คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์

ข้ออื่นในเล่มนี้

นิคหะ ที่ ๑นิคหะ ที่ ๒นิคหะ ที่ ๓นิคหะ ที่ ๔นิคหะ ที่ ๕นิคหะ ที่ ๖นิคหะ ที่ ๗นิคหะ ที่ ๘สุทธิกสังสันทนาโอปัมมสังสันทนาจตุกกนยสังสันทนาลักขณยุตติกตาวจนโสธนะปัญญัตตานุโยคคติอนุโยคอุปาทาปัญญัตตานุโยคกัลยาณวรรคอภิญญานุโยคญาตกานุโยคปกิณณกะปริหานิกถาพรหมจริยกถาโอธิโสกถาชหติกถาสัพพมัตถีติกถาอดีตขันธาติกถาเอกัจจมัตถีติกถาสติปัฏฐานกถาเหวัตถีติกถาปรูปหารกถาอัญญาณกถากังขากถาปรวิตารณากถาวจีเภทกถาทุกขาหารกถาจิตตฐิติกถากุกกุฬกถาอนุปุพพาภิสมยกถาโวหารกถานิโรธกถาพลกถาอริยันติกถาวิมุจจติกถาวิมุจจมานกถาอัฏฐมกกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถาทิพพจักขุกถาทิพพโสตกถายถากัมมูปคตญาณกถาสังวรกถาอสัญญกถาเนวสัญญานาสัญญายตนกถาคิหิสส อรหาติกถาอุปปัตติกถาอนาสวกถาสมันนาคตกถาอุเบกขาสมันนาคตกถาโพธิยา พุทโธติกถาลักษณกถานิยาโมกกันติกถาสมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งสัพพสัญโญชนปหานกถาวิมุตตกถาอเสกขญาณกถาวิปรีตกถานิยามกถาปฏิสัมภิทากถาสัมมติญาณกถาจิตตารัมมณกถาอนาคตญาณกถาปัจจุปปันนญาณกถาผลญาณกถานิยามกถาปฏิจจสมุปปาทกถาสัจจกถาอารุปปกถานิโรธสมาปัตติกถาอากาสกถาอากาโสสนิทัสสโนติกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถาจักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถากายกัมมสนิทัสสนันติกถาสังคหิตกถาสัมปยุตตกถาเจตสิกกถาทานกถาปริโภคมยปุญญกถาอิโตทินนกถาปฐวีกัมมวิปาโกติกถาชรามรณวิปาโกติกถาอริยธัมมวิปากกถาวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถาฉคติกถาอันตราภวกถากามคุณกถากามกถารูปธาตุกถาอรูปธาตุกถารูปธาตุยา อายตนะกถาอรูเป รูปกถารูปังกัมมันติกถาชีวิตินทริยกถากัมมเหตุกถาอานิสังสกถาอมตารัมมณกถารูปังสารัมมณันติกถาอนุสยา อนารัมมณาติกถาญาณัง อนารัมมณันติกถาอตีตารัมมณกถาอนาคตารัมมณกถาวิตักกานุปติตกถาวิตักกวิปผารสัททกถานยถาจิตตัสสวาจาติกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถาอตีตานาคตปัจจุปปันนกถานิโรธกถารูปังมัคโคติกถาปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถาปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถาสิลัง อเจตสิกันติกถาสีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถาสมาทานเหตุกกถาวิญญัตติสีลันติกถาอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถาติสโสปิ อนุสยกถาญาณกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถาอิทังทุกขันติกถาอิทธิพลกถาสมาธิกถาธัมมัฏฐิตตากถาอนิจจตากถาสังวโรกัมมันติกถากัมมกถาสัทโทวิปาโกติกถาสฬายตนกถาสัตตักขัตตุปรมกถาโกลังโกลเอกวีชีกถาชีวิตาโวโรปนกถาทุคคติกถาสัตตมภวิกกถากัปปัฏฐกถากุสลจิตตปฏิลาภกถาอนันตราปยุตตกถานิยตัสสนิยามกถานีวุตกถาสัมมุขีภูตกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถาอสาตราคกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากุสลากุสลปฏิสันทหนกถาสฬายตนุปปัตติกถาอนันตรปัจจยกถาอริยรูปกถาอัญโญ อนุสโยติกถาปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถาปริยาปันนกถาอัพยากตกถาอปริยาปันนกถาปัจจยตากถาอัญญมัญญปัจจยกถาอัทธากถาขณลยมุหุตตกถาอาสวกถาชรามรณกถาสัญญาเวทยิตกถาสัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓อสัญญสัตตูปิกากถากัมมูปจยกถานิคคหกถาปัคคหกถาสุขานุปปทานกถาอธิคัยหมนสิการกถารูปังเหตูติกถารูปังสเหตุกันติกถารูปังกุสลากุสลันติกถารูปังวิปาโกติกถารูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถารูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถาอัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถาอินทริยพัทธกถาฐเปตวา อริยมัคคันติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถาทักขิณาวิสุทธิกถามนุสสโลกกถาธัมมเทสนากถากรุณากถาคันธชาติกถาเอกมัคคกถาฌานสังกันติกถาฌานันตริกกถาสมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถาจักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากิเลสชหนกถาสุญญตากถาสามัญญผลกถาปัตติกถาตถตากถากุสลกถาอัจจันตนิยามกถาอินทริยกถาอสัญจิจจกถาญาณกถานิรยปาลกถาติรัจฉานกถามัคคกถาญาณกถาสาสนกถาอวิวิตตกถาสัญโญชนกถาอิทธิกถาพุทธกถาสัพพทิสากถาธรรมกถากรรมกถาปรินิพพานกถากุสลจิตตกถาอาเนญชกถาธัมมาภิสมยกถากถาทั้ง ๓อัพยากตกถาอาเสวนปัจจยตากถาขณิกกถาเอกาธิปปายกถาอรหันตวัณณกถาอิสสริยกามการิกากถาราคปฏิรูปกาทิกถาอปรินิปผันนกถาอุทาน

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

กังขากถา

ข้อ ๕๒๒–๕๔๖พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์๒๕ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

กงฺขากถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ กังขากถา

ข้อ ๕๒๒

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉา- นีวรณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สกวาที ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ ของ พระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๒๓

นตฺถิ อรหโต วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ วิจิกิจฺฉา- สญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉานีวรณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ อรหโต วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉานีวรณํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ ของ พระอรหันต์ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสัญโญชน์ วิจิกิจฉา- นิวรณ์ ของพระอรหันต์ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความสงสัยของพระ อรหันต์มีอยู่

ข้อ ๕๒๔

อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส กงฺขา อตฺถิ ตสฺส วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉา ปริยุฏฺฐานํ วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉานีวรณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต กงฺขา อตฺถิ ตสฺส วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉานีวรณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ และวิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉา- สัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ ของเขาก็ยังมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ และวิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ ของท่านก็ยังมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๒๕

อตฺถิ อรหโต กงฺขา นตฺถิ ตสฺส วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉานีวรณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส กงฺขา นตฺถิ ตสฺส วิจิกิจฺฉา วิจิกิจฺฉาปริยุฏฺฐานํ วิจิกิจฺฉาสญฺโญชนํ วิจิกิจฺฉานีวรณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ แต่วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉาสัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ ของท่านไม่มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ แต่วิจิกิจฉา วิจิกิจฉาปริยุฏฐาน วิจิกิจฉา สัญโญชน์ วิจิกิจฉานิวรณ์ ของเขาไม่มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๒๖

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต สตฺถริ กงฺขา ธมฺเม กงฺขา สงฺเฆ กงฺขา สิกฺขาย กงฺขา ปุพฺพนฺเต กงฺขา อปรนฺเต กงฺขา ปุพฺพนฺตาปรนฺเต กงฺขา อิทปฺปจฺจยตา- ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัยในพระธรรม ความสงสัยในพระ สงฆ์ ความสงสัยในสิกขา ความสงสัยในส่วนอนาคต ความสงสัยใน ส่วนอดีต ความสงสัยทั้งในส่วนอนาคตและส่วนอดีต ความสงสัยใน ปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของ พระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๒๗

นตฺถิ อรหโต สตฺถริ กงฺขา ธมฺเม กงฺขา สงฺเฆ กงฺขา ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ อรหโต สตฺถริ กงฺขา ธมฺเม กงฺขา ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขา โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. ความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัยในพระธรรม ความสงสัยในพระ สงฆ์ ฯลฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็น ปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของพระอรหันต์ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัยในพระธรรม ฯลฯ ความ สงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึง เกิดขึ้นของพระอรหันต์ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความสงสัยของพระ อรหันต์มีอยู่

ข้อ ๕๒๘

อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส กงฺขา อตฺถิ ตสฺส สตฺถริ กงฺขา ธมฺเม กงฺขา ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต กงฺขา อตฺถิ ตสฺส สตฺถริ กงฺขา ธมฺเม กงฺขา ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ และความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัย ในพระธรรม ฯลฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้ เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของเขาก็ยังมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ และความสงสัยในพระศาสดา ความ สงสัยในพระธรรม ฯลฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะ ธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของท่านก็ยังมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๒๙

อตฺถิ อรหโต กงฺขา นตฺถิ ตสฺส สตฺถริ กงฺขา ธมฺเม กงฺขา ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ปุถุชฺชนสฺส กงฺขา นตฺถิ ตสฺส สตฺถริ กงฺขา ธมฺเม กงฺขา ฯเปฯ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ กงฺขาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ แต่ความสงสัยในพระศาสดา ความ สงสัยในพระธรรม ฯลฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะ ธรรมนี้เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของท่านไม่มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสงสัยของปุถุชนมีอยู่ แต่ความสงสัยในพระศาสดา ความสงสัย ในพระธรรม ฯลฯ ความสงสัยในปฏิจจสมุปปาทธรรมว่า เพราะธรรมนี้ เป็นปัจจัย ธรรมนี้จึงเกิดขึ้น ของเขาไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๓๐

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต ราโค ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํ กโต อายตึ- อนุปฺปาทธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต ราโค ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํ กโต อายตึอนุปฺปาทธมฺโม ฯ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะอันพระอรหันต์ ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอด ด้วน ทำให้ไม่เกิดขึ้นได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไป เป็นธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า ราคะอันพระอรหันต์ ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็น ดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดขึ้นได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไป เป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่

ข้อ ๕๓๑

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ โมโห ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ ฯเปฯ ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ฯเปฯ โทสปฺปหานาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ฯเปฯ นนุ อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โทสะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ อันพระอรหันต์ ละขาดแล้ว ฯลฯ พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละ ขาดซึ่งราคะ มิใช่หรือ ฯลฯ ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้ เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งโทสะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ ฯลฯ พระอรหันต์เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ทำให้แจ้งซึ่งธรรม ที่ควรทำให้แจ้งแล้ว มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า พระอรหันต์เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ฯลฯ ทำให้แจ้ง ซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า ความสงสัยของพระ อรหันต์มีอยู่

ข้อ ๕๓๒

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต อตฺถิ กงฺขา ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต นตฺถิ กงฺขาติ ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต อตฺถิ กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต อตฺถิ กงฺขาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ความสงสัยของพระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน มีอยู่ แต่ความสงสัย ไม่มีแก่พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตนมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสงสัยของพระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่นมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๓๓

ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต นตฺถิ กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต นตฺถิ กงฺขาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ความสงสัยไม่มีแก่พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความสงสัยไม่มีแก่พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๓๔

สธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราโค ปหีโน อตฺถิ ตสฺส กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราโค ปหีโน อตฺถิ ตสฺส กงฺขาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ละขาดราคะแล้ว แต่ความสงสัยของ ท่านยังมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่นละขาดราคะแล้ว แต่ความสงสัยของท่าน ยังมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๓๕

สธมฺมกุสลสฺส อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ โมโห ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ ฯเปฯ ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ฯเปฯ โทสปฺปหานาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ฯเปฯ

ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ละขาดโทสะแล้ว ฯลฯ ละขาดโมหะ แล้ว ฯลฯ ละขาดอโนตตัปปะแล้ว ฯลฯ ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งราคะ ฯลฯ ยังมรรคให้เกิด แล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งโทสะ ฯลฯ เพื่อละขาด ซึ่งอโนตตัปปะหรือ ฯลฯ

ข้อ ๕๓๖

สธมฺมกุสโล อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ อตฺถิ ตสฺส กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรธมฺมกุสโล อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ อตฺถิ ตสฺส กงฺขาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ แล้ว ฯลฯ ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว แต่ความสงสัยของท่าน ยังอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ แล้ว ฯลฯ ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว แต่ความสงสัยของท่าน ยังมีอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๓๗

ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราโค ปหีโน นตฺถิ ตสฺส กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ สธมฺมกุสลสฺส อรหโต ราโค ปหีโน นตฺถิ ตสฺส กงฺขาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ละขาดราคะแล้ว และความสงสัยของท่าน ก็ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน ละขาดราคะแล้ว และความสงสัยของ ท่านก็ไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๓๘

ปรธมฺมกุสลสฺส อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ โมโห ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ ฯเปฯ ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ฯเปฯ โทสปฺปหานาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ฯเปฯ

ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น ละขาดโทสะแล้ว ฯลฯ ละขาดโมหะ แล้ว ฯลฯ ละขาดอโนตตัปปะแล้ว ฯลฯ ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยัง โพชฌงค์ให้เกิดแล้ว เพื่อละขาดซึ่งโทสะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ หรือ ฯลฯ

ข้อ ๕๓๙

ปรธมฺมกุสโล อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ นตฺถิ ตสฺส กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ สธมฺมกุสโล อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ นตฺถิ ตสฺส กงฺขาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมอื่น เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะแล้ว ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว และความสงสัยของท่านก็ไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ผู้ฉลาดในธรรมของตน เป็นผู้ปราศจากราคะ โทสะ โมหะ แล้ว ฯลฯ ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว และความสงสัยของ ท่านก็ไม่มี หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๕๔๐

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ชานตฺวาหํ ภิกฺขเว ปสฺสโต อาสวานํ ขยํ วทามิ โน อชานโต โน อปสฺสโต กิญฺจ ภิกฺขเว ชานโต กึ ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหติ อิติ รูปํ ฯเปฯ อิติ วิญฺญาณสฺส อตฺถงฺคโมติ เอวํ โข ภิกฺขเว ชานโต เอวํ ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวความสิ้น อาสวะสำหรับผู้ที่รู้อยู่ เห็นอยู่ ไม่กล่าวสำหรับผู้ที่ไม่รู้อยู่ ไม่เห็นอยู่. ก็บุคคลผู้รู้อยู่อย่างไร เห็นอยู่อย่างไร ความสิ้นอาสวะจึงมีได้ บุคคล ผู้รู้อยู่ เห็นอยู่ว่า อย่างนี้รูป ฯลฯ อย่างนี้ความดับแห่งวิญญาณ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้รู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้แล ความสิ้นอาสวะ จึงมีได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่

ข้อ ๕๔๑

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ชานตฺวาหํ ภิกฺขเว ปสฺสโต อาสวานํ ขยํ วทามิ โน อชานโต โน อปสฺสโต กิญฺจ ภิกฺขเว ชานโต กึ ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหติ อิทํ ทุกฺขนฺติ ภิกฺขเว ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทาติ ชานโต ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหติ เอวํ โข ภิกฺขเว ชานโต เอวํ ปสฺสโต อาสวานํ ขโย โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวความสิ้น อาสวะสำหรับผู้ที่รู้อยู่ เห็นอยู่ ไม่กล่าวสำหรับผู้ที่ไม่รู้อยู่ ไม่เห็นอยู่. ก็บุคคลผู้รู้อยู่อย่างไร เห็นอยู่อย่างไร ความสิ้นอาสวะ จึงมีได้ บุคคลรู้อยู่เห็นอยู่ว่า นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทางให้ถึงธรรมเป็นที่ดับแห่ง ทุกข์ ดังนี้ ความสิ้นอาสวะจึงมีได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลรู้อยู่ เห็นอยู่อย่างนี้แล ความสิ้นอาสวะจึงมีได้ ดังนี้ เป็นสูตรที่มีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่

ข้อ ๕๔๒

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สพฺพํ ภิกฺขเว อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหํ อภพฺโพ ทุกฺขกฺขยาย สพฺพญฺจ โข ภิกฺขเว อภิชานํ ปริชานํ วิราชยํ ปชหํ ภพฺโพ ทุกฺขกฺขยายาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว @ ดูหน้า ๒๔๒ ดูหน้า ๒๔๒ ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลเมื่อไม่รู้ด้วย ปัญญาอันยิ่ง ไม่กำหนดรู้ ไม่สำรอก ไม่ละซึ่งสิ่งทั้งปวง ย่อม เป็นผู้ไม่ควรเพื่อความสิ้นทุกข์ ต่อเมื่อรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง กำหนดรู้ สำรอก ละซึ่งสิ่งทั้งปวง จึงเป็นผู้ควรเพื่อความสิ้นทุกข์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่

ข้อ ๕๔๓

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สหาวสฺส ทสฺสนสมฺปทาย ฯเปฯ ฉจาภิฐานานิ อภพฺโพ กาตุนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า พร้อมกับการบรรลุโสดาปัตติมรรคของ ท่าน ฯลฯ เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะทำความผิดสถานหนัก ๖ ประการ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่

ข้อ ๕๔๔

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย อริยสาวกสฺส วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ สห ทสฺสนุปฺปาทา ภิกฺขเว อริยสาวกสฺส ตีณิ สญฺโญชนานิ ปหียนฺติ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโสติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสมัยใด ดวงตา เห็นธรรมอันปราศจากผงฝ้า เกิดขึ้นแก่อริยสาวกว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา ดังนี้ ในสมัยนั้น พร้อมกับความเกิดขึ้นแห่งทัศนะ อริยสาวกก็ละ สัญโญชน์ได้ ๓ ประการ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพต- ปรามาส ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ @ ดูหน้า ๒๔๓ ดูหน้า ๒๔๓

ข้อ ๕๔๕

อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ปชานาติ สเหตุธมฺมนฺติ ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา ยโต ขยํ ปจฺจยานํ อเวทีติ ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส วิธูปยํ ติฏฺฐติ มารเสนํ สุริโยว โอภาสยมนฺตลิกฺขนฺติ ยา กาจิ กงฺขา อิธ วา หุรํ วา สกเวทิยา วา ปรเวทิยา วา ฌายิโน ตา ปชหนฺติ สพฺพา อาตาปิโน พฺรหฺมจริยํ จรนฺตาติ เย กงฺขา สมติกฺกนฺตา กงฺขาภูเตสุ ปาณิสุ อสํสยา วิสํยุตฺตา เตสุ ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ เอตาทิสี ธมฺมปกาสเนตฺถ กินฺนุ ตตฺถ กงฺขติ โกจิ สาวโก นิตฺติณฺณโอฆํ วิจิกิจฺฉฉินฺนํ พุทฺธํ นมสฺสาม ชินํ ชนินฺทาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ

ส. ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า เมื่อใดแล ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่ พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้น ความสงสัยทั้งปวงของ พราหมณ์นั้น ย่อมวับหายไป เพราะมารู้ธรรมกับทั้งเหตุ เมื่อใดแล ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่ง อยู่ เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงของพราหมณ์นั้น ย่อมวับหายไป เพราะได้รู้ถึงความสิ้นไปแห่งปัจจัยทั้งหลาย เมื่อใดแล ธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีความเพียรเพ่ง อยู่ เมื่อนั้น พราหมณ์นั้น ย่อมกำจัดมารและเสนามารเสียได้ ดุจ ดวงอาทิตย์อุทัยกำจัดมืด ยังอากาศให้สว่างฉะนั้น ความสงสัยในโลกนี้หรือโลกอื่น ในประวัติของตน หรือใน ประวัติของผู้อื่น ไม่ว่าอย่างใด ผู้มีความเพียรประพฤติพรหมจรรย์ เพ่งอยู่ ย่อมละความสงสัยเหล่านั้นได้หมด บุคคลเหล่าใด ข้ามความสงสัยทั้งหลายเสียได้ ในเมื่อคน ทั้งหลายยังมีความสงสัยอยู่ เป็นผู้ไม่มีความสงสัย ไม่ข้องขัด ทานที่ให้ในบุคคลเหล่านั้นมีผลมาก การประกาศธรรมในพระศาสนานี้ เป็นเช่นนี้ บรรดาพระสาวก เหล่านั้น องค์ไรหรือจะยังสงสัย ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอนมัสการ พระพุทธเจ้าผู้จอมคน ทรงข้ามพ้นห้วงสังสารวัฏ และทรงตัดความ สงสัยเสียได้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์มีอยู่ @ ขุ. อุ. ข้อ ๓๘,๓๙,๔๐ หน้า ๗๔-๗๖ ขุ. อุ. ข้อ ๑๒๓ หน้า ๑๖๖ @ ที. ม. ข้อ ๓๒๕ หน้า ๓๐๙

ข้อ ๕๔๖

น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา อิตฺถีปุริสานํ นามโคตฺเต กงฺเขยฺย มคฺคามคฺเค กงฺเขยฺย ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ นาเม กงฺเขยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา อิตฺถีปุริสานํ นามโคตฺเต กงฺเขยฺย มคฺคามคฺเค กงฺเขยฺย ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ นาเม กงฺเขยฺย เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อรหา อิตฺถีปุริสานํ นามโคตฺเต กงฺเขยฺย มคฺคามคฺเค กงฺเขยฺย ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ นาเม กงฺเขยฺยาติ อตฺถิ อรหโต กงฺขาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา โสตาปตฺติผเล วา สกทาคามิผเล วา อนาคามิผเล วา อรหตฺเต วา กงฺเขยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กงฺขากถา ฯ

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความสงสัยของพระอรหันต์ ยังมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระอรหันต์ อาจสงสัยในนามและโคตรของสตรีและบุรุษ อาจสงสัย ในทางและมิใช่ทาง อาจสงสัยในชื่อของหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ก็ได้ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระอรหันต์อาจสงสัยในนามและโคตรของสตรีและบุรุษ อาจ สงสัยในทางและมิใช่ทาง อาจสงสัยในชื่อของหญ้า ไม้ และต้นไม้ เจ้าป่าก็ได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ความสงสัยของพระ- อรหันต์ ยังมีอยู่ ส. เพราะพระอรหันต์ อาจสงสัยในนามและโคตรของสตรีและบุรุษ อาจ สงสัยในชื่อของหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่าก็ได้ ฉะนั้น ความสงสัย ของพระอรหันต์จึงยังมีอยู่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พระอรหันต์ อาจสงสัยในโสดาปัตติผล หรือในสกทาคามิผล หรือใน อนาคามิผล หรือในอรหัตผลก็ได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ กังขากถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย