๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาอุตติยสูตรที่ ๕
อุตติยสูตรที่ ๕ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า ตุณฺหี อโหสิ ความว่า อุตติยปริพาชกตั้งอยู่ในสัตตูปลัทธิ ลัทธิว่ามีสัตว์ จึงถามในข้อที่ไม่ควรถาม เหุตนั้นจึงนิ่งเสีย.
บทว่า สพฺพํ สามุกฺกํสิกํ วต เม ความว่า พระสมณโคดมถูกเราถามคำถามสูงสุดแห่งบรรดาคำถามทุกอย่าง ก็นิ่งไม่ตอบ คงจะไม่อาจไม่สามารถจะตอบแน่แท้ ท่านอย่าได้มีความเห็นชั่วๆ อย่างที่ว่ามานี้เลย.
บทว่า ตทสฺส ได้แก่ ทิฏฐินั้นพึงเกิดขึ้นอย่างนี้.
บทว่า ปจฺจนฺติมํ ความว่า เพราะเหตุที่หอรบและกำแพงเป็นต้นของนครในมัชฌิมประเทศจะมั่นคงหรืออ่อนแอ ก็หรือว่าจะไม่เป็นที่อันโจรรังเกียจโดยประการทั้งปวง ฉะนั้น ไม่ทรงถือเอาข้อนั้น จึงตรัสว่า ปจฺจนติมํ นครํ.
บทว่า ทฬฺหทฺทาลํ แปลว่า มีกำแพงแข็งแรง.
บทว่า พฬฺหปาการโตรณํ ได้แก่ มีกำแพงแข็งแรงและมีบานประตูแข็งแรง.
เพราะเหตุไร จึงตรัสว่ามีประตูเดียว.
เพราะว่าในนครที่มีประตูมาก จำจะต้องมีคนรักษาประตูที่ฉลาดมากคน ประตูเดียวคนเดียวก็พอ. ก็คนอื่นผู้เสมอด้วยปัญญาของพระตถาคตไม่มี เพราะฉะนั้น จึงกล่าวว่ามีประตูเดียว เพื่อจะแสดงความเปรียบเทียบข้อที่พระศาสดาทรงเป็นบัณฑิต และทรงเป็นดุจผู้เฝ้าประตูฉะนั้น.
บทว่า ปณฺฑิโต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความเป็นบัณฑิต.
บทว่า พยตฺโต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความเป็นผู้สามารถ.
บทว่า เมธาวี ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยเมธา กล่าวคือปัญญารู้ความอาบัติแห่งฐานะ.
บทว่า อนุปริยายปถํ ได้แก่ ทางกำแพงที่มีชื่อว่า เฉลียง.
บทว่า กาการสนฺธึ ได้แก่ ที่ที่ไม่มีอิฐ ๒ แผ่น.
บทว่า ปาการวิวรํ ได้แก่ ที่ช่องของกำแพง.
บทว่า ตเทเวตํ ปญฺหํ ความว่า อุตติยปริพาชกถามซ้ำปัญหาที่ถามไว้โดยนัยว่า โลกเที่ยงเป็นต้นแล้วหยุดเสียอันนั้นแหละ ด้วยบทว่า สพฺโพ จ เตน โลโก พระเถระแสดงว่า อุตติยปริพาชกตั้งอยู่ในสัตตูปลัทธิ จึงถามโดยอาการอย่างอื่น.
จบอรรถกถาอุตติยสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------