๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาปัจจนียนัย
ก็กุศลย่อมมีไม่ได้ในปัจจนียนัย ฉะนั้น ท่านจึงทำวิสัชนาตั้งแต่อกุศลเท่านั้น เป็นต้นไป.
วิสัชนานั้นมีเนื้อความกระจ่างแล้วทั้งนั้น.
ก็คำว่า นเหตุยา เทฺว ในนเหตุปัจจัยมี ๒ วาระ เป็นอาทินั้นใด อันท่านกล่าวไว้เพื่อการกำหนดวิสัชนาในปัจจนียนัยโดยการคำนวณ ในคำนั้นมีการกำหนด (ปริเฉท) ๓ อย่าง คือ เทฺว ๒, ตีณิ ๓, เอกํ ๑. บัณฑิตพึงทราบการคำนวณเพราะการเทียบเคียงปัจจัยในทุกติกะเป็นต้น ด้วยอำนาจแห่งปริเฉทเหล่านั้น.
แม้ในอธิการนี้ก็ย่อมได้เฉพาะวิสัชนาที่มีการคำนวณได้น้อยกว่า เพราะเทียบเคียงปัจจัยที่คำนวณได้มากกว่ากับปัจจัยที่คำนวณได้น้อยกว่า. ย่อมได้วิสัชนาที่มีจำนวนเท่ากัน เพราะเทียบเคียงกับปัจจัยที่คำนวณได้เท่ากัน.
ก็เพราะในวาระนี้มีอรูปธรรมเท่านั้นเป็นปัจจยุบบัน ฉะนั้น ท่านจึงแสดงปัจจัย ๑๐ คือ นเหตุปัจจัย นอธิปติปัจจัย นปุเรชาตปัจจัย นปัจฉาชาตปัจจัย นอาเสวนาปัจจัย นกัมมมปัจจัย นวิปากปัจจัย นฌานปัจจัย นมัคคปัจจัยและนวิปปยุตตปัจจัย โดยความเป็นปัจจนิก.
ปัจจัยที่เหลือ ๑๔ ย่อมมีไม่ได้. แม้ในบรรดาปัจจัยที่มีได้เหล่านั้น นกัมมปัจจัยและนวิปากปัจจัยย่อมไม่ได้ปัจจยุบบันที่เป็นวิบาก.
คำว่า นเหตุปจฺจยา นอธิปติยา เทฺว เพราะนเหตุปัจจัย ในนอธิปติปัจจัยมี ๒ วาระ คือวิสัชนา ๒ ที่ได้ในนเหตุปัจจัย. แม้ในหมวด ๒ แห่งวิสัชนาที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.
สองบทว่า นกมฺเม เอกํ ในนกัมมปัจจัยมี ๑ วาระ คืออัพยากตะกับอัพยากตะ เพราะจัดอเหตุกกิริยาเจตนาให้เป็นปัจจยุบบัน.
สองบทว่า น วิปาเก เทฺว ความว่า วิสัชนา ๒ ด้วยอำนาจอเหตุกโมหะและอเหตุกกิริยา.
สองบทว่า นฌาเน เอกํ พึงทราบว่า เป็นอัพยากตะวิสัชนา ด้วยอำนาจอเหตุกปัญจวิญญาณ.
สองบทว่า นมคฺเค เอกํ พึงทราบอัพยากตะวิสัชนาด้วยอำนาจอเหตุกวิบากและกิริยา.
ผู้ศึกษาพึงทราบเนื้อความในการเทียบเคียงปัจจัยทั้งปวงโดยอุบายนี้แล.
อรรถกถาปัจจนียนัย จบ. -----------------------------------------------------