คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๑๙ บรรทัด๑ ฉบับ

อรรถกถาสมิทธิสูตรที่ ๔

สมิทธิสูตรที่ ๔ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า สมิทฺธิ ได้แก่ พระเถระมีพระเถระผู้เป็นสัทธิวิหาริก ได้ชื่อว่าอย่างนี้ เพราะความสำเร็จของอัตภาพ.

บทว่า กิมารมฺมณา ได้แก่ มีอะไรเป็นปัจจัย.

บทว่า สงฺกมฺปวิตกฺกา ได้แก่ วิตกเป็นความดำริ.

บทว่า นามรูปารมฺมณา ได้แก่ มีนามรูปเป็นปัจจัย. ท่านแสดงว่า ด้วยบทนี้ อรูปขันธ์ ๔ ภูตรูปและอุปาทายรูป เป็นปัจจัยของวิตกทั้งหลาย.

บทว่า กวฺนานตฺตํ คจฺฉนฺติ ความว่า ย่อมถึงความต่างๆ กันเป็นสภาพ คือความแปลกในที่ไหน.

บทว่า ธาตูสุ คือ ในรูปธาตุเป็นต้น. ด้วยว่า ความตรึกในรูปเป็นอย่างหนึ่ง ความตรึกในเสียงเป็นต้นเป็นอย่างหนึ่ง ด้วยประการฉะนี้.

บทว่า ผสฺสสมุทยา ได้แก่ เป็นปัจจัยแก่ผู้สละประกอบกัน.

บทว่า เวทนาสโมสรณา ได้แก่ มีเวทนา ๓ เป็นที่รวม.

ท่านกล่าวกุศลและอกุศลรวมกันแล้วด้วยเหตุประมาณเท่านี้.

ส่วนธรรมเป็นต้นว่า สมาธิปฺปมุขา พึงทราบว่าเป็นธรรมฝ่ายกำจัดกิเลสให้สิ้นไป.

ในบทนั้น วิตกชื่อว่า สมาธิปฺปมุขา เพราะอรรถว่ามีสมาธิเป็นประมุข ด้วยอรรถว่าเป็นประธาน หรือด้วยอรรถว่าเป็นใหญ่.

ชื่อว่า สตาธิปเตยฺยา เพราะอรรถว่ามีสติเป็นใหญ่ ด้วยอรรถว่าเป็นเหตุของผู้เป็นใหญ่.

ชื่อว่า ปญฺญุตฺตรา เพราะมีมรรคปัญญาเป็นยอดเยี่ยม.

ชื่อว่า วิมุตฺติสารา เพราะอรรถว่ามีการบรรลุผลวิมุตติเป็นแก่น.

ชื่อว่า อมโตคธา เพราะอรรถว่าหยั่งลงสู่อมตนิพพาน คือตั้งอยู่ในอมตนิพพานนั้นแล้วด้วยอำนาจอารมณ์.

บทว่า เตน วา มา มญฺญิ ความว่า ท่านอย่าทำความเย่อหยิ่ง หรือความโอ้อวดด้วยการแก้นั้นว่า อัครสาวกถามปัญหาแล้ว เราแก้ได้แล้ว ดังนี้.

จบอรรถกถาสมิทธิสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร