ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก · เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์
คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก · เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ กัลยาณวรรค
๑๒๒ป. ท่านหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๓ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างบุคคลนั้นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างบุคคลนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้น ๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @ ตอนนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ปุริลการานุโยค"
๑๒๔ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่วหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างบุคคลหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๕ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๖
๑๒๗ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างมหาสมุทร หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๘ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นขุนเขาสิเนรุ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างขุนเขาสิเนรุ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๒๙ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรม ชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นน้ำ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างน้ำ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๐ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่วหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นไฟ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างไฟ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๑ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นลม ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างลม หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๒ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง หญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๓ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมดีกรรมชั่วเป็นอื่น ผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว ก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๔ป. ท่านหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยวิบากของกรรมดี กรรมชั่ว หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวย วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยวิบากนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยวิบากนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงเห็นบุคคล ผู้เสวย วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงเห็นบุคคลผู้เสวย วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยนิพพานหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวย วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็นขุนเขา สิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวย หญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงเห็นบุคคลผู้เสวยวิบาก ของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิบากของกรรมดีและกรรมชั่วเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยวิบากของกรรมดี กรรมชั่ว ก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๕ป. ท่านหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๖ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอัน เป็นทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๗ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอัน เป็นทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๘ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็น ทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๓๙ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็น ทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็น ขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๐ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็น ทิพย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขอันเป็นทิพย์เป็นอื่น บุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๑ป. ท่านหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๒ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๓ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๔ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๕ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็น ขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็น หญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๖ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของ มนุษย์ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขของมนุษย์เป็นอื่น บุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ก็เป็นอื่นหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๗ป. ท่านหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบาย หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๘ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบายนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบายนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๔๙ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๐ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๑ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็น ขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๒ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในอบาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทุกข์ที่มีในอบายเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบายก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๓ป. ท่านหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรกหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรก หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๔ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีใน นรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรกนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรกนั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๕ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในนรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๖ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในนรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๗ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มี ในนรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็น ขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๘ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีใน นรก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทุกข์ที่มีในนรกเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรกก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๕๙ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวย วิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์ตัวทำเอง หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๖๐ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวย วิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์บุคคลอื่นทำให้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๖๑ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวยวิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์ตัวทำเองด้วย คนอื่นทำให้ด้วย หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๖๒ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวยวิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์อาศัยสภาพที่มิใช่การทำของตนเอง ไม่ใช่การทำของคนอื่น เกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๖๓ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวยกรรมดีกรรมชั่ว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย บุคคล นั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หา ไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย บุคคล นั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวย ก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สุขและทุกข์ตัวทำเอง สุขและทุกข์คนอื่นทำให้ สุขและทุกข์ตัวทำเอง ด้วย คนอื่นทำให้ด้วย สุขและทุกข์อาศัยสภาพที่มิใช่การทำของตนเอง มิใช่การทำของบุคคล อื่นเกิดขึ้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
๑๖๔ป. กรรมมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้ทำกรรมก็มีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ ป. ถูกแล้ว ส. ผู้สร้างบุคคลผู้ทำกรรมนั้นก็มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้สร้างบุคคลผู้ทำกรรมนั้นก็มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มีแก่บุคคลนั้นๆ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะบุคคลมีอยู่ ฉะนั้นผู้สร้างบุคคลจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะนิพพานมีอยู่ ฉะนั้นผู้สร้างนิพพานจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะมหาปถพีมีอยู่ ฯลฯ เพราะมหาสมุทรมีอยู่ ฯลฯ เพราะขุนเขาสิเนรุ มีอยู่ ฯลฯ เพราะน้ำมีอยู่ ฯลฯ เพราะไฟมีอยู่ เพราะลมมีอยู่ ฯลฯ เพราะหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่ามีอยู่ ฉะนั้น ผู้สร้างหญ้า ไม้ และ ต้นไม้เจ้าป่า จึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะกรรมมีอยู่ บุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กรรมเป็นอื่น บุคคลผู้ทำกรรมก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. วิบากมีอยู่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. บุคคลผู้เสวยวิบากมีอยู่ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผู้เสวยบุคคลผู้เสวยวิบากนั้นมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผู้เสวยบุคคลผู้เสวยวิบากนั้นมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะบุคคลมีอยู่ ฉะนั้นผู้เสวยบุคคลจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะนิพพานมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยนิพพานจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เพราะมหาปถพีมีอยู่ ฯลฯ เพราะมหาสมุทรมีอยู่ ฯลฯ เพราะขุนเขาสิเนรุ มีอยู่ ฯลฯ เพราะน้ำมีอยู่ ฯลฯ เพราะไฟมีอยู่ ฯลฯ เพราะลมมีอยู่ ฯลฯ เพราะหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่ามีอยู่ ฉะนั้นผู้เสวยหญ้า ไม้ และ ต้นไม้เจ้าป่าจึงมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. วิบากเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยวิบากก็เป็นอื่น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ย่อ กัลยาณวรรค จบ