คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๓๑ บรรทัด๑ ฉบับ

วรรณนานิทเทสแห่งอัตถิปัจจัย

ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยในอัตถิปัจจัยนิทเทสต่อไป.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอัตถิปัจจัย ด้วยอำนาจแห่งสหชาตะ ด้วยคำว่า จตฺตาโร ขนฺธา เป็นต้น. ทรงแสดงอัตถิปัจจัยด้วยอำนาจแห่งปุเรชาตะด้วยคำว่า จกฺขฺวายตนํ เป็นต้น.

ในคำว่า ยํ รูปํ นิสฺสาย นี้ ทรงแสดงอัตถิปัจจัยด้วยอำนาจธรรมทั้งที่เป็นสหชาตะและปุเรชาตะ. บาลีนี้มาแล้วด้วยอำนาจอัตถิปัจจัย แห่งธรรมทั้งที่เป็นสหชาตะและปุเรชาตะทีเดียวด้วยประการฉะนี้.

แต่ในปัญหาวาระ ได้อัตถิปัจจัย ด้วยอำนาจแห่งอาหารและอินทรีย์ที่เป็นปัจฉาชาตะด้วย เพราะพระบาลีมาแล้วด้วยอำนาจธรรมเหล่านี้ คือสหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาร อินทรีย์. แต่ในที่นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเทศนา ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่มีส่วนเหลือ.

พรรณนาบาลีในอธิการนี้เพียงเท่านี้.

ก็ชื่อว่าอัตถิปัจจัยนี้ มี ๒ อย่าง คือโดยเป็นอัญญมัญญะและไม่ใช่อัญญมัญญะ. ใน ๒ อย่างนั้น อัตถิปัจจัยที่เป็นอัญญมัญญะมี ๓ อย่าง คืออรูปกับอรูป รูปกับรูป รูปและอรูปกับรูปและอรูป.

จริงอยู่ ในคำนี้ว่า ขันธ์ ๔ เป็นอัตถิปัจจัยแก่อรูป พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงอรูปเป็นปัจจัยกัน ด้วยอำนาจการเกิดขึ้นแห่งจิตทั้งหมด.

ในคำนี้ว่า จตฺตาโร มหาภูตา ตรัสถึงรูปเป็นปัจจัยกับรูป ด้วยอำนาจการสืบต่อแห่งรูปทั้งหมด.

ในคำนี้ว่า โอกฺกนฺติกฺขเณ นามรูปํ ตรัสถึงรูปและอรูป กับรูปและอรูปเป็นปัจจัยกัน ด้วยอำนาจแห่งขันธ์ที่ทำหน้าที่ปฏิสนธิและวัตถุรูป. อัตถิปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญะมี ๓ อย่าง คืออรูปเป็นอัตถิปัจจัยแก่รูป รูปเป็นอัตถิปัจจัยแก่รูป รูปเป็นอัตถิปัจจัยแก่อรูป.

จริงอยู่ ในคำนี้ว่า จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงอรูปเป็นปัจจัยแก่รูป ด้วยอำนาจปัญจโวการภพ.

ในคำนี้ว่า มหาภูตา อุปาทารูปานํ ตรัสถึงรูปเป็นปัจจัยแก่รูป ด้วยอำนาจการสืบต่อแห่งรูปทั้งหมด.

ในคำมีอาทิว่า "จกฺขฺวายตนํ จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา" พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า รูปเป็นปัจจัยแก่อรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย ด้วยอำนาจวัตถุและอารมณ์. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าอัตถิปัจจัยนี้โดยสังเขป จะกล่าวว่า ได้แก่ เบญจขันธ์ที่กำลังเป็นไป คือนามและรูปที่ถึงซึ่งขณะทั้ง ๓ ก็ถูก.

อัตถิปัจจัยนั้นโดยประเภทแห่งชาติแจกออกเป็น ๕ ชาติ คือกุศล อกุศล วิบาก กิริยาและรูป. ใน ๕ ชาตินั้น อัตถิปัจจัยที่เป็นกุศลมี ๒ คือเป็นสหชาตะกับปัจฉาชาตะ, อกุศล วิบากและกิริยาก็เหมือนกัน.

บรรดาอัตถิปัจจัยที่เป็นกุศลเป็นต้นนั้น กุศลจำแนกออกเป็น ๔ ภูมิ ด้วยอำนาจ เป็นกามาวจรเป็นต้น. อกุศลเป็นกามาวจรอย่างเดียว. วิบากเป็นไปทั้ง ๔ ภูมิ. กิริยาเป็นไปใน ๓ ภูมิ อัตถิปัจจัยคือรูปเป็นกามาวจรอย่างเดียว. ก็อัตถิปัจจัยคือรูปนั้นมี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจสหชาตะและปุเรชาตะ. ใน ๒ อย่างนั้น วัตถุ ๕ และอารมณ์ ๕ เป็นปุเรชาตะอย่างเดียว. หทัยวัตถุเป็นสหชาตะก็ได้ เป็นปุเรชาตะก็ได้ ส่วนอาหารและอินทรีย์ที่มาแล้วในปัญหาวาระ ย่อมไม่ได้การจำแนกโดยเป็นสหชาตะเป็นต้น. ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัยโดยการจำแนกด้วยประการต่างๆ ในอธิการนี้ ดังพรรณนามาแล้ว.

ก็ในอัตถิปัจจัยที่จำแนกไว้อย่างนี้ กุศลแม้ทั้ง ๔ ภูมิที่เกิดพร้อมกัน เป็นอัตถิปัจจัย. ในปัญจโวการภพ เป็นปัจจัยซึ่งกันและกันแก่ขันธ์ทั้งหลาย โดยนัยเป็นต้นว่า ขันธ์ ๑ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓. และเป็นปัจจัยแก่จิตตชรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. ก็สหชาตกุศลที่เหลือ เว้นรูปาวจรกุศล เป็นปัจจัยเฉพาะแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตเท่านั้นในอรูปภพ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. ก็กุศลที่เป็นปัจฉาชาตะทั้ง ๔ ภูมิ เป็นปัจจัยแก่กายที่มีสมุฏฐาน ๔ และ ๓ ในปัญจโรการภพ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

แม้ในอกุศลเป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน.

จริงอยู่ อกุศลที่เป็นสหชาตะแม้นั้นเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุต และจิตตชรูปในปัญจโวการภพ และเป็นปัจจัยเฉพาะแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตเท่านั้นในจตุโวการภพ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย. อกุศลที่เป็นปัจฉาชาตอกุศล เป็นปัจจัยแก่กายที่มีสมุฏฐาน ๔ และ ๓ ในปัญจโวการภพ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.

ก็โดยความเป็นวิบาก อัตถิปัจจัยที่เป็นกามาวจรวิบากและรูปาวจรวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายและกัมมชรูป ในขณะปฏิสนธิโดยแน่นอน ด้วยอำนาจของสหชาตัตถิปัจจัย. แต่เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตและจิตตชรูปในปวัตติกาล ด้วยอำนาจของสหชาตัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยแก่กายที่มีสมุฏฐาน ๔ และ ๓ ซึ่งถึงฐิติขณะแล้ว ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตัตถิปัจจัย.

แต่อรูปาวจรวิบากและโลกุตตรวิบากที่เกิดในอรูปภพ เป็นปัจจัยเฉพาะแก่ธรรมที่สัมปยุตกับตนเท่านั้น ด้วยอำนาจสหชาตัตถิปัจจัย. โลกุตตรวิบากในปัญจโวการภพ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตกับตนและจิตตชรูป ด้วยอำนาจของสหชาตัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยแก่กายที่มีสมุฏฐาน ๔ และ ๓ ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตัตถิปัจจัย.

โดยความเป็นกิริยา อัตถิปัจจัยที่เป็นรูปาวจรกิริยา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตและจิตตชรูป ด้วยอำนาจของสหชาตัตถิปัจจัย, เป็นปัจจัยแก่กายที่มีสมุฏฐาน ๔ และ ๓ ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตัตถิปัจจัย.

แต่กามาวจรและอรูปาวจรกิริยา เป็นปัจจัยเฉพาะแก่ขันธ์ที่สัมปยุตเท่านั้นในอรูปภพ และเป็นปัจจัยแม้แก่จิตตชรูปในปัญจโวการภพ ด้วยอำนาจของสหชาตัตถิปัจจัย. เป็นปัจจัยแก่กายที่มีสมุฏฐาน ๔ และ ๓ ด้วยอำนาจปัจฉาชาตัตถิปัจจัย.

ก็ธรรมคือรูป เป็นอัตถิปัจจัย ๔ ปัจจัย คือสหชาตะ ปุเรชาตะ อาหารและอินทรีย์.

ใน ๔ ปัจจัยนั้น อัตถิปัจจัยคือรูปที่เป็นสหชาตะมี ๔ อย่าง ด้วยอำนาจแห่งสมุฏฐาน.

ในสมุฏฐาน ๔ นั้น รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐาน เป็นสหชาตัตถิปัจจัยอย่างนี้คือ มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓, มหาภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๑, มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒, มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่อุปาทายรูป ด้วยอำนาจของสหชาตัตถิปัจจัย. วัตถุรูปในขณะปฏิสนธิ เป็นปัจจัยแก่กามาวจรวิบากและรูปาวจรวิบากขันธ์ ด้วยอำนาจของสหชาตัตถิปัจจัย.

รูปที่มีสมุฏฐาน ๓ ที่เหลือเป็นปัจจัย ด้วยอำนาจของสหชาตัตถิปัจจัยอย่างนี้คือ มหาภูตรูป ๑ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๓, มหาภูตรูป ๓ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๑, มหาภูตรูป ๒ เป็นปัจจัยแก่มหาภูตรูป ๒, มหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่อุปาทายรูป.

ส่วนปุเรชาตัตถิปัจจัยมี ๒ อย่าง คือวัตถุปุเรชาตะและอารัมมณปุเรชาตะ.

ทั้ง ๒ อย่างนั้น ผู้ศึกษาพึงเชื่อมความถือเอาตามนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในปุเรชาตปัจจัยในหนหลัง. แม้อาหารัตถิปัจจัย พึงประกอบตามนัยที่ประกอบแล้วในกวฬีการาหารปัจจัยในหนหลัง.

ก็อาหารัตถิปัจจัยนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า อัตถิปัจจัย ในอธิการนี้ ด้วยความเป็นปัจจัยในขณะที่ตนยังไม่ดับไป. แม้รูปชีวิตินทรีย์ พึงถือเอาตามนัยที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในการอธิบายรูปชีวิตินทรีย์ ในอินทริยปัจจัยข้างต้น. ก็ในที่นี้ รูปชีวิตินทรีย์นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่า อัตถิปัจจัยด้วยความเป็นปัจจัยในขณะที่ตนยังไม่ดับไป.

ผู้ศึกษาพึงทราบวินิจฉัย แม้ด้วยธรรมที่เป็นปัจจยุบบันในอธิการนี้ ดังนี้แล.

วรรณนานิทเทสแห่งอัตถิปัจจัย จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑