คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๔ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาปิยังกรสูตรที่ ๖

พึงทราบวินิจฉัยในปิยังกรสูตรที่ ๖ ต่อไปนี้ :-

บทว่า เชตวเน ความว่า พระอนุรุทธะอยู่ในวิหารชื่อโกสัมพกุฏีท้ายพระเชตวัน.

ธรรม ๒๖ วรรคท่านยกขึ้นรวบรวมไว้แผนกหนึ่ง ประสงค์ว่า ตํ ในบทนี้ว่า ธมฺมปทานิ. สมัยนั้น พระเถระนั่งภายในวิหาร ณ ที่นั้น สวดอัปปมาทวรรคเป็นสรภัญญะ ด้วยเสียงไพเราะ.

บทว่า เอวํ โตเสสิ ความว่า ได้ยินว่า นางยักษิณีนั้นอุ้มบุตรชื่อปิยังกระ แสวงหาอาหารอยู่ ตั้งแต่ข้างหลังพระเชตวัน มุ่งตรงต่อพระนครโดยลำดับ แสวงหาอยู่ซึ่งของกินที่เสีย คืออุจจาระ ปัสสาวะ น้ำลาย น้ำมูก ถึงสถานที่อยู่ของพระเถระ ได้ฟังเสียงอันไพเราะ.

เสียงนั้นตัดผิวหนังเป็นไปจดเยื่อในกระดูก เข้าไปถึงหัวใจของนางหยุดอยู่.

ครั้งนั้น นางยักษิณีนั้นไม่คิดในการแสวงหาอาหาร. นางยืนเงี่ยโสตลงฟังธรรม.

ส่วนยักขทารกไม่มีจิตในการฟังธรรมเพราะเป็นหนุ่ม. เขาถูกความหิวเบียดเบียนแล้ว จึงเตือนมารดาแล้วๆ เล่าๆ ว่า เพราะเหตุไร แม่จึงยืนไม่ไหวติงเหมือนตอ ในที่แม่มาแล้ว ไม่แสวงหาของเคี้ยว หรือของบริโภคสำหรับลูก.

นางคิดว่า บุตรจะทำอันตรายแก่การฟังธรรมของเรา จึงปลอบบุตรน้อยอย่างนี้ว่า ปิยังกระ อย่าส่งเสียงดัง. ในบทนั้น บทว่า มาสทฺทมกริ ได้แก่ อย่าได้ส่งเสียงดัง.

นางแสดงศีล ๕ ที่สมาทานแล้ว ตามธรรมดาของตนด้วยคาถาว่า ปาเณสุ จ ดังนี้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า สญฺญมามเส ได้แก่ เราสำรวม คือเป็นผู้สำรวมแล้ว.

นางงดเว้นจากปาณาติบาตด้วยบทนี้. งดเว้นจากมุสาวาทด้วยบทที่สอง. การงดเว้นสามอย่างที่เหลือด้วยบทที่สาม.

บทว่า อปิ มุจฺเจม ปิสาจโยนิยา นางยักษิณีกล่าวว่า ลูกเราละเวร ๕ เหล่านี้ ที่เกิดขึ้นในยักขโลกเสียแล้ว ปฏิบัติโดยอุบายอันแยบคายแล้ว จึงจะพ้นจากกำเนิดยักษ์ปีศาจซึ่งมีภิกษาหายาก ทั้งจะพากันอดตาย.

จบอรรถกถาปิยังกรสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร