ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก · ข้ออื่นในเล่มนี้เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์
สฬายตนุปปัตติกถา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ สฬายตนุปปัตติกถา
๑๕๕๗สกวาที อายตนะ ๖ เกิดขึ้นในครรภ์มารดา ไม่ก่อนไม่หลังกัน หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลผู้มีอวัยวะน้อยใหญ่ครบครัน มีอินทรีย์อันไม่พร่องหยั่งลงในครรภ์ มารดา หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๕๘ส. จักขายตนะเกิดขึ้นพร้อมกับจิตดวงแสวงหาอุปบัติ (ปฏิสนธิจิต) หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟัน ก็เกิดขึ้นพร้อมกับจิตดวงแสวงหา อุปบัติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ เกิดขึ้นพร้อมกับ จิตดวงแสวงหาอุปบัติ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟัน ก็ตั้งขึ้นพร้อมกับจิตดวงแสวงหา อุปบัติ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๕๙ป. จักขายตนะเกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดา กระทำกรรมเพื่อได้จักษุในท้องมารดา หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ เกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ใน ครรภ์มารดาในภายหลัง หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดานั้น กระทำกรรมเพื่อได้ชิวหาในครรภ์มารดา หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก เกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลัง หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดา กระทำกรรมเพื่อได้กระดูกในครรภ์มารดา หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๖๐ส. ไม่พึงกล่าวว่า ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก เกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ มารดาในภายหลัง หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า สัตว์ผู้เกิดในครรภ์เกิดเป็นกลละขึ้นก่อน จากกลละเกิด เป็นอัมพุทะ จากอัมพุทะ เกิดเป็นเปสิ จากเปสิ เกิดเป็นฆนะ จากฆนะ เกิดเป็นปัญจสาขา ผม ขน และเล็บ ก็มารดาบริโภคสิ่งใด คือ ข้าว น้ำ และ โภชนะ และทารกผู้อยู่ ในครรภ์มารดานั้น เติบโตขึ้นในครรภ์มารดานั้น ด้วยอาหาร คือ ข้าว น้ำ และโภชนะ ที่มารดาของตนบริโภค ดังนี้ เป็นสูตรมี อยู่จริงมิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก ก็เกิดแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ มารดา ในภายหลังน่ะสิ สฬายตนุปปัตติกถา จบ ----------------------------------------------------- @ สํ. สคาถ. ข้อ ๘๐๓ หน้า ๓๐๓