คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๒๙ บรรทัด๑ ฉบับ

๓. อรรถกถาอัญญตราอุตตมาเถรีคาถา

คาถาว่า เย อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีชื่ออุตตมาอีกองค์หนึ่ง.

แม้พระเถรีชื่ออุตตมาองค์นี้ ก็ได้สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี บังเกิดเป็นกุลทาสี ในพระนครพันธุมดี.

วันหนึ่ง กุลทาสีนั้นเห็นพระเถระขีณาสพองค์หนึ่งผู้เป็นสาวกของพระศาสดาเที่ยวบิณฑบาตอยู่ มีใจเลื่อมใสได้ถวายขนมต้ม ๓ ชิ้น ด้วยบุญกรรมนั้น นางท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลก.

ในพุทธุปปาทกาลนี้ เกิดในตระกูลพราหมณ์มหาศาลตระกูลหนึ่งในโกศลชนบท รู้ความแล้วฟังธรรมในสำนักของพระศาสดาผู้เสด็จจาริกไปในชนบท ได้ศรัทธา บวชไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย

เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า

ข้าพเจ้าเป็นกุมภทาสี อยู่ในพระนครพันธุมดี ข้าพเจ้าถือเอาขนมต้มส่วนของข้าพเจ้าไปที่ท่าน้ำ ได้พบสมณะผู้มีจิตสงบ มีใจเป็นสมาธิที่หนทาง มีจิตเลื่อมใส ดีใจ ได้ถวายขนมต้ม ๓ ชิ้น

เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้นและด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ข้าพเจ้าไม่ได้ไปสู่วินิบาตเลยตลอดเวลา ๒๙ กัป ข้าพเจ้าทำสมบัติแล้วได้เสวยสมบัตินั้นทุกอย่าง ข้าพเจ้าถวายขนมต้ม ๓ ชิ้นแล้วได้บรรลุอจลบท ข้าพเจ้าเผากิเลสแล้ว ฯลฯ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.

____________________________

ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๕๓ โมทกทายิกาเถรีอปทาน

ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว พิจารณาการปฏิบัติของตน ได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า

โพชฌงค์ ๗ ประการเหล่านี้เป็นมรรคาแห่ง

การบรรลุพระนิพพาน ข้าพเจ้าเจริญแล้วทั้งหมด

ตามที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้

ข้าพเจ้าได้สุญญตสมาบัติและอนิมิตตสมาบัติ

ตามปรารถนา ข้าพเจ้าเป็นธิดาเกิดแต่พระอุระของ

พระพุทธเจ้า ยินดียิ่งแล้วในพระนิพพานทุกเมื่อ

กามทั้งปวงทั้งเป็นของทิพย์และของมนุษย์

ข้าพเจ้าตัดขาดแล้ว ชาติสงสารขาดสิ้นแล้ว บัดนี้

ภพใหม่มิได้มี.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุญฺญตสฺสานิมิตฺตสฺส ลาภินีหํ ยทิจฺฉกํ ความว่า

ข้าพเจ้าได้สุญญตสมาบัติและอนิมิตตสมาบัติ ดังที่ปรารถนา.

อธิบายในข้อนั้นว่า ข้าพเจ้าปรารถนาจะเข้าสมาบัติใดๆ ในที่ใดๆ ข้าพเจ้าย่อมเข้าสมาบัตินั้นๆ ในที่นั้นๆ ในกาลนั้นๆ อยู่ แม้ถึงจะเกิดผลทั้งสามมีสุญญตะเป็นต้นของมรรคใดมรรคหนึ่งที่มีชื่อว่าสุญญตะและอัปปณิหิตะเป็นต้นก็จริง ถึงอย่างนั้น พระเถรีองค์นี้ก็เข้าสุญญตสมาบัติและอนิมิตสมาบัติเท่านั้น เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า สุญฺญตสฺสานิมิตฺตสฺส ลาภินีหํ ยทิจฺฉกํ ดังนี้.

อีกอย่างหนึ่ง คำนี้ท่านกล่าวตามที่เป็นไปโดยมาก.

อาจารย์บางท่านกล่าวว่า นั่นเป็นเพียงชี้แจง.

บทว่า เย ทิพฺพา เย จ มานุสา ความว่า วัตถุกามทั้งที่นับเนื่องในเทวโลกทั้งที่นับเนื่องในมนุษยโลกเหล่านั้นทั้งหมด ข้าพเจ้าตัดขาดโดยชอบทีเดียว ด้วยการละฉันทราคะที่เกี่ยวเกาะวัตถุกามนั้น คือทำให้ไม่ควรบริโภค

ดังที่ตรัสไว้ว่า ดูก่อนอาวุโส ภิกษุขีณาสพไม่ควรบริโภคกามทั้งหลาย เหมือนเมื่อเป็นคฤหัสถ์ในกาลก่อน.

คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้ว.

จบอรรถกถาอัญญตราอุตตมาเถรีคาถาที่ ๓ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร