คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๔ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาสีลัพพตสูตรที่ ๘

พึงทราบวินิจฉัยในสีลัพพตสูตรที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า สีลพฺพตํ ได้แก่ ศีลและพรต.

บทว่า ชีวิตํ ได้แก่ ความเพียรของผู้ทำกรรมที่ทำได้โดยยาก.

บทว่า พฺรหฺมจริยํ ได้แก่ การอยู่ประพฤติพรหมจรรย์.

บทว่า อุปฏฺฐานสารํ ความว่า ศีลเป็นต้นนี้ ชื่อว่าเป็นสาระ เพราะเป็นธรรมเครื่องปรากฏ. อธิบายว่า ปรากฏอย่างนี้ว่า ศีลเป็นต้นนี้เป็นแก่นสาร ศีลเป็นต้นนี้เป็นของประเสริฐ ศีลเป็นต้นนี้เป็นเหตุให้สำเร็จ.

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า ศีลเป็นต้นนี้เป็นของมีกำไร คือมีความเจริญ ด้วยบทว่า สผลํ ดังนี้.

บทว่า น เขฺวตฺถ ภนฺเต เอกํเสนาติ ความว่า (พระอานนท์ตอบว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในข้อนี้ ไม่ควรพยากรณ์โดยส่วนเดียวเลย.

บทว่า อุปฏฺฐานสารํ เสวโต ความว่า เมื่อเสพศีลเป็นต้นที่เป็นสาระ คือเป็นเครื่องปรากฏอย่างนี้ว่า ศีลเป็นต้นนี้เป็นสาระ เป็นสิ่งประเสริฐ เป็นเหตุให้สำเร็จ.

บทว่า อผลํ ความว่า ไม่มีผล โดยผลที่ต้องการ. ด้วยคำโต้ตอบเพียงเท่านี้ เป็นอันถือเอาลัทธิภายนอกแม้ทั้งหมดที่เหลือ เว้นการบรรพชาของกรรมวาทีบุคคลและกิริยวาทีบุคคล.

บทว่า สผลํ ได้แก่ มีผล คือมีกำไรโดยผลที่ต้องประสงค์. ด้วยคำโต้ตอบเพียงเท่านี้ เป็นอันถือเอาบรรพชาของกรรมวาทีบุคคลและกิริยาวาทีบุคคลแม้ทั้งหมด ตั้งต้นแต่ (พุทธ) ศาสนานี้.

ด้วยบทว่า น จ ปนสฺส สุลภรูโป สมสโม ปญฺญาย นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า ผู้ที่ตั้งอยู่ในเสขภูมิตอบปัญหาได้อย่างนี้ที่จะเสมอด้วยปัญญาของพระอานนท์นั้น หาไม่ได้ง่าย.

ธรรมชื่อว่าเสขภูมิ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้วในพระสูตรนี้.

จบอรรถกถาสีลัพพตสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร