๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาอินทริยกถา ว่าด้วยอินทรีย์
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอินทรีย์ คือธรรมที่เป็นใหญ่.
ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายเหตุวาทะและมหิสาสกะทั้งหลายว่า ศรัทธาที่เป็นโลกียะชื่อว่าเป็นศรัทธาเท่านั้น ไม่ชื่อว่าเป็นสัทธินทรีย์ วิริยะที่เป็นโลกียะ สติที่เป็นโลกียะ สมาธิที่เป็นโลกียะปัญญาที่เป็นโลกียะ ฯลฯ ชื่อว่าเป็นปัญญาเท่านั้นไม่ชื่อว่าเป็นปัญญินทรีย์ ดังนี้.
คำถามของสกวาทหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.
คำว่า ศรัทธาที่เป็นโลกีย์ไม่มีหรือ เป็นต้น ท่านกล่าวเพื่อแสดงซึ่งความที่ธรรมทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้น แม้เป็นโลกีย์ก็ชื่อว่าเป็นอินทรีย์ ด้วยเพราะอรรถว่าเป็นใหญ่ยิ่ง มิใช่ธรรมอื่นนอกจากศรัทธาเป็นต้น ชื่อว่าสัทธินทรีย์เป็นต้น เหตุใด เพราะเหตุนั้น ธรรมทั้งหลายมีศรัทธาเป็นต้นนั่นแหละ แม้เป็นโลกียะก็ชื่อว่าเป็นสัทธินทรีย์ เป็นต้น.
คำว่า มโนที่เป็นโลกียะมีอยู่ เป็นต้น สกวาทีกล่าวเพื่ออธิบายเนื้อความนั้นให้แจ่มแจ้งด้วยอุปมาว่า ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นมีมโนเป็นต้นเป็นโลกียะ ก็ชื่อว่ามนินทรีย์เป็นต้น ฉันใด ธรรมทั้งหลายแม้มีศรัทธาเป็นต้น ที่เป็นโลกียะก็ชื่อว่าเป็นสัทธินทรีย์เป็นต้น ฉันนั้นดังนี้.
คำที่เหลือในที่นี้ พึงทราบตามพระบาลีนั่นแหละ ดังนี้แล. อรรถกถาอินทริยกถา จบ.
รวมกถาที่มีในวรรคนี้คือ
๑. กิเลสชหนกถา
๒. สุญญตากถา
๓. สามัญญผลกถา
๔. ปัตติกถา
๕. ตถตากถา
๖. กุสลกถา
๗. อัจจันตนิยามกถา
๘. อินทริยกถา.
____________________________
อรรถกถาว่า "กิเลสัปปชหนกถา".
วรรคที่ ๑๙ จบ. -----------------------------------------------------