คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๓๑ บรรทัด๑ ฉบับ

วรรควรรณนาที่ ๙ อรรถกถาสมิติคุตตเถรคาถา

คาถาของท่านพระสมิติคุตตเถระ เริ่มต้นว่า ยํ มยา ปกตํ ปาปํ.

เรื่องราวของท่านเป็นอย่างไร?

แม้พระเถระนั้นก็มีอธิการอันกระทำไว้แล้ว ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมบุญไว้ในภพนั้นๆ เป็นอันมาก บังเกิดในเรือนแห่งตระกูล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ถึงความเป็นผู้รู้แล้ว พบพระผู้มีพระภาคเจ้า มีจิตเลื่อมใสแล้ว ได้ทำการบูชาด้วยดอกมะลิ.

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจะเกิดในภพใดๆ ก็ได้ตั้งอยู่ในฐานะที่มีกุลสมบัติ รูปสมบัติและบริวารสมบัติ เหนือสัตว์เหล่าอื่นในภพนั้นๆ.

ก็ในอัตภาพหนึ่ง เขาเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งเที่ยวบิณฑบาตอยู่ คิดว่า สมณะโล้นรูปนี้ชะรอยจะเป็นโรคเรื้อน ด้วยเหตุนั้น สมณะรูปนี้จึงต้องเอาผ้าคลุมตัวเที่ยวไป ดังนี้แล้วถ่มน้ำลายรด หลีกไปแล้ว.

ด้วยกรรมนั้น เขาหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดกาลเป็นอันมาก แล้วบังเกิดในมนุษยโลก ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่ากัสสปะ เขาบวชเป็นปริพาชก เห็นอุบาสกผู้สมบูรณ์ด้วยสีลาจารวัตรคนหนึ่งแล้วขุ่นเคือง ได้ด่าว่า เจ้าคงเป็นโรคเรื้อนดังนี้ และทำลายจุณสำหรับอาบน้ำที่มนุษย์ทั้งหลายวางไว้ที่ท่าน้ำ.

ด้วยกรรมนั้น เขาบังเกิดในนรกอีก เสวยทุกข์สิ้นปีเป็นอันมาก แล้วเกิดเป็นบุตรของพราหมณ์คนหนึ่ง ในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่าสมิติคุตตะ.

เขาเจริญวัยแล้ว ฟังพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดา ได้เป็นผู้มีศรัทธาจิต บวชแล้วเป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์หมดจดดี อยู่ด้วยผลแห่งกรรมเก่าของท่าน โรคเรื้อนเกิดขึ้นแล้ว. ด้วยโรคเรื้อนนั้นทำให้อวัยวะร่างกายของท่านแตกเป็นริ้วรอยโดยทั่วไปแล้วมีน้ำเหลืองไหลออก. ท่านพักอยู่ในศาลาสำหรับภิกษุอาพาธ.

ครั้นวันหนึ่ง พระธรรมเสนาบดีไปเยี่ยมไข้ สอบถามภิกษุทั้งหลายผู้เป็นไข้ในที่นั้นๆ เห็นภิกษุนั้นแล้ว บอกกรรมฐานที่มีเวทนานุปัสสนาเป็นอารมณ์ว่า ดูก่อนอาวุโส ตราบใดขันธ์ยังเป็นไปอยู่ ก็ต้องเสวยทุกข์ทั้งปวงอยู่ตราบนั้น แต่เมื่อขันธ์ทั้งหลายไม่มีอยู่นั่นแหละ ทุกข์จึงหมดไปดังนี้แล้วได้หลีกไปแล้ว. ท่านตั้งอยู่ในโอวาทของพระเถระแล้ว เจริญวิปัสสนา ได้กระทำให้แจ้งอภิญญา ๖ แล้ว.

สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติจากพระครรภ์ แสงสว่างได้มีอย่างไพบูลย์ และพื้นปฐพีพร้อมทั้งสมุทรสาคร และภูเขาก็หวั่นไหว.

อนึ่ง พวกโหราจารย์ก็พยากรณ์ว่า พระพุทธเจ้าจักอุบัติในโลก เป็นผู้เลิศกว่าสรรพสัตว์ จักรื้อถอนหมู่ชน เราได้ฟังคำของพวกโหราจารย์แล้ว ได้ทำการบูชาพระชาติ ด้วยดำริว่าการบูชาพระชาติเช่นนี้ไม่มี เรารวบรวมกุศลแล้ว ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใส ครั้นเราทำการบูชาพระชาติแล้ว ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น เราเข้าถึงกำเนิดใดๆ คือความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้นๆ เราย่อมล่วงสรรพสัตว์ นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระชาติ. พี่เลี้ยงนางนมย่อมบำรุงเรา เป็นไปตามอำนาจจิตของเรา เขาไม่อาจยังเราให้โกรธเคือง นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระชาติ.

ในกัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ทำการบูชาใดในกาลนั้น ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระชาติ.

ในกัปที่เหมาะสมถอยหลังแต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ พระองค์เป็นจอมคนมีพระนามว่า "สุปาริจริยา" มีพลมาก. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็พระเถระครั้นเป็นผู้มีอภิญญา ๖ แล้ว ระลึกถึงบาปกรรมอันตนกระทำแล้วในชาติก่อนๆ ด้วยสามารถแห่งโรคที่ตนกำลังเสวยอยู่ในปัจจุบัน โดยมุขคือการพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะประกาศความที่กิเลสนั้นอันตนละได้แล้วโดยประการทั้งปวง ได้กล่าวคาถาว่า

บาปกรรมใดที่เรากระทำไว้แล้วในชาติอื่นๆ ในกาลก่อน

เราจึงได้เสวยผลของบาปกรรมนั้น ในอัตภาพนี้เอง เรื่อง

บาปกรรมอื่นจะไม่มีอีก ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปาปํ ได้แก่ อกุศลกรรม.

ก็อกุศลกรรมนั้น ท่านเรียกว่าบาป เพราะอรรถว่าลามก.

บทว่า ปุพฺเพ แปลว่า ในกาลก่อน.

บทว่า อญฺญาสุ ชาติสุ ความว่า ในชาติเหล่าอื่นจากชาตินี้ ได้แก่ในอัตภาพอื่น.

ก็ในคาถานี้ มีใจความ ดังนี้ว่า

แม้ถ้าว่า บาปกรรมเช่นนั้นอันเรากระทำไว้แล้วในอัตภาพนี้ไม่มีไซร้ บาปกรรมนั้นย่อมเกิดไม่ได้เลย ในบัดนี้ ส่วนบาปกรรมใดที่เราทำไว้ในชาติอื่นแต่ชาตินี้ยังมีอยู่ บาปกรรมนั้น เรากำลังเสวยอยู่ในอัตภาพนี้แหละ.

อธิบายว่า กรรมนั้นคือผลที่เรากำลังเสวยคือประสบอยู่ ในชาตินี้แหละคือในอัตภาพนี้เอง.

เพราะเหตุไร?

เพราะเรื่องบาปกรรมอื่นจะไม่มี (อีกต่อไป).

เพราะฉะนั้น โอกาสที่จะเสวยกรรมนั้น คือความเกี่ยวพันธ์ของขันธ์อื่น จึงไม่มี ก็ขันธ์เหล่านี้หาปฏิสนธิมิได้ ย่อมดับไปด้วยการดับแห่งจริมกจิต เพราะละอุปทานได้แล้วโดยประการทั้งปวง เหมือนเปลวไฟไม่มีเชื้อดับไป ฉะนั้น.

พระเถระพยากรณ์พระอรหัตผลแล้ว ด้วยประการดังพรรณนามานี้.

จบอรรถกถาสมิติคุตตเถรคาถา -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร

อรรถกถา ๑