๑
อรรถกถาแปลไทย
๒๐-๒๔. อรรถกถาญาณปัญจกนิทเทส
[๑๘๕] พึงทราบวินิจฉัยในญาณปัญจกนิทเทสดังต่อไปนี้.
ท่านทำปุจฉาวิสัชนารวมเป็นอันเดียว เพราะมีความสัมพันธ์กันเป็นลำดับแห่งญาณ ๕ เหล่านั้น.
บทว่า อภิญฺญาตา โหนฺติ - เป็นผู้รู้แจ้งธรรมแล้ว คือ เป็นผู้รู้ด้วยดี ด้วยสามารถรู้ลักษณะแห่งสภาวธรรม.
บทว่า ญาตา โหนฺติ - เป็นอันรู้ธรรมแล้ว คือ ชื่อว่าเป็นอันรู้แล้ว เพราะรู้ตามสภาพ ด้วยสามารถแห่งญาตปริญญา. เป็นอันรู้ธรรมเหล่านั้นแล้วด้วยญาณใด. ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ญาณนั้น.
พึงทราบการเชื่อมว่า ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ชัด. โดยนัยแม้นี้พึงประกอบแม้ญาณที่เหลือ.
บทว่า ปริญฺญาตา โหนฺติ - เป็นอันกำหนดรู้แล้ว คือเป็นอันรู้โดยรอบด้วยสามารถแห่งสามัญลักษณะ.
บทว่า ตีริตา โหนฺติ - เป็นอันพิจารณาแล้ว คือเข้าไปกำหนดให้ถึงพร้อมด้วยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้นด้วยสามารถแห่งตีรณปริญญา.
บทว่า ปหีนา โหนฺติ - เป็นอันละได้แล้ว คือเป็นอันละนิจสัญญาเป็นต้นด้วยอนิจจานุปัสสนาญาณเป็นต้นตั้งแต่ภังคานุปัสสนาญาณ.
บทว่า ปริจฺจตฺตา โหนฺติ - เป็นอันสละแล้ว คือเป็นอันทอดทิ้งด้วยสามารถแห่งการละนั่นเอง.
บทว่า ภาวิตา โหนฺติ - เป็นอันเจริญแล้ว คือเป็นอันเจริญแล้วและอบรมแล้ว.
บทว่า เอกรสา โหนฺติ - มีรสเป็นอันเดียวกัน คือมีกิจอย่างเดียวกันด้วยการให้สำเร็จกิจของตน และด้วยการละฝ่ายตรงกันข้าม. หรือมีรสเป็นอันเดียวกันด้วยวิมุตติรส ด้วยการพ้นจากธรรมเป็นฝ่ายข้าศึก.
บทว่า สจฺฉิกตา โหนฺติ - เป็นอันทำให้แจ้งแล้ว คือเป็นอันทำให้ประจักษ์ว่าผลธรรม ด้วยสามารถการได้นิพพานธรรมด้วยสามารถการแทงตลอด.
บทว่า ผสฺสิตา โหนฺติ - เป็นอันถูกต้องแล้ว คือเป็นอันถูกต้อง คือได้รับผลด้วยการถูกต้อง ด้วยการได้และด้วยการถูกต้องด้วยการแทงตลอด.
ท่านกล่าวญาณ ๕ เหล่านี้ ด้วยสามารถสุตมยญาณแล้วในหนหลัง. ในที่นี้ ท่านกล่าวด้วยสามารถยังกิจของตนให้สำเร็จ.
จบอรรถกถาญาณปัญจกนิทเทส -----------------------------------------------------