๑
อรรถกถาแปลไทย
๘. อรรถกถาโสมาเถรีคาถา
คาถาว่า ยนฺตํ อิสีหิ ปตฺตพฺพํ เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีชื่อโสมา.
แม้พระเถรีชื่อโสมาองค์นี้ก็ได้สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานในภพนั้นๆ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามสิขี เกิดในตระกูลกษัตริย์มหาศาล รู้ความแล้วได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้าอรุณราช.
เรื่องอดีตทั้งหมดเหมือนเรื่องของพระอภยาเถรี
ส่วนเรื่องปัจจุบันดังนี้ พระเถรีท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกและมนุษยโลกนั้นๆ ในพุทธุปปาทกาลนี้เกิดเป็นธิดาปุโรหิตของพระเจ้าพิมพิสาร กรุงราชคฤห์ มีนามว่าโสมา เธอรู้ความแล้วได้ศรัทธาเป็นอุบาสิกาในคราวพระศาสดาเสด็จเข้าพระราชนิเวศน์.
เวลาต่อมา เกิดความสังเวช บวชในหมู่ภิกษุณี ทำกิจเบื้องต้นแล้ว เจริญวิปัสสนา ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า
ในพระนครอรุณวดีมีกษัตริย์พระนามว่าอรุณราช ข้าพเจ้าเป็นมเหสีของท้าวเธอ ข้าพเจ้าร้อยพวงมาลัยอยู่ ฯลฯ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว.
____________________________
ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๔๘ สัตตอุปปลมาลิกาเถรีอปทานเรื่องทั้งหมดเหมือนอปทานของพระอภยาเถรี.
พระโสมาเถรีนั้น ครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว อยู่ในกรุงสาวัตถีด้วยวิมุตติสุข วันหนึ่งเข้าสู่ป่าอันธวันเพื่อต้องการพักผ่อนกลางวัน นั่งอยู่ที่โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง.
ครั้งนั้น มารประสงค์จะตัดพระเถรีนั้นจากวิเวก หายตัวเข้าไปยืนอยู่ในอากาศ กล่าวคาถานี้ว่า
ฐานะคือพระอรหัต อันฤาษีทั้งหลายพึงบรรลุ
บุคคลเหล่าอื่นให้เจริญได้ยาก ท่านเป็นหญิงมีปัญญา
เพียง ๒ นิ้ว ไม่สามารถจะบรรลุฐานะนั้นได้.
คาถานั้นมีความว่า
ฐานะนั้นคือฐานะอันประเสริฐอย่างยิ่ง กล่าวคือพระอรหัต ผู้มีปัญญามากมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นที่ได้นามว่า ฤาษี เพราะอรรถว่าแสวงหาคุณธรรมมีศีลขันธ์เป็นต้นพึงบรรลุ แต่คนเหล่าอื่นให้เจริญได้ยาก คือให้สำเร็จได้โดยยาก ผู้หญิงมีปัญญาแค่ ๒ นิ้ว คือมีปัญญาทราม ไม่สามารถจะบรรลุฐานะนั้นได้ ธรรมดาหญิงทั้งหลายตั้งแต่อายุได้ ๗-๘ ขวบก็หุงข้าวอยู่ตลอดกาล เอาข้าวสารใส่ในน้ำเดือด ย่อมไม่รู้ว่าข้าวสุกแล้วด้วยเหตุเพียงเท่านี้ แต่เมื่อข้าวสารกำลังเดือด เอาทัพพีตักขึ้นแล้วบี้ด้วยนิ้วมือ ๒ นิ้วย่อมรู้ได้ ฉะนั้นมารจึงกล่าวว่า ทฺวงฺคุลิปญฺญาย ดังนี้.
พระเถรีได้ฟังดังนั้นแล้ว เมื่อจะกำหราบมารได้กล่าวคาถา ๒ คาถานอกนี้ว่า
เมื่อจิตตั้งมั่นดี เมื่อญาณเป็นไปอยู่ เมื่อเราเห็น
แจ้งซึ่งธรรมโดยชอบ ความเป็นหญิงจะทำอะไรเราได้
เรากำจัดความเพลิดเพลินในสิ่งทั้งปวงแล้ว ทำลายกอง
แห่งความมืดได้แล้ว ดูก่อนมารผู้มีบาป ท่านจงรู้อย่าง
นี้ ดูก่อนมารผู้ทำที่สุด ตัวท่านถูกเรากำจัดแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิตฺถิภาโว โน กึ กยิรา ความว่า ความเป็นมาตุคามจะพึงทำอะไรแก่พวกเราได้ คือจะพึงให้เกิดความพรากจากการบรรลุพระอรหัตได้อย่างไร.
บทว่า จิตฺตมฺหิ สุสมาหิเต ความว่า เมื่อจิตตั้งมั่นด้วยดีด้วยอรหัตมรรคสมาธิ.
บทว่า ญาณมฺหิ วตฺตมานมฺหิ ความว่า ต่อแต่นั้น เมื่ออรหัตมรรคญาณเป็นไป.
บทว่า สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต ความว่า เมื่อเราเห็นสัจธรรม ๔ โดยชอบทีเดียว ด้วยวิธีมีกำหนดรู้เป็นต้น
ก็ในข้อนี้มีความย่อดังนี้ว่า ดูก่อนมารผู้มีบาป หญิงก็ตาม ชายก็ตาม จงยกไว้ เมื่อบรรลุอรหัตมรรคแล้ว ความเป็นพระอรหันต์ก็อยู่ในเงื้อมมือเท่านั้นแล.
บัดนี้ พระเถรีเมื่อจะแสดงว่า ตนบรรลุแล้วตรงๆ ทีเดียวแก่มารนั้น จึงกล่าวคาถาว่า สพฺพตฺถ วิหตา นนฺทิ เป็นต้น คาถานั้นมีเนื้อความได้กล่าวไว้แล้วแล.
จบอรรถกถาโสมาเถรีคาถาที่ ๘ จบอรรถกถาติกนิบาต -----------------------------------------------------