๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในบทว่า อุปสงฺกมิ ในอานันทสูตรที่ ๑๐.
พระอานนทเถระเห็นพวกภิกษุเหล่าอื่น ยังพระศาสดาให้บอกพระกรรมฐานขันธ์ ๕ ประกอบแล้วสืบต่อแล้วบรรลุพระอรหัตต์ แล้วพยากรณ์พระอรหัตต์ในสำนักพระศาสดา จึงคิดว่า แม้เราก็จักยังพระศาสดาให้ตรัสบอกพระกรรมฐานขันธ์ ๕ แล้ว ประกอบอยู่สืบต่ออยู่บรรลุพระอรหัตต์แล้ว จักพยากรณ์พระอรหัตต์ ดังนี้ จึงเข้าไปเฝ้า.
ก็พระศาสดาแม้ไม่ทรงเห็นการละกิเลสทั้งหลายอันมรรคเบื้องบนสามพึงฆ่าของพระเถระ ในเวลาที่พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ก็ตรัสบอกด้วยพระดำริว่า เราจักกำหนดดูจิตของภิกษุนี้. ก็จิตของพระเถระแม้นั้นฟังมนสิการพระกรรมฐานครั้งหนึ่งหรือสองครั้งก็พึงไปด้วยคิดว่า เวลานี้เป็นเวลาอุปฐากพระพุทธเจ้า.
พระอานนทเถระนั้นมีธรรมเป็นเครื่องบ่มวิมุตติ ยังจิตของท่านให้ร่าเริงอยู่ เป็นผู้ประกอบเนืองๆ ในพระกรรมฐาน เกิดแล้วด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาอานันทสูตรที่ ๑๐ จบอรรถกถาทิฏฐิวรรคที่ ๕ -----------------------------------------------------
รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อัชฌัตติกสูตร
๒. เอตังมมสูตร
๓. เอโสอัตตาสูตร
๔. โมจเมสิยาสูตร
๕. มิจฉาทิฏฐิสูตร
๖. สักกายทิฏฐิสูตร
๗. อัตตานุทิฏฐิสูตร
๘. อภินิเวสสูตรที่ ๑
๙. อภินิเวสสูตรที่ ๒
๑๐. อานันทสูตร. จบจุลปัณณาสก์. -----------------------------------------------------
รวมวรรคที่มีในจุลปัณณาสก์นั้น คือ
๑. อันตวรรค
๒. ธัมมกถิกวรรค
๓. อวิชชาวรรค
๔. กุกกุฬวรรค
๕. ทิฏฐิวรรค
รวม ๕ วรรค ตติยปัณณาสก์และนิบาตก็เรียกในขันธสังยุตนั้น
รวมปัณณาสก์ที่มีในขันธสังยุต ๓ ปัณณาสก์. จบขันธสังยุต. -----------------------------------------------------