คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๒ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาสกลิกสูตรที่ ๓

พึงทราบวินิจฉัยในสกลิกสูตรที่ ๓ ต่อไป :-

บทว่า มนฺทิยา นุ เสสิ ได้แก่ ท่านนอนด้วยความเขลา ด้วยความลุ่มหลง.

บทว่า อุทาหุ กาเวยฺยมตฺโต ได้แก่ ก็หรือว่า ท่านนอนเหมือนอย่างกวี นอนครุ่นคิดคำที่จะพึงกล่าว หมกมุ่นด้วยเหตุที่จะพึงแต่งนั้น.

บทว่า สมฺปจุรา แปลว่า มาก.

บทว่า กิมิทํ โสปฺปเสว ได้แก่ เหตุไร ท่านจึงหลับอย่างนี้เล่า.

บทว่า อตฺถํ สเมจฺจ ได้แก่ มาถึงพร้อม คือบรรลุประโยชน์แล้ว ด้วยว่า เราไม่มีประโยชน์ [ความต้องการ] ว่า ขึ้นชื่อว่า ผู้ไม่เกี่ยวข้อง ก็วิบัติจากผู้เกี่ยวข้องดังนี้.

บทว่า สลฺลํ ได้แก่ หอกแลลูกศรอันคม.

บทว่า ชคฺคํ น สงฺเกมิ ความว่า เราถึงเดินทางก็ไม่ระแวง อย่างคนบางคนเดินไปในทางสีหะเป็นต้นก็ระแวง.

บทว่า นปิ เภมิ โสตฺตุํ ความว่า เราไม่กลัวจะหลับ อย่างคนบางคน กลัวจะหลับในทางสีหะเป็นต้น.

บทว่า นานุปตนฺติ มา มํ ความว่า คนทั้งหลายไม่เดือดร้อนตามไปกะเรา อย่างเมื่ออาจารย์หรืออันเตวาสิกเกิดไม่สบาย อันเตวาสิกมัวแต่เล่าเรียนและสอบถามเสีย คืนวันล่วงไปๆ ก็เดือดร้อนถึง ด้วยว่า กิจที่ยังไม่เสร็จไรๆ ของเราไม่มี. ด้วยเหตุนั้นนั่นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า หานึ น ปสฺสามิ กุหิญฺจิ โลเก เราไม่เห็นความเสื่อมในโลกไหนๆ.

จบอรรถกถาสกลิกสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร