๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถาโคจรนานัตตญาณนิทเทส
[๑๖๓-๑๖๔] พึงทราบวินิจฉัยในโคจรนานัตตญาณนิทเทสดังต่อไปนี้.
บทว่า รูเป พหิทฺธา ววตฺเถติ - พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปเป็นภายนอก.
ความว่า ย่อมกำหนดรูปายตนธรรมอันเป็นภายนอกจากภายใน.
บทมีอาทิว่า อวิชฺชาสมฺภูตา - เกิดเพราะอวิชชา ท่านกล่าวไว้แล้ว เพราะกัมมชรูปนับเนื่องด้วยอัตภาพ.
จริงอยู่ แม้อาหารก็เป็นปัจจัยอุปถัมภ์กัมมชรูป. แต่เพราะเสียงเป็นสมุฏฐานแห่งอุตุและจิต ท่านจึงไม่กล่าวถึงธรรมหมวด ๔ มีเกิดเพราะอวิชชาเป็นต้น. เพราะโผฏฐัพพะเป็นมหาภูตรูปเอง ท่านจึงไม่กล่าวว่าอาศัยมหาภูตรูป ๔.
อนึ่ง ในบทว่า ธมฺมา นี้ ได้แก่ ขันธ์ไม่มีรูป ๓ อันประกอบด้วยใจอันเป็นภวังค์. สุขุมรูปอันนับเนื่องในธรรมายตนะ แม้มีกรรมเป็นสมุฏฐานและรูปเป็นต้นแม้ทั้งหมด.
อีกอย่างหนึ่ง รูปใดๆ ย่อมเกิดขึ้นด้วยกรรมใดๆ. พึงทราบรูปนั้นๆ ด้วยกรรมนั้น.
จริงอยู่ ธรรมทั้งหลายมีรูปเป็นต้น แม้นับเนื่องในสันดานของตนก็ไม่พึงสงเคราะห์เข้าไปทั้งหมด. เพราะแม้รูปอันเนื่องด้วย อนินทรีย์เป็นต้น ก็เข้าถึงวิปัสสนาได้. ฉะนั้นพึงทราบการสงเคราะห์ธรรมเหล่านั้นด้วยบทว่า กมฺมสมฺภูตํ - เกิดเพราะกรรม. เพราะแม้ธรรมเหล่านั้นก็มีอุตุตั้งขึ้นเพราะกรรม เป็นปัจจัยทั่วไปแก่สรรพสัตว์.
ก็อาจารย์พวกอื่นกล่าวว่า รูปเป็นต้นอันเนื่องด้วยอนินทรีย์ไม่เข้าถึงวิปัสสนาได้.
แต่คำนั้นผิด เพราะในบาลีมีคำอาทิว่า
สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ ยทา ปญฺญาย ปสฺสติ
อถ นิพฺพินฺทติ ทุกฺเข เอส มคฺโค วิสุทฺธิยา.
เมื่อใดบุคคลย่อมเห็นด้วยปัญญาว่า สังขาร
ทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง, เมื่อนั้นย่อมเบื่อหน่ายใน
ทุกข์ นั่นเป็นทางแห่งวิสุทธิ - ความหมดจด.
____________________________
ขุ. ธ. เล่ม ๒๕/ข้อ ๓๐
อนึ่ง ในวิสุทธิมรรคท่านกล่าวว่า บุคคลบางคนในโลกนี้พิจารณาเห็นแจ้งสังขารภายในแต่ต้น. แต่เพราะการออกไปจากมรรคย่อมมีไม่ได้ด้วยเพียงเห็นภายในบริสุทธิ์เท่านั้น แม้ภายนอกก็พึงเห็นด้วย. เพราะฉะนั้น พระโยคาวจรย่อมเห็นแจ้งแม้ขันธ์ของผู้อื่น แม้สังขารอันเป็นอนุปาทินนกะว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
ดังนั้นจึงควรปรารถนาแม้การกำหนดจักษุเป็นต้นของผู้อื่น แม้การกำหนดรูปอันเนื่องด้วยอนินทรีย์เป็นต้น.
ฉะนั้น สังขารอันเป็นไปในภูมิ ๓ ชื่อว่าไม่เข้าถึงวิปัสสนาย่อมไม่มี.
จบอรรถกถาโคจรนานัตตญาณนิทเทส -----------------------------------------------------