คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๕ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาอภิสมยวรรคที่ ๑๐ อรรถกถานขสิขาสูตรที่ ๑

อภิสมยวรรค นขสิขาสูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า นขสิขาย ความว่า ที่ปลายเล็บซึ่งพ้นจากที่มีเนื้อ.

จริงอยู่ ชื่อว่าปลายเล็บเป็นของใหญ่สำหรับโลกิยชน แต่สำหรับพระศาสดาเป็นของละเอียดเหมือนปลายดอกอุบลแดง.

ถามว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น ฝุ่นจะตั้งอยู่ที่ปลายเล็บนั้นได้อย่างไร.

ตอบว่า ตั้งอยู่ได้ด้วยแรงอธิษฐาน. ด้วยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะให้เขารู้เนื้อความ จึงทรงให้ฝุ่นนั้นตั้งอยู่ที่ปลายเล็บด้วยแรงอธิษฐาน.

บทว่า สติมํ กลํ ความว่า แบ่งฝุ่นในแผ่นดินใหญ่เป็น ๑๐๐ ส่วน พึงถือเอาจาก ๑๐๐ ส่วนนั้นเพียง ๑ ส่วน ก็นัยนี้เหมือนกัน.

บทว่า อภิสเมตาวิโน ได้แก่ ผู้ตรัสรู้อริยสัจด้วยปัญญาแม้ข้างหน้าตั้งอยู่.

บทว่า ปุริมํ ทุกฺขกฺขนฺธํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อุปนิธาย ความว่า เทียบกองทุกข์ที่ตรัสไว้ทีแรกอย่างนี้ว่า ทุกข์นี้แหละ คือที่สิ้นไปแล้วมีมากกว่า. อธิบายว่า อยู่ในสำนักของท่าน พิจารณาอยู่ด้วยญาณ โดยเว้นกองทุกข์ที่มากกว่านั้น ในสำนักของภิกษุนั้น.

ถามว่า ก็ในที่นี้ที่ชื่อว่าทุกข์มีในก่อนเป็นไฉน ทุกข์ที่สิ้นไปเป็นไฉน ทุกข์ที่พึงเกิดขึ้นเพราะไม่อบรมปฐมมรรคเป็นไฉน

ทุกข์ที่พึงเกิดขึ้นในอัตภาพทั้ง ๗ ในอบาย และในที่ใดที่หนึ่ง ตั้งต้นแต่ปฏิสนธิที่ ๘ ไป. ทุกข์ทั้งหมดนั้นพึงทราบว่า ปริกขีณทุกข์ - ทุกข์ที่สิ้นไป.

บทว่า สตฺตกฺขตฺตุํ แปลว่า ๗ ครั้ง. อธิบายว่า ในอัตภาพทั้ง ๗.

ด้วยบทว่า ปรมตา ท่านแสดงว่า นี้เป็นประมาณยิ่งของทุกข์นั้น.

บทว่า มหตฺถิโย ได้แก่ ให้สำเร็จประโยชน์ใหญ่.

จบอรรถกถานขสิขาสูตรที่ ๑ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร