๑
อรรถกถาแปลไทย
อธิบายสุญญตวาร จิตดวงที่ ๑
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มสุญญตวาร มีคำว่า ตสฺมึ โข ปน สมเย ธมฺมา โหนฺติ ดังนี้. สุญญตวารนั้นกำหนดไว้ ๒ อย่าง ด้วยสามารถแห่งอุทเทสและนิทเทส. บรรดาอุทเทสและนิทเทสเหล่านั้น วาระว่าด้วยอุทเทสจัดไว้เป็น ๒๔ ส่วน รวมทั้งบทว่า ธมฺมา โหนฺติ. ก็ในส่วนทั้งปวง ท่านมิได้กล่าวกำหนดนับว่า เป็น ๔ เป็น ๒ และเป็น ๓ ดังนี้.
ถามว่า เพราะเหตุไร?
ตอบว่า เพราะกำหนดไว้ในสังคหวารแล้ว ด้วยว่า ธรรมทั้งหลายที่กำหนดไว้ในสังคหวารนั้นนั่นแหละท่านก็กล่าวไว้ แม้ในสุญญตวารนี้
จริงอยู่ ในสุญญตวารนี้ ย่อมไม่ได้สัตว์ หรือภาวะ หรืออัตตา. ก็ธรรมทั้งหลาย ตรัสไว้เพื่อแสดงสุญญตา (ความว่าง) นี้ว่า ธรรมเหล่านี้สักว่าเป็นธรรม ไม่มีสาระ ไม่เป็นปริณายก เพราะฉะนั้น ในวาระแห่งอุทเทสนี้ พึงทราบเนื้อความ อย่างนี้ว่า
ในสมัยใด กามาวจรมหากุศลจิต ดวงที่ ๑ ย่อมเกิดขึ้น ธรรมเกิน ๕๐ ที่เกิดขึ้นด้วยองค์ประกอบของจิต ในสมัยนั้น ธรรมนั่นแหละย่อมมี ด้วยอรรถว่าเป็นสภาวะ ไม่ใช่อะไรๆ อื่น คือไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่ภาวะ ไม่ใช่ชีวะ ไม่ใช่โปสะ ไม่ใช่บุคคล.
อนึ่ง ธรรมนั้นย่อมชื่อว่าขันธ์ เพราะอรรถว่าเป็นกอง.
ในบททั้งปวงพึงทราบการประกอบเนื้อความโดยนัยก่อนนั่นแหละ ด้วยประการฉะนี้.
ก็เพราะองค์ฌานอื่นจากฌาน หรือว่าองค์มรรคอื่นจากมรรคไม่มี ฉะนั้น ในที่นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ฌานย่อมมี มรรคย่อมมี ดังนี้. จริงอยู่ ที่ชื่อว่าฌาน ก็เพราะอรรถว่าการเข้าไปเพ่งโดยแท้ ที่ชื่อว่ามรรค ก็เพราะอรรถว่าเป็นเหตุนั่นแหละ สัตว์หรือว่าภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งอื่นไม่มี. พึงทราบการประกอบเนื้อความในบททั้งปวงอย่างนี้ด้วยประการฉะนี้.
นิทเทสวารมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบสุญญตวาร และจบการพรรณนาอรรถแห่งปฐมจิต ซึ่งอธิบายแล้วประดับด้วยมหาวารทั้ง ๓. -----------------------------------------------------