คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๒๑

ข้ออื่นในเล่มนี้

๑. อนุพุทธสูตร๒. ปปติตสูตร๓. ปฐมขตสูตร๔. ทุติยขตสูตร๕. อนุโสตสูตร๖. อัปปัสสุตสูตร๗. โสภณสูตร๘. เวสารัชชสูตร๙. ตัณหุปปาทสูตร๑๐. โยคสูตร๑. จรสูตร๒. สีลสูตร๓. ปธานสูตร๔. สังวรสูตร๕. ปัญญัตติสูตร๖. โสขุมมสูตร๗. ปฐมอคติสูตร๘. ทุติยอคติสูตร๙. ตติยอคติสูตร๑๐. ภัตตุทเทสกสูตร๑. ปฐมอุรุเวลสูตร๒. ทุติยอุรุเวลสูตร๓. โลกสูตร๔. กาฬการามสูตร๕. พรหมจริยสูตร๖. กุหสูตร๗. สันตุฏฐิสูตร๘. อริยวังสสูตร๙. ธัมมปทสูตร๑๐. ปริพพาชกสูตร๑. จักกสูตร๒. สังคหสูตร๓. สีหสูตร๔. อัคคัปปสาทสูตร๕. วัสสการสูตร๖. โทณสูตร๗. อปริหานิยสูตร๘. ปฏิลีนสูตร๙. อุชชยสูตร๑๐. อุทายิสูตร๑. สมาธิภาวนาสูตร๒. ปัญหพยากรณสูตร๓. ปฐมโกธครุสูตร๔. ทุติยโกธครุสูตร๕. โรหิตัสสสูตร๖. ทุติยโรหิตัสสสูตร๗. สุวิทูรสูตร๘. วิสาขสูตร๙. วิปัลลาสสูตร๑๐. อุปักกิเลสสูตร๑. ปฐมปุญญาภิสันทสูตร๒. ทุติยปุญญาภิสันทสูตร๓. ปฐมสังวาสสูตร๔. ทุติยสังวาสสูตร๕. ปฐมสมชีวีสูตร๖. ทุติยสมชีวีสูตร๗. สุปปวาสาสูตร๘. สุทัตตสูตร๙. โภชนสูตร๑๐. คิหิสามีจิสูตร๑. ปัตตกัมมสูตร๒. อานัณยสูตร๓. พรหมสูตร๔. นิรยสูตร๕. รูปสูตร๖. สราคสูตร๗. อหิราชสูตร๘. เทวทัตตสูตร๙. ปธานสูตร๑๐. อธัมมิกสูตร๑. ปธานสูตร๒. สัมมาทิฏฐิสูตร๓. สัปปุริสสูตร๔. ปฐมอัคคสูตร๕. ทุติยอัคคสูตร๖. กุสินารสูตร๗. อจินเตยยสูตร๘. ทักขิณสูตร๙. วณิชชสูตร๑๐. กัมโพชสูตร๑. ปาณาติปาตสูตร๒. มุสาวาทสูตร๓. อวัณณารหสูตร๔. โกธครุสูตร๕. ตโมตมสูตร๖. โอณโตณตสูตร๗. ปุตตสูตร๘. สังโยชนสูตร๙. สัมมาทิฏฐิสูตร๑๐. ขันธสูตร๑. อสุรสูตร๒. ปฐมสมาธิสูตร๓. ทุติยสมาธิสูตร๔. ตติยสมาธิสูตร๕. ฉวาลาตสูตร๖. ราควินยสูตร๗. ขิปปนิสันติสูตร๘. อัตตหิตสูตร๙. สิกขาปทสูตร๑๐. โปตลิยสูตร๑. ปฐมวลาหกสูตร๒. ทุติยวลาหกสูตร๓. กุมภสูตร๔. อุทกรหทสูตร๕. อัมพสูตร๗. มูสิกสูตร๘. พลิวัททสูตร๙. รุกขสูตร๑๐. อาสีวิสสูตร๑. เกสิสูตร๒. ชวสูตร๓. ปโตทสูตร๔. นาคสูตร๕. ฐานสูตร๖. อัปปมาทสูตร๗. อารักขสูตร๘. สังเวชนียสูตร๙. ปฐมภยสูตร๑๐. ทุติยภยสูตร๑. อัตตานุวาทสูตร๒. อูมิภยสูตร๓. ปฐมนานากรณสูตร๔. ทุติยนานากรณสูตร๕. ปฐมเมตตาสูตร๖. ทุติยเมตตาสูตร๗. ปฐมตถาคตอัจฉริยสูตร๘. ทุติยตถาคตอัจฉริยสูตร๙. อานันทอัจฉริยสูตร๑๐. จักกวัตติอัจฉริยสูตร๔. ปุคคลวรรค ๑. สังโยชนสูตร ๒. ปฏิภาณสูตร ๓. อุคฆฏิตัญญูสูตร ๔. อุฏฐานผลสูตร ๕. สาวัชชสูตร ๖. ปฐมสีลสูตร ๗. ทุติยสีลสูตร ๘. นิกกัฏฐสูตร ๙. ธัมมกถิกสูตร ๑๐. วาทีสูตร๕. อาภาวรรค ๑. อาภาสูตร ๒. ปภาสูตร ๓. อาโลกสูตร ๔. โอภาสสูตร ๕. ปัชโชตสูตร ๖. ปฐมกาลสูตร ๗. ทุติยกาลสูตร ๘. ทุจจริตสูตร ๙. สุจริตสูตร ๑๐. สารสูตร๑. อินทริยวรรค ๑. อินทริยสูตร ๒. สัทธาพลสูตร ๓. ปัญญาพลสูตร ๔. สติพลสูตร ๕. ปฏิสังขานพลสูตร ๖. กัปปสูตร ๗. โรคสูตร ๘. ปริหานิสูตร ๙. ภิกขุนีสูตร ๑๐. สุคตวินยสูตร๒. ปฏิปทาวรรค ๑. สังขิตตสูตร ๒. วิตถารสูตร ๓. อสุภสูตร ๔. ปฐมขมสูตร ๕. ทุติยขมสูตร ๖. อุภยสูตร ๗. มหาโมคคัลลานสูตร ๘. สารีปุตตสูตร ๙. สสังขารสูตร ๑๐. ยุคนัทธสูตร๓. สัญเจตนิยวรรค ๑. เจตนาสูตร ๒. วิภัตติสูตร ๓. มหาโกฏฐิตสูตร ๔. อานันทสูตร ๕. อุปวาณสูตร ๖. อายาจนสูตร ๗. ราหุลสูตร ๘. ชัมพาลีสูตร ๙. นิพพานสูตร ๑๐. มหาปเทสสูตร๔. โยธาชีววรรค ๑. โยธาชีวสูตร ๒. ปาฏิโภคสูตร ๓. สุตสูตร ๔. อภยสูตร ๕. สมณสัจจสูตร ๖. อุมมัคคสูตร ๗. วัสสการสูตร ๘. อุปกสูตร ๙. สัจฉิกรณียสูตร ๑๐. อุโปสถสูตร๕. มหาวรรค ๑. โสตานุคตสูตร ๒. ฐานสูตร ๓. ภัททิยสูตร ๔. สาปุคิยาสูตร ๕. วัปปสูตร ๖. สาฬหสูตร ๗. มัลลิกาเทวีสูตร ๘. อัตตันตปสูตร ๙. ตัณหาสูตร ๑๐. เปมสูตร๑. สัปปุริสวรรค ๑. สิกขาปทสูตร ๒. อัสสัทธสูตร ๓. สัตตกัมมสูตร ๔. ทสกัมมสูตร ๕. อัฏฐังคิกสูตร ๖. ทสมัคคสูตร ๗. ปฐมปาปธัมมสูตร ๘. ทุติยปาปธัมมสูตร ๙. ตติยปาปธัมมสูตร ๑๐. จตุตถปาปธัมมสูตร๒. โสภณวรรค ๑. ปริสาสูตร ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. อกตัญญุตาสูตร ๔. ปาณาติปาตีสูตร ๕. ปฐมมัคคสูตร ๖. ทุติยมัคคสูตร ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ๙. อหิริกสูตร ๑๐. ทุสสีลสูตร๓. ทุจจริตวรรค ๑. ทุจจริตสูตร ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. อกตัญญุตาสูตร ๔. ปาณาติปาตีสูตร ๕. ปฐมมัคคสูตร ๖. ทุติยมัคคสูตร ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ๙. อหิริกสูตร ๑๐. ทุปปัญญสูตร ๑๑. กวิสูตร๔. กัมมวรรค ๑. สังขิตตสูตร ๒. วิตถารสูตร ๓. โสณกายนสูตร ๔. ปฐมสิกขาปทสูตร ๕. ทุติยสิกขาปทสูตร ๖. อริยมัคคสูตร ๗. โพชฌังคสูตร ๘. สาวัชชสูตร ๙. อัพยาปัชฌสูตร ๑๐. สมณสูตร ๑๑. สัปปุริสานิสังสสูตร๕. อาปัตติภยวรรค ๑. สังฆเภทกสูตร ๒. อาปัตติภยสูตร ๓. สิกขานิสังสสูตร ๔. เสยยาสูตร ๕. ถูปารหสูตร ๖. ปัญญาวุฑฒิสูตร ๗. พหุการสูตร ๘. ปฐมโวหารสูตร ๙. ทุติยโวหารสูตร ๑๐. ตติยโวหารสูตร ๑๑. จตุตถโวหารสูตร๖. อภิญญาวรรค ๑. อภิญญาสูตร ๒. ปริเยสนาสูตร ๓. สังคหวัตถุสูตร ๔. มาลุงกยปุตตสูตร ๕. กุลสูตร ๖. ปฐมอาชานียสูตร ๗. ทุติยอาชานียสูตร ๘. พลสูตร ๙. อรัญญสูตร ๑๐. กัมมสูตร๗. กัมมปถวรรค ๑. ปาณาติปาตีสูตร ๒. อทินนาทายีสูตร ๓. มิจฉาจารีสูตร ๔. มุสาวาทีสูตร ๕. ปิสุณวาจาสูตร ๖. ผรุสวาจาสูตร ๗. สัมผัปปลาปสูตร ๘. อภิชฌาลุสูตร ๙. พยาปันนจิตตสูตร ๑๐. มิจฉาทิฏฐิสูตร๘. ราคเปยยาล ๑. สติปัฏฐานสูตร ๒. สัมมัปปธานสูตร ๓. อิทธิปาทสูตร ๔-๓๐. ปริญญาทิสูตร ๓๑-๕๑๐. โทสอภิญญาทิสูตร

อรรถกถา

ศาสนา

๓. ปฐมนานากรณสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

๑ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. ภยวรรค ๓. ปฐมนานากรณสูตร ๓. ปฐมนานากรณสูตร ว่าด้วยเหตุที่ทำให้บุคคลต่างกัน สูตรที่ ๑

ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้มีปรากฏอยู่ในโลก บุคคล ๔ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. บุคคลบางคนในโลกนี้สงัดจากกามและอกุศลธรรมทั้งหลายแล้ว บรรลุปฐมฌานที่มีวิตก วิจาร ปีติ และสุขอันเกิดจากวิเวก อยู่ เขาชอบใจปฐมฌานนั้น ติดใจปฐมฌานนั้น และถึงความปลื้มใจ กับปฐมฌานนั้น เขาดำรงอยู่ในปฐมฌานนั้น น้อมใจไปใน ปฐมฌานนั้น ชอบอยู่กับปฐมฌานนั้นโดยมาก ไม่เสื่อม เมื่อ ตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพวกเทวดาชั้นหมู่พรหม พวกเทวดาชั้นหมู่พรหมมีอายุประมาณ ๑ กัป คนที่เป็นปุถุชน ดำรงอยู่ในชั้นหมู่พรหมนั้นจนสิ้นอายุ ให้ระยะเวลาที่เป็นกำหนด อายุของเทวดาเหล่านั้นหมดไปแล้วไปสู่นรกบ้าง ไปสู่กำเนิดสัตว์ ดิรัจฉานบ้าง ไปสู่แดนเปรตบ้าง ส่วนสาวกของพระผู้มีพระภาค ดำรงอยู่ในชั้นหมู่พรหมนั้นจนสิ้นอายุ ให้ระยะเวลาที่เป็นกำหนด อายุของเทวดาเหล่านั้นหมดไปแล้วปรินิพพานในภพนั้นแล นี้แล เป็นความแปลกกัน เป็นความแตกต่างกัน เป็นเหตุทำให้ต่างกัน ระหว่างอริยสาวกผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อคติ (การตาย) และอุบัติ(การเกิด)ยังมีอยู่ ๒. บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะวิตกวิจารสงบระงับไป บรรลุทุติย- ฌานมีความผ่องใสภายใน มีภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น ไม่มีวิตก @เชิงอรรถ : @ วิเวก (ความสงัด) ในที่นี้หมายถึงกายวิเวก (ความสงัดกาย) จิตตวิเวก (ความสงัดใจ) และอุปธิวิเวก @(ความสงัดจากกิเลส) (องฺ.ทสก.อ. ๓/๑๑๗-๑๑๘/๓๗๕) @ กัป ในที่นี้หมายถึงกาลกำหนด ช่วงระยะเวลายาวนานเหลือเกินที่กำหนดว่า โลกคือสกลจักรวาล @ประลัยครั้งหนึ่ง ดูเชิงอรรถที่ ๑ ข้อ ๑๕๖ (กัปปสูตร) หน้า ๒๑๖ ในเล่มนี้ @ ภาวะที่จิตเป็นหนึ่งผุดขึ้น แปลจากบาลีว่า เจตโส เอโกทิภาวํ คำว่า เอโกทิ เป็นชื่อของสมาธิ ทุติยฌาน @ชื่อว่าเอโกทิภาวะ เพราะทำสมาธิที่ชื่อว่าเอโกทินี้ให้เกิดเจริญขึ้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มีภาวะที่จิตเป็น @หนึ่งผุดขึ้น” เพราะสมาธิชื่อเอโกทินี้มีแก่จิตเท่านั้น ไม่มีแก่สัตว์ ไม่มีแก่ชีวะ (วิ.อ. ๑/๑๑/๑๔๓-๑๔๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๘๗} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. ภยวรรค ๓. ปฐมนานากรณสูตร ไม่มีวิจาร มีปีติและสุขเกิดจากสมาธิอยู่ เขาชอบใจทุติยฌานนั้น ติดใจทุติยฌานนั้น และถึงความปลื้มใจกับทุติยฌานนั้น เขา ดำรงอยู่ในทุติยฌานนั้น น้อมใจไปในทุติยฌานนั้น ชอบอยู่กับ ทุติยฌานนั้นโดยมาก ไม่เสื่อม เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงความเป็น ผู้อยู่ร่วมกับพวกเทวดาชั้นอาภัสสระ พวกเทวดาชั้นอาภัสสระ มีอายุประมาณ ๒ กัป คนที่เป็นปุถุชนดำรงอยู่ในชั้นอาภัสสระ นั้นจนสิ้นอายุ ให้ระยะเวลาที่เป็นกำหนดอายุของเทวดาเหล่านั้น หมดไปแล้วไปสู่นรกบ้าง ไปสู่กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานบ้าง ไปสู่แดน เปรตบ้าง ส่วนสาวกของพระผู้มีพระภาค ดำรงอยู่ในชั้นอาภัสสระ นั้นจนสิ้นอายุ ให้ระยะเวลาที่เป็นกำหนดอายุของเทวดาเหล่านั้น หมดไปแล้วปรินิพพานในภพนั้นแล นี้แลเป็นความแปลกกัน เป็นความแตกต่างกัน เป็นเหตุทำให้ต่างกันระหว่างอริยสาวกผู้ ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อคติและอุบัติยังมีอยู่ ๓. บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะปีติจางคลายไป มีอุเบกขา มีสติ สัมปชัญญะ เสวยสุขด้วยนามกาย บรรลุตติยฌานที่พระอริยะ ทั้งหลายสรรเสริญว่า ‘ผู้มีอุเบกขา มีสติ อยู่เป็นสุข’ เขาชอบใจ ตติยฌานนั้น ติดใจตติยฌานนั้น และถึงความปลื้มใจกับตติยฌาน นั้น เขาดำรงอยู่ในตติยฌานนั้น น้อมใจไปในตติยฌานนั้น ชอบอยู่กับตติยฌานนั้นโดยมาก ไม่เสื่อม เมื่อตายไปย่อมเข้าถึง ความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพวกเทวดาชั้นสุภกิณหะ พวกเทวดาชั้น สุภกิณหะมีอายุประมาณ ๔ กัป คนที่เป็นปุถุชนดำรงอยู่ในชั้น สุภกิณหะนั้นจนสิ้นอายุ ให้ระยะเวลาที่เป็นกำหนดอายุของเทวดา เหล่านั้นหมดไปแล้วไปสู่นรกบ้าง ไปสู่กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานบ้าง ไปสู่แดนเปรตบ้าง ส่วนสาวกของพระผู้มีพระภาคดำรงอยู่ในชั้น สุภกิณหะนั้นจนสิ้นอายุ ให้ระยะเวลาที่เป็นกำหนดอายุของเทวดา เหล่านั้นหมดไปแล้วปรินิพพานในภพนั้นแล นี้แลเป็นความแปลก กัน เป็นความแตกต่างกัน เป็นเหตุทำให้ต่างกันระหว่างอริยสาวก ผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อคติและอุบัติยังมีอยู่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๑๘๘} พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๓. ตติยปัณณาสก์] ๓. ภยวรรค ๔. ทุติยนานากรณสูตร ๔. บุคคลบางคนในโลกนี้ เพราะละสุขและทุกข์ได้ เพราะโสมนัส และโทมนัสดับไปก่อนแล้ว บรรลุจตุตถฌานที่ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มีสติบริสุทธิ์เพราะอุเบกขาอยู่ เขาชอบใจจตุตถฌานนั้น ติดใจ จตุตถฌานนั้นและถึงความปลื้มใจกับจตุตถฌานนั้น เขาดำรงอยู่ ในจตุตถฌานนั้น น้อมใจไปในจตุตถฌานนั้น ชอบอยู่กับจตุตถ- ฌานนั้นโดยมาก ไม่เสื่อม เมื่อตายไปย่อมเข้าถึงความเป็นผู้อยู่ ร่วมกับพวกเทวดาชั้นเวหัปผละ พวกเทวดาชั้นเวหัปผละมีอายุ ประมาณ ๕๐๐ กัป คนที่เป็นปุถุชนดำรงอยู่ในชั้นเวหัปผละนั้น จนสิ้นอายุ ให้ระยะเวลาที่เป็นกำหนดอายุของเทวดาเหล่านั้น หมดไปแล้วไปสู่นรกบ้าง ไปสู่กำเนิดสัตว์ดิรัจฉานบ้าง ไปสู่แดน เปรตบ้าง ส่วนสาวกของพระผู้มีพระภาคดำรงอยู่ในชั้นเวหัปผละ นั้นจนสิ้นอายุ ให้ระยะเวลาที่เป็นกำหนดอายุของเทวดาเหล่านั้น หมดไปแล้วปรินิพพานในภพนั้นแล นี้แลเป็นความแปลกกัน เป็นความแตกต่างกัน เป็นเหตุทำให้ต่างกันระหว่างอริยสาวกผู้ ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อคติและอุบัติยังมีอยู่ ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ปฐมนานากรณสูตรที่ ๓ จบ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้