๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาสังคหิตกถา ว่าด้วยธรรมที่สงเคราะห์กันได้
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องธรรมที่สงเคราะห์กันได้.
ในปัญหานั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายราชคิริกะและสิทธัตถิกะทั้งหลายว่า ธรรมบางเหล่าชื่อว่าสงเคราะห์กันได้กับธรรมบางเหล่า ดุจโคคู่หนึ่งมีโคพลิพัทเป็นต้นที่เขาผูกไว้ด้วยเชือกเป็นต้น ย่อมไม่มี เหตุใด เพราะเหตุนั้น ธรรมทั้งหลายบางอย่างที่สงเคราะห์กับธรรมทั้งหลายบางอย่าง จึงไม่มี ครั้นเมื่อความเป็นเช่นนี้มีอยู่คำเป็นต้นว่า การสงเคราะห์รูปโดยความเป็นอันเดียวกันได้ ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนี้.
คำถามของสกวาที หมายถึงชนเหล่านั้น เพื่อจะแสดงความที่ธรรมสงเคราะห์กันได้ด้วยอรรถอย่างหนึ่ง คำตอบรับรองเป็นของปรวาทีด้วยสามารถแห่งลัทธิของตน.
บัดนี้การสงเคราะห์ธรรมอันบัณฑิตย่อมหาได้ด้วยอรรถอันใด เพื่อแสดงอรรถอันนั้น พระสกวาทีจึงเริ่มคำว่า ธรรมบางเหล่าที่ท่านสงเคราะห์เข้าไว้ด้วยธรรมบางเหล่าไม่มีหรือ.
คำทั้งหมดนั้นมีอรรถง่ายทั้งนั้น เหมือนอย่างโคพลิพัทคู่ ๑ ที่เขาล่ามไว้ด้วยทามหรือเชือก นี้เพื่อตั้งลัทธิของตน บัณฑิตพึงทราบว่า ลัทธิของปรวาทีนั้นถูกสกวาทีผู้ไม่ยินดี คำอุปมานั้น ไม่คัดค้านคำอุปมานั้นทำลายเสียแล้ว ด้วยคำว่า หากว่าโคพลิพัทคู่ ๑ เขาล่ามไว้ด้วยทามหรือเชือก...ด้วยเหตุนั้นนะ ท่านจึงต้องกล่าวว่าธรรมบางเหล่าที่ท่านสงเคราะห์ไว้ด้วยธรรมบางเหล่ามีอยู่ ดังนี้.
ในข้อนี้ พึงทราบเนื้อความว่า ถ้าว่า ชื่อว่าโคพลิพัทเป็นต้นที่เขาสงเคราะห์กัน คือผูกไว้คู่หนึ่งสำหรับเทียมแอก ด้วยเชือกเป็นต้น ตามลัทธิของท่านไม่มีไซร้ ธรรมทั้งหลายบางอย่างที่สงเคราะห์กันได้ก็ไม่มี ดังนี้.
อรรถกถาสังคหิตกถา จบ. -----------------------------------------------------