๑
อรรถกถาแปลไทย
อรรถกถามรรคกถา
บัดนี้จะพรรณนาตามลำดับความที่ยังไม่เคยพรรณนาแห่งมรรคกถา อันพระสารีบุตรเถระแสดงอริยมรรคทำการละวิปลาส ๓ เหล่านั้นกล่าวแล้ว.
____________________________
ขุ. ปฏิ. เล่ม ๓๑/ข้อ ๕๔๕
ในบทเหล่านั้น บทว่า มคฺโคติ เกนฏฺเฐน มคฺโค บทว่า มคฺโค ชื่อว่ามรรค ด้วยอรรถว่ากระไร คือในพระพุทธศาสนา ท่านกล่าวว่ามรรค ด้วยอรรถว่ากระไร.
ในปริยาย ๑๐ มีอาทิว่า มิจฺฉาทิฏฺฐิยา ปหานาย เพื่อละมิจฉาทิฏฐิ ท่านกล่าวถึงมรรคหนึ่งๆ ด้วยสามารถเป็นข้าศึกโดยตรงแห่งองค์มรรคนั้นๆ.
บทว่า มคฺโค เจว เหตุ จ เป็นมรรคและเป็นเหตุ คือชื่อว่ามรรค ด้วยอรรถว่าเป็นทางเฉพาะเพื่อทำกิจนั้นๆ. ชื่อว่าเหตุ ด้วยอรรถว่าเป็นผู้ทำให้ถึง ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวถึงมรรคมีอรรถว่า เป็นทางเฉพาะและมีอรรถว่าเป็นผู้นำให้ถึงมรรค มรรคเป็นทางเฉพาะในบทมีอาทิว่า นี้เป็นมรรค นี้เป็นปฏิปทา เหตุเป็นผู้นำให้ถึงในประโยคมีอาทิว่า มรรคมีอรรถว่านำออกไป มีอรรถว่าเป็นเหตุแห่งมรรค.
ด้วยบททั้งสองนี้เป็นอันท่านทำการแก้คำถามว่า มคฺโคติ เกนฏฺเฐน มคฺโค ดังนี้.
บทว่า สหชาตานํ ธมฺมานํ อุปตฺถมฺภนาย เพื่ออุปถัมภ์สหชาตธรรม คือเพื่อความเป็นการอุปถัมภ์รูปธรรมอันเกิดพร้อมกับตน โดยความเป็นสหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัยและนิสสยปัจจัยเป็นต้น.
บทว่า กิเลสานํ ปริยาทาย เพื่อครอบงำกิเลสทั้งหลาย คือเพื่อให้เกิดกิเลสที่เหลือดังกล่าวแล้วอันมรรคนั้นๆ ทำลายให้สิ้นไป.
ในบทนี้ว่า ปฏิเวธาทิวิโสธนาย เพื่อความหมดจดในเบื้องต้นแห่งปฏิเวธ มีความดังนี้.
เพราะศีลและทิฏฐิเป็นเบื้องต้นแห่งสัจจปฏิเวธโดยพระบาลีว่า อะไรเป็นเบื้องต้นแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย ศีลบริสุทธิด้วยดีและทิฏฐิอันตรง ศีลและทิฏฐินั้นย่อมบริบูรณ์ด้วยมรรคในเบื้องต้น ฉะนั้นท่านจึงกล่าว ปฏิเวธาทิวิโสธนาย ดังนี้.
____________________________
สํ. มหา. เล่ม ๑๙/ข้อ ๖๘๗
บทว่า จิตฺตสฺส อธิฏฺฐานาย เพื่อความตั้งมั่นแห่งจิต คือเพื่อความตั้งมั่นในกิจของตนแห่งจิตอันสัมปยุตกัน.
บทว่า จิตฺตสฺส โวทานาย เพื่อความผ่องแผ้วแห่งจิต คือเพื่อบริสุทธิ์แห่งจิต.
บทว่า วิเสสาธิคมาย เพื่อบรรลุธรรมวิเศษ คือเพื่อได้เฉพาะคุณวิเศษกว่าธรรมเป็นโลกิยะ.
บทว่า อุตฺตริปฏิเวธาย เพื่อแทงตลอดธรรมอันยิ่ง คือเพื่อแทงตลอดธรรมอันยิ่งกว่าธรรมเป็นโลกิยะ.
บทว่า สจฺจาภิสมยาย เพื่อตรัสรู้สัจจะ คือเพื่อตรัสรู้ธรรมเอกแห่งอริยสัจ ๔ คือ เพื่อแทงตลอดธรรมเอกด้วยสามารถยังกิจให้สำเร็จ.
บทว่า นิโรเธปติฏฺฐาปนาย เพื่อให้จิตตั้งอยู่ในนิโรธ คือเพื่อให้จิตหรือบุคคลตั้งอยู่ในนิพพาน.
ท่านทำองค์แห่งมรรค ๘ เป็นอันเดียวกันแล้ว กล่าวถึงการละกิเลสอันมรรคนั้นๆ ทำลายในขณะแห่งสกทาคามิมรรคเป็นต้น เหตุในเพราะกล่าวอย่างนี้ ท่านกล่าวแล้วในหนหลัง เพราะการชำระในเบื้องต้นด้วยดีและความผ่องแผ้วแห่งจิตด้วยดี ย่อมมีได้ด้วยมรรคสูงๆ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวบททั้งหลายแม้เหล่านั้น.
ด้วยบทมีอาทิว่า ทสฺสนมคฺโค เป็นมรรคแห่งการเห็นท่านกล่าวถึงอรรถแห่งมรรคด้วยสามารถแห่งลักษณะของธรรมนั้นจนถึงที่สุด.
บทแม้ทั้งหมดเหล่านั้น มีความดังที่ท่านกล่าวไว้แล้วในอภิญไญยนิเทศ (ชี้แจงถึงธรรมที่ควรรู้ยิ่ง).
ในบทนี้ ท่านชี้แจงถึงมรรคอันเป็นโลกิยะและโลกุตระตามที่เกิดอย่างนี้.
ท่านชี้แจงถึงมรรคด้วยอรรถว่าเป็นเหตุ.
อนึ่ง เพราะมรรคนั้นเป็นมรรคโดยตรง ท่านจึงไม่กล่าวว่า มคฺโค.
บทมีอาทิว่า อธิปเตยฺยฏฺเฐน อินฺทฺริยา ชื่อว่าอินทรีย์ ด้วยอรรถว่าเป็นใหญ่ ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งอรรถของอินทรีย์เป็นต้น.
อนึ่ง ในบทว่า สจฺจานิ นี้ได้แก่สัจจญาณ.
ธรรมเหล่านั้นแม้ทั้งหมด ชื่อว่ามรรค ด้วยอรรถว่าเป็นทางปฏิบัติเพื่อนิพพาน.
อนึ่ง นิพพานท่านกล่าวไว้ในที่สุด พึงทราบว่า ท่านกล่าวว่ามรรค เพราะสัตบุรุษผู้ถูกสังสารทุกข์ครอบงำ ผู้ต้องการพ้นจากทุกข์แสวงหา.
จบอรรถกถามรรคกถา -----------------------------------------------------