คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๒ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาสมาปันโน สัททังสุณาตีติกถา ว่าด้วยผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้.

ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายปุพพเสลิยะทั้งหลายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเสียงว่าเป็นหนามคือเป็นข้าศึก ต่อปฐมฌาน ก็ถ้าว่า ผู้เข้าฌานไม่ได้ยินเสียงไซร้ เสียงนั้นจะพึงเป็นหนาม คือเป็นข้าศึก ได้อย่างไร เหตุใด เพราะเหตุนั้น ผู้เข้าฌานย่อมได้ยินเสียง ดังนี้.

คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

คำว่า ผู้เข้าสมาบัติเห็นรูปด้วยจักษุ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อท้วงด้วยคำว่า ตราบใดที่บุคคลยังเข้าฌานอยู่ อารมณ์ทางปัญจทวารย่อมไม่มี ก็ครั้นเมื่ออารมณ์ทางปัญจทวารนั้นไม่มี ก็ถ้าเขาพึงได้ยินเสียงไซร้ เขาก็พึงเห็นแม้ซึ่งรูปได้ ดังนี้.

คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเสียงว่าเป็นข้าศึก ท่านกล่าวแล้วเพราะความที่เสียงนั้นกระทำความรบกวน.

จริงอยู่ ครั้นเมื่อเสียงอันโอฬารกระทบโสตะแล้ว การออกจากฌานย่อมมีได้ ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสคำนี้ เพราะฉะนั้น พระสูตรนี้จึงมิใช่ข้อพิสูจน์ว่า ผู้เข้าสมาบัติฟังเสียงได้ ดังนี้.

____________________________

คำบาลีว่า โอฬาริเกน หิ สทฺเทน โสเต ฆฏฺฏิเต ปฐมชฺฌานโต วุฏฺฐานํ โหติ เตเนตํ วุตฺตํ.

คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสวิตกวิจารว่าเป็นข้าศึกต่อทุติยฌานเป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่อให้รู้ว่าหนามคือข้าศึกแม้อื่นๆ ไม่มีอยู่ในภายในแห่งสมาบัติ ฉันใด แม้การฟังซึ่งเสียงเป็นต้นก็ย่อมไม่มีอยู่ในสมาบัติฉันนั้น.

คำทั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.

อรรถกถาสมาปันโนสัททังสุณาตีติกถา จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร