คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา

อรรถกถาแปลไทย

อ่านตัวบท · ไม่ตีความ๓๓ บรรทัด๑ ฉบับ

๔. อรรถกถาสุชาตาเถรีคาถา

คาถาว่า อลงฺกตา สุวสนา ดังนี้เป็นต้นเป็นคาถาของพระสุชาตาเถรี.

พระเถรีแม้รูปนี้ได้บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สร้างสมกุศล ซึ่งเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพาน มาในภพนั้นๆ มีธรรมเครื่องปรุงแต่งวิโมกข์ที่รวบรวมไว้โดยลำดับ. ในพุทธุปบาทกาลนี้ก็บังเกิดในครอบครัวเศรษฐี ในสาเกตนคร เติบโตเป็นสาวแล้ว มารดาบิดาได้ยกให้บุตรเศรษฐีผู้มีชาติเสมอกัน มีสามีแล้ว อยู่ร่วมกับสามีในครอบครัวนั้นเป็นสุขสบาย

วันหนึ่งไปอุทยานเล่นการเล่นงานนักขัตตฤกษ์ เมื่อมายังเมืองกับคนข้างเคียง ได้พบพระศาสดาในอัญชนวัน มีใจเลื่อมใส เข้าไปเฝ้านั่งในที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. พระศาสดาตรัสอนุปุพพีกถาแก่นางแล้ว ทรงทราบถึงจิตที่สบายแล้ว จึงทรงประกาศธรรมเทศนาชื่อสามุกกังสิกะ [อริยสัจ ๔] ให้สูงขึ้น.

จบพระธรรมเทศนา นางทั้งที่ยังนั่งอยู่ตามเดิมนั่นแหละ ก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เพราะตนได้บำเพ็ญบารมีมาแล้ว เพราะมีญาณแก่กล้าและเพราะความงามแห่งเทศนาของพระศาสดา ถวายบังคมพระศาสดาแล้วไปเรือน ขอให้สามีและมารดาบิดาอนุญาตแล้ว ไปสำนักของนางภิกษุณีโดยพระบัญชาของพระศาสดา บวชแล้วในสำนักของนางภิกษุณีทั้งหลาย

ก็ครั้นบวชแล้ว ก็ได้พิจารณาการปฏิบัติของตนแล้ว จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า

ข้าพเจ้าแต่งตัวนุ่งห่มผ้าอย่างดี สวมมาลัย ลูบไล้

ด้วยจุรณจันทน์ ประดับด้วยอาภรณ์ทุกอย่าง ห้อมล้อม

ด้วยหมู่นางทาสี ถือเอาข้าวน้ำของเคี้ยวของบริโภคไม่

น้อย ออกจากเรือนพากันไปยังอุทยาน รื่นเริงละเริงเล่น

อยู่ในอุทยานนั้นแล้ว กำลังเดินจะกลับเรือนของตน ก็

เข้าไปชมอัญชนวันวิหารในนครสาเกต ได้พบพระพุทธ

เจ้าผู้เป็นแสงสว่างของโลก ถวายบังคมแล้วเข้าไปเฝ้า

พระผู้มีพระจักษุพระองค์นั้นได้ทรงแสดงธรรม

โปรดข้าพเจ้าด้วยพระกรุณาอนุเคราะห์ และข้าพเจ้าได้

ฟังพระธรรมเทศนาของพระองค์ผู้แสวงคุณอันยิ่งใหญ่

แล้ว ได้ตรัสรู้สัจจะของจริง ได้สัมผัสธรรมคืออมตบทอัน

ปราศจากกิเลสดุจธุลีในที่นั้นนั่นเอง

ข้าพเจ้ารู้แจ้งพระสัทธรรมแล้ว ก็บวชไม่มีเรือน ได้

บรรลุวิชชา ๓ แล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่เปล่า

จากประโยชน์เลย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อลงฺกตา คือ ประดับ.

ก็คำนั้นท่านกล่าวว่า สุวสนา มาลินี จนฺทโนกฺขิตา เพื่อแสดงอาการตกแต่งนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มาลินี คือ คล้องมาลัย.

บทว่า จนฺทโนกฺขิตา คือ ลูบไล้ด้วยจันทน์.

บทว่า สพฺพาภรณสญฺฉนฺนา ความว่า มีร่างกายปกคลุมด้วยสรรพาภรณ์ มีเครื่องประดับมือเป็นต้นเป็นเครื่องประดับ.

บทว่า อนฺนํ ปานํ จ อาทาย ขชฺชํ โภชฺชํ อนปฺปกํ ความว่า ถือเอาข้าวมีข้าวสุกแห่งข้าวสาลีเป็นต้น น้ำปานะมีน้ำมะม่วงเป็นต้น ของเคี้ยวมีแป้งควรเคี้ยวเป็นต้น นอกนั้นก็ของบริโภคกล่าวคืออาหารเป็นอันมาก.

บทว่า อุยฺยานมภิหารยึ ได้แก่ เรานำเข้าไปโดยการเล่นนักษัตร. อธิบายว่า นำข้าวและน้ำเป็นต้นมาในอุทยานนั้น ละเลิงเล่นบำรุงบำเรอกับคนรอบข้าง.

บาทคาถาว่า สาเกเต อญฺชนํ วนํ ความว่า เราเข้าไปยังวิหารในป่าอัญชนวัน ในนครสาเกต.

บทว่า โลกปชฺโชตํ ได้แก่ เป็นแสงสว่างของโลกโดยแสงสว่างคือญาณ.

บทว่า ผุสยึ คือ ถูกต้องแล้ว อธิบายว่าได้บรรลุอมตธรรมนั้น.

คำที่เหลือมีนัยที่กล่าวมาแล้วทั้งนั้น.

จบอรรถกถาสุชาตาเถรีคาถาที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสาร