คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก ·

เล่ม ๓๗ · กถาวัตถุปกรณ์

ข้ออื่นในเล่มนี้

นิคหะ ที่ ๑นิคหะ ที่ ๒นิคหะ ที่ ๓นิคหะ ที่ ๔นิคหะ ที่ ๕นิคหะ ที่ ๖นิคหะ ที่ ๗นิคหะ ที่ ๘สุทธิกสังสันทนาโอปัมมสังสันทนาจตุกกนยสังสันทนาลักขณยุตติกตาวจนโสธนะปัญญัตตานุโยคคติอนุโยคอุปาทาปัญญัตตานุโยคกัลยาณวรรคอภิญญานุโยคญาตกานุโยคปกิณณกะปริหานิกถาพรหมจริยกถาโอธิโสกถาชหติกถาสัพพมัตถีติกถาอดีตขันธาติกถาเอกัจจมัตถีติกถาสติปัฏฐานกถาเหวัตถีติกถาปรูปหารกถาอัญญาณกถากังขากถาปรวิตารณากถาวจีเภทกถาทุกขาหารกถาจิตตฐิติกถากุกกุฬกถาอนุปุพพาภิสมยกถาโวหารกถานิโรธกถาพลกถาอริยันติกถาวิมุจจติกถาวิมุจจมานกถาอัฏฐมกกถาอัฏฐมกัสส อินทริยกถาทิพพจักขุกถาทิพพโสตกถายถากัมมูปคตญาณกถาสังวรกถาอสัญญกถาเนวสัญญานาสัญญายตนกถาคิหิสส อรหาติกถาอุปปัตติกถาอนาสวกถาสมันนาคตกถาอุเบกขาสมันนาคตกถาโพธิยา พุทโธติกถาลักษณกถานิยาโมกกันติกถาสมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่งสัพพสัญโญชนปหานกถาวิมุตตกถาอเสกขญาณกถาวิปรีตกถานิยามกถาปฏิสัมภิทากถาสัมมติญาณกถาจิตตารัมมณกถาอนาคตญาณกถาปัจจุปปันนญาณกถาผลญาณกถานิยามกถาปฏิจจสมุปปาทกถาสัจจกถาอารุปปกถานิโรธสมาปัตติกถาอากาสกถาอากาโสสนิทัสสโนติกถาปฐวีธาตุ สนิทัสสนาตยาทิกถาจักขุนทริยสนิทัสสนันติอาทิกถากายกัมมสนิทัสสนันติกถาสังคหิตกถาสัมปยุตตกถาเจตสิกกถาทานกถาปริโภคมยปุญญกถาอิโตทินนกถาปฐวีกัมมวิปาโกติกถาชรามรณวิปาโกติกถาอริยธัมมวิปากกถาวิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถาฉคติกถาอันตราภวกถากามคุณกถากามกถารูปธาตุกถาอรูปธาตุกถารูปธาตุยา อายตนะกถาอรูเป รูปกถารูปังกัมมันติกถาชีวิตินทริยกถากัมมเหตุกถาอานิสังสกถาอมตารัมมณกถารูปังสารัมมณันติกถาอนุสยา อนารัมมณาติกถาญาณัง อนารัมมณันติกถาอตีตารัมมณกถาอนาคตารัมมณกถาวิตักกานุปติตกถาวิตักกวิปผารสัททกถานยถาจิตตัสสวาจาติกถานยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถาอตีตานาคตปัจจุปปันนกถานิโรธกถารูปังมัคโคติกถาปัญจวิญญาณสมังคิมัคคภาวนากถาปัญจวิญญาณา กุสลาปีติกถาปัญจวิญญาณา สาโภคาติกถาทวีหิ สีเลหิ สมันนาคโตติกถาสิลัง อเจตสิกันติกถาสีลัง นจิตตานุปริวัตตีติกถาสมาทานเหตุกกถาวิญญัตติสีลันติกถาอวิญญัตติ ทุสสีลยันติกถาติสโสปิ อนุสยกถาญาณกถาญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถาอิทังทุกขันติกถาอิทธิพลกถาสมาธิกถาธัมมัฏฐิตตากถาอนิจจตากถาสังวโรกัมมันติกถากัมมกถาสัทโทวิปาโกติกถาสฬายตนกถาสัตตักขัตตุปรมกถาโกลังโกลเอกวีชีกถาชีวิตาโวโรปนกถาทุคคติกถาสัตตมภวิกกถากัปปัฏฐกถากุสลจิตตปฏิลาภกถาอนันตราปยุตตกถานิยตัสสนิยามกถานีวุตกถาสัมมุขีภูตกถาสมาปันโน อัสสาเทติกถาอสาตราคกถาธัมมตัณหา อัพยากตาติกถาธัมมตัณหา นทุกขสมุทโยติกถากุสลากุสลปฏิสันทหนกถาสฬายตนุปปัตติกถาอนันตรปัจจยกถาอริยรูปกถาอัญโญ อนุสโยติกถาปริยุฏฐาน จิตตวิปปยุตตันติกถาปริยาปันนกถาอัพยากตกถาอปริยาปันนกถาปัจจยตากถาอัญญมัญญปัจจยกถาอัทธากถาขณลยมุหุตตกถาอาสวกถาชรามรณกถาสัญญาเวทยิตกถาสัญญาเวทยิตกถา ที่ ๒สัญญาเวทยิตกถา ที่ ๓อสัญญสัตตูปิกากถากัมมูปจยกถานิคคหกถาปัคคหกถาสุขานุปปทานกถาอธิคัยหมนสิการกถารูปังเหตูติกถารูปังสเหตุกันติกถารูปังกุสลากุสลันติกถารูปังวิปาโกติกถารูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถารูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถาอัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถานัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถาสัพพมิทัง กัมมโตติกถาอินทริยพัทธกถาฐเปตวา อริยมัคคันติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถานวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถานวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถานวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถาทักขิณาวิสุทธิกถามนุสสโลกกถาธัมมเทสนากถากรุณากถาคันธชาติกถาเอกมัคคกถาฌานสังกันติกถาฌานันตริกกถาสมาปันโน สัททัง สุณาตีติกถาจักขุนา รูปัง ปัสสตีติกถากิเลสชหนกถาสุญญตากถาสามัญญผลกถาปัตติกถาตถตากถากุสลกถาอัจจันตนิยามกถาอินทริยกถาอสัญจิจจกถาญาณกถานิรยปาลกถาติรัจฉานกถามัคคกถาญาณกถาสาสนกถาอวิวิตตกถาสัญโญชนกถาอิทธิกถาพุทธกถาสัพพทิสากถาธรรมกถากรรมกถาปรินิพพานกถากุสลจิตตกถาอาเนญชกถาธัมมาภิสมยกถากถาทั้ง ๓อัพยากตกถาอาเสวนปัจจยตากถาขณิกกถาเอกาธิปปายกถาอรหันตวัณณกถาอิสสริยกามการิกากถาราคปฏิรูปกาทิกถาอปรินิปผันนกถาอุทาน

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

อนาสวกถา

ข้อ ๘๙๐–๙๐๒พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์๑๓ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อนาสวกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อนาสวกถา

ข้อ ๘๙๐

อรหโต สพฺเพ ธมฺมา อนาสวาติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ สกทาคามิมคฺโค สกทาคามิผลํ อนาคามิมคฺโค อนาคามิผลํ อรหตฺตมคฺโค อรหตฺตผลํ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สกวาที ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล เป็นสกทาคามิมรรค เป็นสกทาคามิผล เป็นอนาคามิมรรค เป็นอนาคามิผล เป็นอรหัตมรรค เป็นอรหัตผล เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็นพละ เป็นโพชฌงค์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๑

อรหโต สพฺเพ ธมฺมา อนาสวาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต จกฺขุํ อนาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต จกฺขุํ อนาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต โสตํ ฯเปฯ อรหโต ฆานํ ฯเปฯ อรหโต ชิวฺหา ฯเปฯ อรหโต กาโย อนาสโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. จักษุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จักษุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสตะของพระอรหันต์ ฯลฯ ฆานะของพระอรหันต์ ฯลฯ ชิวหาของ พระอรหันต์ ฯลฯ กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๒

อรหโต กาโย อนาสโวติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค ผลํ นิพฺพานํ โสตาปตฺติมคฺโค โสตาปตฺติผลํ ฯเปฯ โพชฺฌงฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๓

อรหโต กาโย อนาสโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต กาโย ปคฺคหนิคฺคหูปโค เฉทนเภทนูปโค กาเกหิ คิชฺเฌหิ กุลเลหิ สาธารโณติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาสโว ธมฺโม ปคฺคหนิคฺคหูปโค เฉทนเภทนูปโค กาเกหิ คิชฺเฌหิ กุลเลหิ สาธารโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กายของพระอรหันต์ ยังเข้าถึงการยกย่องและการข่มขี่ ยังเข้าถึงการตัด และการทำลาย ยังทั่วไปแก่ฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงเหยี่ยว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ยังเข้าถึงการยกย่องและการข่มขี่ ยัง เข้าถึงการตัดและการทำลาย ยังทั่วไปแก่ฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงเหยี่ยว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๔

อรหโต กาเย วิสํ กาเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคึ กเมยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาสเว ธมฺเม วิสํ กเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคึ กเมยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. พิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไป ในกายของพระอรหันต์หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. พิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไปในธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของ อาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๕

ลพฺภา อรหโต กาโย อทฺทุพนฺธเนน พนฺธิตุํ รชฺชุพนฺธเนน พนฺธิตุํ สงฺขลิกพนฺธเนน พนฺธิตุํ คามพนฺธเนน พนฺธิตุํ นิคมพนฺธเนน พนฺธิตุํ นครพนฺธเนน พนฺธิตุํ ชนปทพนฺธเนน พนฺธิตุํ กณฺฐปญฺจเมหิ พนฺธเนหิ พนฺธิตุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ลพฺภา อนาสโว ธมฺโม อทฺทุพนฺธเนน พนฺธิตุํ รชฺชุพนฺธเนน พนฺธิตุํ สงฺขลิกพนฺธเนน พนฺธิตุํ คามพนฺธเนน นิคมพนฺธเนน นครพนฺธเนน ชนปทพนฺธเนน กณฺฐปญฺจเมหิ พนฺธเนหิ พนฺธิตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. กายของพระอรหันต์ ยังจะจองจำ ด้วยเครื่องจองจำคือขื่อ ด้วยเครื่องจอง จำคือเชือก ด้วยเครื่องจองจำคือตรวน ด้วยเครื่องจองจำคือบ้าน ด้วย เครื่องจองจำคือนิคม ด้วยเครื่องจองจำคือเมือง ด้วยเครื่องจองจำคือ ชนบท ด้วยเครื่องจองจำ ๕ ประการ ได้หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ยังจะจองจำด้วยเครื่องจองจำคือขื่อ ด้วยเครื่องจองจำคือเชือก ด้วยเครื่องจองจำคือตรวน ด้วยเครื่องจองจำ คือบ้าน ด้วยเครื่องจองจำคือนิคม ด้วยเครื่องจองจำคือเมือง ด้วยเครื่อง จองจำคือชนบท ด้วยเครื่องจองจำ ๕ ประการ ได้หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๖

ยทิ อรหา ปุถุชฺชนสฺส จีวรํ เทติ อนาสวํ หุตฺวา สาสวํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาสวํ หุตฺวา สาสวํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว อนาสวํ ตํ สาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว อนาสวํ ตํ สาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ผลํ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ โพชฺฌงฺโค อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ผิว่า พระอรหันต์ให้จีวรแก่ปุถุชน จีวรนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. จีวรนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็ นั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ ไม่เป็น อารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๗

ยทิ อรหา ปุถุชฺชนสฺส ปิณฺฑปาตํ เทติ เสนาสนํ เทติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เทติ อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว อนาสวํ ตํ สาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว อนาสวํ ตํ สาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มคฺโค อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ผลํ สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ อิทฺธิปาโท อินฺทฺริยํ พลํ โพชฺฌงฺโค อนาสโว หุตฺวา สาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ผิว่า พระอรหันต์ ให้บิณฑบาต ให้เสนาสนะ ให้คิลานปัจจัยเภสัชชบริ- ขาร แก่ปุถุชน คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารนั้น ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารนั้น ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของเป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน นั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ ไม่เป็น อารมณ์ของอาสวะแล้ว เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๘

ยทิ ปุถุชฺชโน อรหโต จีวรํ เทติ สาสวํ หุตฺวา อนาสวํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ผิว่า ปุถุชน ถวายจีวรแก่พระอรหันต์ จีวรนั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๘๙๙

สาสวํ หุตฺวา อนาสวํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว สาสวํ ตํ อนาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว สาสวํ ตํ อนาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ราโค สาสโว หุตฺวา อนาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โทโส โมโห ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สาสวํ หุตฺวา อนาสวํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. จีวรนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็ อันนั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โทสะ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็น อารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๙๐๐

ยทิ ปุถุชฺชโน อรหโต ปิณฺฑปาตํ เทติ เสนาสนํ เทติ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เทติ สาสโว หุตฺวา อนาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. ผิว่า ปุถุชน ถวายบิณฑบาต ถวายเสนาสนะ ถวายคิลานปัจจยเภสัชช- บริขารแก่พระอรหันต์ คิลานปัจจยเภสัชชบริขารนั้น เป็นอารมณ์ของ อาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๙๐๑

สาสโว หุตฺวา อนาสโว โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว สาสวํ ตํ อนาสวนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว สาสวํ ตํ อนาสวนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ราโค สาสโว หุตฺวา อนาสโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โทโส ฯเปฯ โมโห ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สาสวํ หุตฺวา อนาสวํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ส. คิลานปัจจยเภสัชชบริขารนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ ของอาสวะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน นั้นแหละ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน นั้นแหละ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โทสะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๙๐๒

น วตฺตพฺพํ อรหโต สพฺเพ ธมฺมา อนาสวาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา อนาสโวติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา อนาสโว เตน วต เร วตฺตพฺเพ อรหโต สพฺเพ ธมฺมา อนาสวาติ ฯ อนาสวกถา ฯ ----------

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอาสวะ มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. หากว่า พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ดังนี้ อนาสวกถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย