีภิกษุรูปอื่นที่คงแก่เรียน ชำนาญในคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา ฉลาด เฉียบแหลม มีปัญญา มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ ต่อสิกขา มาหา เธอถามอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุ รูปนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า คุณ ภิกษุรูปนี้ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งระลึกได้ปิดบังไว้ เดือนหนึ่ง ระลึกไม่ได้ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน กะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น ภิกษุรูปที่มานั้น กล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ระลึกได้ปิดบังไว้ ชอบธรรม ความชอบธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ระลึกไม่ได้ปิดบังไว้ ไม่ ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ภิกษุเป็นผู้ควรมานัตเพื่อเดือนนั้น ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอโก มาโส สรมานปฏิจฺฉนฺโน เอโก มาโส อสรมานปฏิจฺฉนฺโน ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส อญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ พหุสฺสุโต อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต วิยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ โส เอวํ วเทติ กึ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน กิสฺสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ {๔๖๔.๑} เต เอวํ วเทนฺติ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอโก มาโส สรมานปฏิจฺฉนฺโน เอโก มาโส อสรมานปฏิจฺฉนฺโน โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตาโย อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน ตาสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ โส เอวํ วเทติ ยฺวายํ อาวุโส มาโส สรมานปฏิจฺฉนฺโน ธมฺมิกํ ตสฺส มาสสฺส ปริวาสทานํ ธมฺมตา รูหติ โย จ ขฺวายํ อาวุโส มาโส อสรมานปฏิจฺฉนฺโน อธมฺมิกํ ตสฺส มาสสฺส ปริวาสทานํ อธมฺมตา น รูหติ เอตสฺส อาวุโส มาสสฺส ภิกฺขุ มานตฺตารโหติ ฯ

๔๖๕

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัยปิดบังไว้ เดือนหนึ่งสงสัย ปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนกะสงฆ์ สงฆ์ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ เมื่อเธอ กำลังอยู่ปริวาส มีภิกษุรูปอื่น ที่คงแก่เรียน ชำนาญในคัมภีร์ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกา ฉลาด เฉียบแหลม มีปัญญา มีความละอาย มีความรังเกียจ ใคร่ ต่อสิกขา มาหา เธอถามอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้ อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติ สังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน คือ เดือนหนึ่งไม่สงสัยปิดบังไว้ เดือน หนึ่งสงสัยปิดบังไว้ เธอขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือน กะสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๒ ตัว ปิดบังไว้ ๒ เดือนแก่เธอ คุณ ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น ภิกษุรูปที่มานั้น กล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่อเดือนที่ไม่สงสัยปิดบังไว้ ชอบ ธรรม ความชอบธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่อเดือนที่สงสัยปิดบังไว้ ไม่ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ภิกษุเป็นผู้ควรมานัตเพื่อเดือนนั้น ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอโก มาโส นิพฺเพมติกปฏิจฺฉนฺโน เอโก มาโส เวมติกปฏิจฺฉนฺโน ฯ โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ สงฺโฆ ตสฺส ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส อญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ พหุสฺสุโต อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต วิยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ โส เอวํ วเทติ กึ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน กิสฺสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ {๔๖๕.๑} เต เอวํ วเทนฺติ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอโก มาโส นิพฺเพมติกปฏิจฺฉนฺโน เอโก มาโส เวมติกปฏิจฺฉนฺโน โส สงฺฆํ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ ตสฺส สงฺโฆ ทฺวินฺนํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตาโย อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน ตาสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ โส เอวํ วเทติ ยฺวายํ อาวุโส มาโส นิพฺเพมติกปฏิจฺฉนฺโน ธมฺมิกํ ตสฺส มาสสฺส ปริวาสทานํ ธมฺมตา รูหติ โย จ ขฺวายํ อาวุโส มาโส เวมติกปฏิจฺฉนฺโน อธมฺมิกํ ตสฺส มาสสฺส ปริวาสทานํ อธมฺมตา น รูหติ เอตสฺส อาวุโส มาสสฺส ภิกฺขุ มานตฺตารโหติ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย