คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๕

ข้ออื่นในเล่มนี้

เรื่องพระเจ้าพิมพิสารรับสั่งให้โสณโกฬิวิสะเข้าเฝ้า เรื่องพระสาคตะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ เรื่องโสณโกฬิวิสะเศรษฐีบุตรบรรพชา เรื่องทรงเปรียบเทียบความเพียรกับสายพิณ พระโสณะบรรลุอรหัตตผล อุปนิสัยสมบัติของผู้เป็นพระอรหันต์ นิคมคาถา๑๔๘. ทิคุณาทิอุปาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามใช้รองเท้า ๒ ชั้นเป็นต้น ๑๔๙. สัพพนีลกาทิปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามใช้รองเท้าสีเขียวล้วนเป็นต้น เรื่องทรงห้ามใช้รองเท้าหุ้มส้นเป็นต้น ๑๕๐. โอมุกกคุณังคุณุปาหนานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตรองเท้าหลายชั้นที่ใช้แล้ว เรื่องภิกษุเท้าแตก ๑๕๑. อัชฌารามุปาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามสวมรองเท้าในอาราม เรื่องภิกษุอาพาธเป็นหน่อที่เท้า ๑๕๒. กัฏฐปาทุกาทิปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามสวมเขียงเท้าไม้เป็นต้น เรื่องเขียงเท้าใบตาล เรื่องเขียงเท้าสานด้วยใบไผ่ เรื่องเขียงเท้าสานด้วยหญ้าสามัญเรื่องพระฉัพพัคคีย์จับแม่โค ๑๕๓. ยานาทิปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามยานพาหนะเป็นต้น เรื่องพระฉัพพัคคีย์โดยสารยานพาหนะและภิกษุเป็นไข้ เรื่องยานพาหนะเทียมด้วยโคเพศผู้และยานพาหนะที่ใช้มือลาก เรื่องคานหาม๑๕๔. อุจจาสยนมหาสยนาปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามที่นอนสูงใหญ่ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ที่นอนสูงใหญ่ ๑๕๕. สัพพจัมมปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามแผ่นหนัง เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้หนังผืนใหญ่ เรื่องภิกษุใจบาปขอหนังลูกโค เรื่องทรงห้ามใช้หนังโคเป็นต้น ๑๕๖. คิหิวิกตานุญญาตาทิ ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องคิหิวิกัต เป็นต้น ทรงห้ามและอนุญาตให้สวมรองเท้าเข้าหมู่บ้าน เรื่องพระฉัพพัคคีย์สวมรองเท้าเข้าหมู่บ้านและภิกษุเป็นไข้๑๕๗. โสณกุฏิกัณณวัตถุ ว่าด้วยพระโสณกุฏิกัณณะ เรื่องพระมหากัจจานะ ๑๕๘. มหากัจจานปัญจวรปริทัสสนา ว่าด้วยอาณัตติกพจน์ของท่านพระมหากัจจานะ ๕ ประการ พระโสณะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค เรื่องพระโสณะสวดพระสูตรในอัฏฐกวรรค เรื่องประทานพร ๕ อย่างแก่พระโสณะ กำหนดเขตปัจจันตชนบทและมัชฌิมชนบท๑๕๙. รวมเรื่องที่มีในจัมมขันธกะ๑๖๐. ปัญจเภสัชชกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตเภสัช ๕ เรื่องภิกษุอาพาธในฤดูสารท ทรงอนุญาตเภสัช ๕ ในกาล เรื่องเภสัช ๕ ในเวลาวิกาลเรื่องน้ำมันเหลวที่เป็นยา ๑๖๑. มูลาทิเภสัชชกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องยามีรากไม้เป็นต้น เรื่องรากไม้ที่เป็นยา เรื่องรากไม้บดที่เป็นยา เรื่องน้ำฝาดที่เป็นยา เรื่องใบไม้ที่เป็นยา เรื่องผลไม้ที่เป็นยา เรื่องยางไม้ที่เป็นยา เรื่องเกลือที่เป็นยา เรื่องมูลโค ดินเหนียว กากน้ำย้อมดับกลิ่นตัว เรื่องยาผงและเครื่องร่อนยา เรื่องเนื้อดิบและเลือดสด เรื่องยาหยอดตา เรื่องเครื่องบดยาผสมยาตา เรื่องกลักยาตา เรื่องไม้ป้ายยาตา เรื่องที่เก็บไม้ป้ายยาตา เรื่องน้ำมันทาศีรษะ เรื่องนัตถุ์ยา เรื่องกล้องยานัตถุ์ เรื่องสูดควัน เรื่องกล้องสูดควันและฝาปิดกล้องสูดควันพระปิลินทวัจฉะอาพาธเป็นโรคลม เรื่องน้ำมันหุง เรื่องน้ำเมาเจือในน้ำมันหุง เรื่องน้ำมันเจือด้วยน้ำเมามากเกินไป ๑๖๑. มูลาทิเภสัชชกถา เรื่องทรงอนุญาตน้ำมันเจือน้ำเมามากใช้เป็นยาทา เรื่องลักจั่น เรื่องการรมเหงื่อ เรื่องรมใหญ่ เรื่องรมด้วยใบไม้ต่างๆ เรื่องอ่างน้ำ เรื่องใช้เขาสัตว์กอกระบายโลหิตออก เรื่องยาทาเท้า เรื่องปรุงน้ำมันทาเท้าเรื่องภิกษุอาพาธเป็นฝี เรื่องยามหาวิกัฏ ๔ อย่าง ภิกษุอาพาธด้วยโรคต่างๆ๑๖๒. ปิลินทวัจฉวัตถุ ว่าด้วยพระปิลินทวัจฉะ เรื่องพระปิลินทวัจฉะจะทำความสะอาดเงื้อมเขา และพระเจ้าพิมพิสารพระราชทานคนงานวัด ทรงอนุญาตคนงานวัด เรื่องฉันเภสัชที่เก็บไว้ ๗ วัน๑๖๓. คุฬาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตน้ำอ้อยงบเป็นต้น เรื่องน้ำอ้อยงบ เรื่องถั่วเขียว เรื่องยาดองโลณโสวีรกะ ๑๖๔. อันโตวุฏฐาทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามการหุงต้มภายในเป็นต้น เรื่องอาหารที่หุงต้มเอง เรื่องอุ่นภัตตาหาร เรื่องให้เก็บอาหารภายในและหุงต้มเองเมื่อคราวจำเป็น ๑๖๕. อุคคหิตปฏิคคหณา ว่าด้วยการรับประเคนของที่จับต้องแล้ว เรื่องรับประเคนผลไม้ที่จับต้องแล้ว เรื่องพราหมณ์ถวายงาและน้ำผึ้ง ๑๖๖. ปฏิคคหิตาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตให้ฉันของที่รับประเคนไว้เป็นต้น เรื่องของฉันที่รับประเคนไว้ตอนเช้า เรื่องพระสารีบุตรอาพาธร้อนในกาย เรื่องฉันผลไม้ที่ปล้อนเมล็ดออก๑๖๗. สัตถกัมมปฏิกเขปกถา ว่าด้วยการทรงห้ามทำสัตถกรรม เรื่องริดสีดวงทวาร เรื่องทรงห้ามทำวัตถิกรรม๑๖๘. มนุสสมังสปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามฉันเนื้อมนุษย์ เรื่องอุบาสิกาสุปปิยาเชือดเนื้อขาอ่อนถวาย เรื่องทรงห้ามฉันเนื้อมนุษย์ ๑๖๙. หัตถิมังสาทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามฉันเนื้อช้างเป็นต้น๑๗๐. ยาคุมธุโคฬกานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตข้าวต้มและขนมหวาน เรื่องพราหมณ์คอยโอกาสถวายภัตตาหาร ประโยชน์ของข้าวต้มมี ๑๐ อย่าง๑๗๑. ตรุณัปปสันนมหามัตตวัตถุ ว่าด้วยมหาอมาตย์ผู้เลื่อมใสใหม่๑๗๒. เพลัฏฐกัจจานวัตถุ ว่าด้วยพราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะถวายน้ำอ้อยงบ๑๗๓. ปาฏลิคามวัตถุ ว่าด้วยชาวปาฏลิคามถวายที่พัก เรื่องทรงรับอาคารพักแรม โทษแห่งศีลวิบัติ ๕ ประการ อานิสงส์แห่งศีลสมบัติ ๕ ประการ๑๗๔. สุนีธวัสสการวัตถุ ว่าด้วยมหาอมาตย์สุนีธะและวัสสการะ เรื่องพุทธทำนายเกี่ยวกับนครปาฏลีบุตร นครปาฏลีบุตรจะแตกด้วยภัย ๓ อย่าง เรื่องประตูโคดมและท่าโคดมที่แม่น้ำคงคา ๑๗๕. โกฏิคามสัจจกถา ว่าด้วยทรงแสดงอริยสัจที่โกฏิคาม นิคมคาถา๑๗๖. อัมพปาลีวัตถุ ว่าด้วยหญิงงามเมืองชื่ออัมพปาลี ๑๗๗. ลิจฉวีวัตถุ ว่าด้วยเจ้าลิจฉวี๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ว่าด้วยสีหเสนาบดีสาวกของนิครนถ์นาฏบุตร ข้อกล่าวหาของคนทั่วไป ๘ ประการ พระดำรัสแก้ข้อกล่าวหา ๘ ประการ สีหเสนาบดีได้ธรรมจักษุ เรื่องทรงห้ามฉันเนื้อที่เขาทำเจาะจง๑๗๙. กัปปิยภูมิอนุชานนา ว่าด้วยการทรงอนุญาตกัปปิยภูมิ เรื่องกรุงเวสาลีหาอาหารได้ง่าย เรื่องทรงห้ามอาหารที่หุงต้มภายในเป็นต้น เรื่องฝนตั้งเค้า วิธีสมมติกัปปิยภูมิและกรรมวาจาสมมติ ทรงอนุญาตกัปปิยภูมิ ๓, ๔ ชนิด เรื่องพระยโสชะเป็นไข้๑๘๐. เมณฑกคหปติวัตถุ ว่าด้วยเมณฑกคหบดีถวายปัญจโครสกับเสบียงเดินทาง ๑๘๑. ปัญจโครสาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตปัญจโครสเป็นต้น๑๘๒. เกณิยชฏิลวัตถุ ว่าด้วยเกณิยชฎิลถวายน้ำอัฏฐบาน ทรงอนุญาตน้ำอัฏฐบาน ๑๘๓. โรชมัลลวัตถุ ว่าด้วยเจ้ามัลละชื่อโรชะถวายผักกาดสดและของฉันทำด้วยแป้ง๑๘๔. วุฑฒปัพพชิตวัตถุ ว่าด้วยภิกษุเฒ่าเคยเป็นช่างกัลบกในเมืองอาตุมา ห้ามภิกษุผู้เคยเป็นช่างกัลบกเก็บรักษามีดโกน เรื่องผลไม้ดาษดื่นในกรุงสาวัตถี เรื่องปลูกพืช๑๘๕. จตุมหาปเทสกถา ว่าด้วยมหาปเทส ๔ เรื่องทรงอนุญาตกาลิกระคนกัน๑๘๖. รวมเรื่องที่มีในเภสัชชขันธกะเรื่องภิกษุชาวเมืองปาเฐยยะ ๓๐ รูป เรื่องอานิสงส์กฐิน ๕ อย่าง เรื่องวิธีกรานกฐินและญัตติทุติยกรรมวาจาสำหรับกรานกฐิน เรื่องกฐินไม่เป็นอันกราน เรื่องกฐินเป็นอันกรานเรื่องกฐินเดาะด้วยมาติกา ๘ ข้อ ๑๘๘. อาทายสัตตกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรหลีกไป ๗ กรณี ๑๘๙. สมาทายสัตตกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรติดตัวหลีกไป ๗ กรณี ๑๙๐. อาทายฉักกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ๖ กรณี ๑๙๑. สมาทายฉักกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ๖ กรณี ๑๙๒. อาทายปัณณรสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรหลีกไป ๑๕ กรณี ๑๙๓. สมาทายปัณณรสกาทิ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรติดตัวหลีกไป ๑๕ กรณีเป็นต้น ๑๙๔. วิปปกตสมาทายปัณณรสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรที่ทำค้างไว้ติดตัวหลีกไป ๑๕ กรณี๑๙๕. อนาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสิ้นหวัง ๑๒ กรณี ๑๙๖. อาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสมหวัง ๑๒ กรณี ๑๙๗. กรณียโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะมีธุระจำเป็น ๑๒ กรณี ๑๙๘. อปวิลายนนวกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังได้ส่วนจีวร ๙ กรณี ๑๙๙. ผาสุวิหารปัญจกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังอยู่ผาสุก ๕ กรณี ๒๐๐. ปลิโพธาปลิโพธกถา ว่าด้วยปลิโพธและอปลิโพธ ปลิโพธ ๒ อย่าง๒๐๑. รวมเรื่องที่มีในกฐินขันธกะ๒๐๒. ชีวกวัตถุ ว่าด้วยหมอชีวกโกมารภัจ เรื่องคณะกุฎุมพีชาวกรุงราชคฤห์พบหญิงงามเมืองชื่ออัมพปาลี เรื่องบุตรของหญิงงามเมืองชื่อสาลวดี เรื่องชีวกเดินทางไปกรุงตักกสิลา ๒๐๓. เสฏฐิภริยาวัตถุ ว่าด้วยภรรยาเศรษฐีปวดศีรษะ ๒๐๔. พิมพิสารราชวัตถุ ว่าด้วยพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เรื่องรักษาโรคริดสีดวงทวารของพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เรื่องพระราชทานตำแหน่งแพทย์หลวง ๒๐๕. ราชคหเสฏฐิวัตถุ ว่าด้วยเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ เรื่องรักษาเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ผู้ป่วยเป็นโรคปวดศีรษะ ๒๐๖. เสฏฐิปุตตวัตถุ ว่าด้วยบุตรเศรษฐี เรื่องรักษาโรคเนื้องอกในลำไส้๒๐๗. ปัชโชตราชวัตถุ ว่าด้วยพระเจ้าปัชโชต เรื่องรักษาโรคผอมเหลืองของพระเจ้าปัชโชต ๒๐๘. สิเวยยกทุสสยุคกถา ว่าด้วยการพระราชทานผ้าสิไวยกะ ๑ คู่๒๐๙. สมติงสวิเรจนกถา ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคเสวยพระโอสถถ่าย ๓๐ ครั้ง เรื่องหมอชีวกทูลถวายพระโอสถถ่าย ๓๐ ครั้ง ๒๑๐. วรยาจนากถา ว่าด้วยหมอชีวกโกมารภัจกราบทูลขอพร เรื่องทรงรับคู่ผ้าสิไวยกะ เรื่องทรงอนุญาตคหบดีจีวร เรื่องทรงอนุญาตผ้าปาวาร ผ้าไหม และผ้าโกเชาว์ ๒๑๑. กัมพลานุชานนาทิกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตผ้ากัมพลเป็นต้น ทรงอนุญาตคหบดีจีวร ๖ ชนิด ๒๑๒. ปังสุกูลปริเยสนกถา ว่าด้วยการแสวงหาผ้าบังสุกุล๒๑๓. จีวรปฏิคคาหกสัมมติกถา ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่รับจีวร เรื่องทายกนำจีวรกลับคืน วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่รับจีวร วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่เก็บจีวร ๒๑๔. ภัณฑาคารสัมมติอาทิกถา ว่าด้วยการสมมติเรือนคลังเป็นต้น วิธีสมมติและกรรมวาจาสมมติเรือนคลัง วิธีสมมติและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเจ้าหน้าที่เรือนคลัง เรื่องทรงห้ามย้ายเจ้าหน้าที่เรือนคลังเรื่องจีวรเกิดขึ้นมาก เรื่องส่งเสียงดังขณะแจกจีวร วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเจ้าหน้าที่แจกจีวร เรื่องวิธีแจกจีวร เรื่องวิธีให้ส่วนแบ่ง เรื่องให้แลกส่วนของตน เรื่องให้ส่วนพิเศษ เรื่องวิธีให้ส่วนจีวร๒๑๕. จีวรรชนกถา ว่าด้วยน้ำย้อมจีวรเรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้จีวรที่ไม่ได้ตัด ๒๑๖. ฉินทกจีวรานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตจีวรตัด เรื่องตัดจีวรตามแบบคันนา ตรัสสรรเสริญพระอานนท์ ๒๑๗. ติจีวรานุชานนา ว่าด้วยการอนุญาตไตรจีวร เรื่องทอดพระเนตรเห็นภิกษุแบกห่อจีวร เรื่องทรงอนุญาตไตรจีวร ๒๑๘. อติเรกจีวรกถา ว่าด้วยอติเรกจีวร เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทรงอติเรกจีวรชุดอื่นเข้าบ้าน เรื่องอติเรกจีวรเกิดขึ้น เรื่องทรงอนุญาตผ้าปะเมื่ออันตรวาสกขาดทะลุ๒๑๙. วิสาขาวัตถุ ว่าด้วยนางวิสาขากราบทูลขอพร เรื่องนางวิสาขาขอพรเพื่อถวายผ้าอาบน้ำฝนเป็นต้น คาถาอนุโมทนา๒๒๐. นิสีทนาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตผ้ารองนั่งเป็นต้น เรื่องภิกษุนอนหลับขาดสติสัมปชัญญะ นอนหลับขาดสติสัมปชัญญะมีโทษ ๕ อย่าง นอนหลับมีสติสัมปชัญญะ มีอานิสงส์ ๕ อย่าง เรื่องผ้าปูนั่งผืนเล็กเกินไป เรื่องฝีดาษ เรื่องทรงอนุญาตผ้าเช็ดปากเรื่องทรงอนุญาตให้ถือวิสาสะผ้าเปลือกไม้ ๒๒๑. ปัจฉิมวิกัปปนุปคจีวราทิกถา ว่าด้วยผ้าที่ต้องวิกัปเป็นอย่างต่ำเป็นต้น เรื่องอธิษฐาน เรื่องจีวรมีขนาดเพียงไรจึงต้องวิกัป เรื่องอุตตราสงค์ที่ทำจากผ้าบังสุกุลหนัก เรื่องชายสังฆาฏิไม่เสมอกัน เรื่องด้ายหลุดลุ่ย เรื่องแผ่นสังฆาฏิลุ่ยออก เรื่องผ้าไม่พอ เรื่องผ้าเพลาะทรงอนุญาตให้ให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้ เรื่องจีวรเกิดขึ้นมาก เรื่องเก็บจีวรไว้ในวิหารอันธวัน เรื่องท่านพระอานนท์เผลอสติ๒๒๒. สังฆิกจีวรุปปาทกถา ว่าด้วยการให้จีวรเกิดขึ้นแก่สงฆ์ เรื่องภิกษุรูปเดียวจำพรรษา เรื่องภิกษุอยู่รูปเดียวตลอดฤดูกาล เรื่องพระเถระสองพี่น้อง เรื่องภิกษุ ๓ รูปจำพรรษาในกรุงราชคฤห์๒๒๓. อุปนันทสักยปุตตวัตถุ ว่าด้วยพระอุปนันทศากยบุตร เรื่องพระอุปนันทะจำพรรษาแล้วไปอาวาสใกล้บ้าน เรื่องพระอุปนันทะจำพรรษาใน ๒ อาวาส๒๒๔. คิลานวัตถุกถา ว่าด้วยภิกษุไข้ เรื่องภิกษุอาพาธเป็นโรคท้องร่วง เรื่องคนไข้ที่พยาบาลได้ยากและพยาบาลได้ง่าย บุคคลผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ บุคคลผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ควรพยาบาลภิกษุไข้ ๒๒๕. มตสันตกกถา ว่าด้วยการให้บริขารของภิกษุมรณภาพแก่ผู้พยาบาลไข้ วิธีมอบให้ไตรจีวร บาตร และกรรมวาจาสำหรับมอบให้๒๒๖. นัคคิยปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามเปลือยกาย ๒๒๗. กุสจีราทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามผ้าคากรองเป็นต้น ๒๒๘. สัพพนีลกาทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามจีวรสีเขียวล้วนเป็นต้น๒๒๙. วัสสังวุตถานังอนุปปันนจีวรกถา ว่าด้วยจีวรยังไม่เกิดแก่ภิกษุผู้จำพรรษา ๒๓๐. สังฆภินเนจีวรุปปาทกถา ว่าด้วยความเกิดขึ้นแห่งจีวรเมื่อสงฆ์แตกกัน ๒๓๑. ทุคคหิตสุคคหิตาทิกถา ว่าด้วยจีวรที่ถือเอาไม่ดีและถือเอาดีเป็นต้น เรื่องพระเรวตะฝากจีวร เรื่องการถือเอาของฝากโดยวิสาสะและการอธิษฐานเป็นจีวรมรดก๒๓๒. อัฏฐจีวรมาติกา ว่าด้วยจีวรที่เกิดขึ้นมี ๘ มาติกา๒๓๓. รวมเรื่องที่มีในจีวรขันธกะ๒๓๔. กัสสปโคตตภิกขุวัตถุ ว่าด้วยพระกัสสปโคตร เรื่องพระกัสสปโคตรผู้อยู่ประจำในอาวาส ณ วาสภคาม ๒๓๕. อธัมมวัคคาทิกัมมกถา ว่าด้วยกรรมที่แบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมเป็นต้น เรื่องภิกษุชาวกรุงจัมปาทำกรรมแบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมเป็นต้น เรื่องพระผู้มีพระภาคตรัสห้ามเพราะไม่ชอบธรรม กรรม ๔ ประเภท ๒๓๖. ญัตติวิปันนกัปปาทิกถา ว่าด้วยกรรมที่ญัตติวิบัติเป็นต้น เรื่องแบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมไม่จัดเป็นกรรมและไม่ควรทำ กรรม ๖ ประเภท อธิบายกรรมไม่ชอบธรรม อธิบายกรรมที่แบ่งพวกทำ อธิบายกรรมที่พร้อมเพรียงกันทำ อธิบายกรรมแบ่งพวกโดยธรรมปฏิรูป อธิบายกรรมที่พร้อมเพรียงกันโดยธรรมปฏิรูป อธิบายกรรมที่พร้อมเพรียงกันโดยชอบธรรม๒๓๗. จตุวัคคกรณาทิกถา ว่าด้วยกรรมที่สงฆ์กำหนดจำนวน ๔ รูปทำเป็นต้น เรื่องสงฆ์ ๕ ประเภท เรื่องกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ เรื่องกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ เรื่องกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ เรื่องกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ๒๓๘. ปาริวาสิกาทิกถา ว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ปริวาสเป็นต้น เรื่องสงฆ์มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสเป็นที่ ๔ ทำสังฆกรรมไม่ได้ และสงฆ์มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสนั้นเป็นที่ ๒๐ อัพภานไม่ได้ปฏิโกสนา(การกล่าวคัดค้าน) ๒ อย่าง เรื่องคำคัดค้านของคน ๒๗ จำพวกฟังไม่ขึ้น เรื่องคำคัดค้านของภิกษุที่ฟังขึ้น ๒๓๙. เทฺวนิสสารณาทิกถา ว่าด้วยนิสสารณา ๒ อย่างเป็นต้น เรื่องบุคคลที่ถูกขับออกไปดีและบุคคลที่ถูกขับออกไปไม่ดี โอสารณา ๒ อย่าง เรื่องบุคคลที่ไม่ควรรับเข้าหมู่ ๑๑ จำพวก เรื่องบุคคลที่ควรรับเข้าหมู่ ๓๒ จำพวก๒๔๐. อธัมมกัมมาทิกถา ว่าด้วยกรรมที่ไม่ชอบธรรมเป็นต้น เรื่องการลงอุกเขปนียกรรมที่ไม่ชอบธรรม ๗ กรณี เรื่องการลงอุกเขปนียกรรมที่ไม่ชอบธรรมอีก ๗ กรณี เรื่องการลงอุกเขปนียกรรมที่ชอบธรรม ๗ กรณี๒๔๑. อุปาลิปุจฉากถา ว่าด้วยพระอุบาลีกราบทูลถามปัญหา เรื่องกรรมไม่ชอบด้วยธรรมไม่ชอบด้วยวินัย เรื่องกรรมที่ชอบด้วยธรรมชอบด้วยวินัย๒๔๒. ตัชชนียกัมมกถา ว่าด้วยตัชชนียกรรม เรื่องภิกษุแบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมลงตัชชนียกรรม เรื่องภิกษุในอาวาสอื่นพร้อมเพรียงกันโดยไม่ชอบธรรมลงตัชนียกรรมเป็นต้น ๒๔๓. นิยสกัมมกถา ว่าด้วยนิยสกรรม เรื่องสงฆ์ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้โง่เขลาไม่ฉลาด ๒๔๔. ปัพพาชนียกัมมกถา ว่าด้วยปัพพาชนียกรรม เรื่องสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูล ๒๔๕. ปฏิสารณียกัมมกถา ว่าด้วยปฏิสารณียกรรม เรื่องสงฆ์ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ด่าบริภาษคฤหัสถ์ ๒๔๖. อทัสสนอุกเขปนียกัมมกถา ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๔๗. อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมกถา ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๔๘. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมกถา ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป ๒๔๙. ตัชชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับตัชชนียกรรม ๒๕๐. นิยสกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับนิยสกรรม ๒๕๑. ปัพพาชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับปัพพาชนียกรรม ๒๕๒. ปฏิสารณียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับปฏิสารณียกรรม ๒๕๓. อทัสสนอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๕๔. อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๕๕. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ละทิฏฐิบาป๒๕๖. ตัชชนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในตัชชนียกรรม ๒๕๗. นิยสกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในนิยสกรรม ๒๕๘. ปัพพาชนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในปัพพาชนียกรรม ๒๕๙. ปฏิสารณียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในปฏิสารณียกรรม ๒๖๐. อทัสสนอุกเขปนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๖๑ อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๖๒. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป ๒๖๓. ตัชชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับตัชชนียกรรม ๒๖๔. นิยสกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับนิยสกรรม ๒๖๕. ปัพพาชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับปัพพาชนียกรรม ๒๖๖. ปฏิสารณียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับปฏิสารณียกรรม ๒๖๗. อทัสสนอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๖๘. อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๖๙. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป๒๗๐. รวมเรื่องที่มีในจัมเปยยขันธกะ๒๗๑. โกสัมพิกวิวาทกถา ว่าด้วยเรื่องภิกษุชาวกรุงโกสัมพีทะเลาะวิวาทกัน เรื่องพระผู้มีพระภาคทรงแนะนำให้ภิกษุแสดงอาบัติเรื่องพวกภิกษุผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ถูกลงอุกเขปนียกรรมทำอุโบสถภายในสีมา นานาสังวาสกภูมิและสมานสังวาสกภูมิเรื่องความบาดหมางกันเป็นต้น ทรงสอบถาม ทรงติเตียนแล้วทรงห้าม๒๗๒. ทีฆาวุวัตถุ ว่าด้วยทีฆาวุกุมาร๒๗๓. พาลกโลณกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปพาลกโลณกคาม เรื่องท่านพระภคุอยู่ ณ พาลกโลณกคาม ๒๗๔. ปาจีนวังสทายคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปปาจีนวังสทายวัน เรื่องท่านพระอนุรุทธะท่านพระนันทิยะและท่านพระกิมพิละ ๒๗๕. ปาริเลยยกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปป่าปาริไลยกะ เรื่องพญาช้างปาริไลยกะ๒๗๖. อัฏฐารสวัตถุกถา ว่าด้วยเรื่องที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ๑๘ ประการ เรื่องทรงแสดงเหตุแห่งความแตกแยกแก่ท่านพระสารีบุตร ณ กรุงสาวัตถี ลักษณะของภิกษุผู้เป็นอธรรมวาที ๑๘ อย่าง ลักษณะของภิกษุผู้เป็นธรรมวาที ๑๘ อย่างเรื่องทรงแสดงวิธีปฏิบัติต่อพวกภิกษุผู้ก่อความทะเลาะวิวาท พระเถระกราบทูลถามถึงวิธีปฏิบัติ พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลถามวิธีปฏิบัติ อนาถบิณฑิกคหบดีกราบทูลถามวิธีปฏิบัติ นางวิสาขามิคารมาตากราบทูลถามวิธีปฏิบัติ เรื่องให้เสนาสนะที่ว่างแก่พวกภิกษุผู้ก่อความทะเลาะวิวาท เรื่องจัดเสนาสนะให้ว่างสำหรับพวกภิกษุผู้ก่อความทะเลาะวิวาท เรื่องให้อามิสเท่าๆ กัน๒๗๗. โอสารณานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตรับเข้าหมู่ซึ่งภิกษุผู้ถูกลงอุกเขปนียกรรม ๒๗๘. สังฆสามัคคีกถา ว่าด้วยสังฆสามัคคี วิธีทำสังฆสามัคคีและกรรมวาจา ๒๗๙. อุปาลิสังฆสามัคคีปุจฉา ว่าด้วยพระอุบาลีกราบทูลถามถึงสังฆสามัคคี เรื่องทรงแสดงสังฆสามัคคี ๒ อย่างแก่ท่านพระอุบาลี สังฆสามัคคี ๒ อย่าง เรื่องไม่ถูกตำหนิโดยศีลอุบาลีคาถา๒๘๐. รวมเรื่องที่มีในโกสัมพิกขันธกะ

ศาสนา

๑๙๕. อนาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสิ้นหวัง ๑๒ กรณี ๑๙๖. อาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสมหวัง ๑๒ กรณี ๑๙๗. กรณียโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะมีธุระจำเป็น ๑๒ กรณี ๑๙๘. อปวิลายนนวกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังได้ส่วนจีวร ๙ กรณี ๑๙๙. ผาสุวิหารปัญจกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังอยู่ผาสุก ๕ กรณี ๒๐๐. ปลิโพธาปลิโพธกถา ว่าด้วยปลิโพธและอปลิโพธ ปลิโพธ ๒ อย่าง

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

๘ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๕. อนาสาโทฬสกะ ๑๙๕. อนาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสิ้นหวัง ๑๒ กรณี

ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร อยู่นอกสีมา เข้าไป ยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวร แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของ ภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมี หวังว่าจะได้จีวร แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะไม่ ให้ทำจีวรนี้ จะไม่กลับ” การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยตกลงใจ (๒) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมี หวังว่าจะได้จีวร แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำ จีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่นั้นเกิด เสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๓) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร อยู่นอกสีมา มีความคิด อย่างนี้ว่า “จะเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนี่แหละ จะไม่กลับ” เข้าไปยังที่ซึ่งมี หวังว่าจะได้จีวรนั้น ความหวังว่าจะได้จีวรนั้นของเธอสิ้นสุดลง การเดาะกฐินของ ภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยสิ้นหวัง (๔) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอก สีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวร แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิด อย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๕) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอก สีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๐} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๕. อนาสาโทฬสกะ คิดอย่างนี้ว่า “จะไม่ให้ทำจีวรนี้” การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วย ตกลงใจ (๖) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะไปไม่กลับ” อยู่นอก สีมาเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิด อย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่ นั้นเกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๗) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอก สีมา มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้ทำจีวรนอกสีมานี่แหละ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังจะได้ทำจีวรนั้น ความหวังว่าจะได้จีวรนั้นของเธอสิ้นสุดลง การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยสิ้นหวัง (๘) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวรโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้มีความคิดว่า “จะกลับ” แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวัง จะได้ทำจีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำ จีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่า กำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๙) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังจะได้จีวรโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้มีความคิดว่า “จะกลับ” แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวัง จะได้ทำจีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะไม่ให้ทำ จีวรนี้ จะไม่กลับ” การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยตกลงใจ (๑๐) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวรโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้มีความคิดว่า “จะกลับ” แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวัง ว่าจะได้จีวรแต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้ นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่นั้นเกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๑๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๑} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๖. อาสาโทฬสกะ ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังจะได้จีวรโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้มีความคิดว่า “จะกลับ” แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอกสีมา มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวัง ว่าจะได้จีวร ความหวังว่าจะได้จีวรนั้นของภิกษุนั้นสิ้นสุดลง การเดาะกฐินของภิกษุ นั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยสิ้นหวัง (๑๒) อนาสาโทฬสกะ จบ ๑๙๖. อาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสมหวัง ๑๒ กรณี

ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวร ได้ตามที่หวัง ไม่ผิดหวัง มีความคิด อย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐิน ของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอก สีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวร ได้ตามที่หวัง ไม่ผิดหวัง มีความคิดอย่าง นี้ว่า “จะไม่ให้ทำจีวรนี้ จะไม่กลับ” การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วย ตกลงใจ (๒) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวร ได้ตามที่หวัง ไม่ผิดหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะ ให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่นั้น เกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๓) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนอกสีมานี่แหละ จะไม่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๒} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๖. อาสาโทฬสกะ กลับ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ความหวังที่จะได้จีวรนั้นของภิกษุนั้นสิ้น สุดลง การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยสิ้นหวัง (๔) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา ได้ทราบข่าวว่า “ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว” มีความคิดอย่างนี้ว่า “เพราะ ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว จะไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนอกสีมานี่แหละ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ตามที่หวัง ไม่ผิดหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของ ภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๕) ภิกษุกรานกฐินแล้ว หลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา ได้ทราบข่าวว่า “ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว” มีความคิดอย่างนี้ว่า “เพราะ ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว จะไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนอกสีมานี่แหละ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ตามที่หวัง ไม่ผิดหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะไม่ให้ทำจีวรนี้ จะไม่กลับ” การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วย ตกลงใจ (๖) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา ได้ทราบข่าวว่า “ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว” มีความคิดอย่างนี้ว่า “เพราะ ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว จะไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนอกสีมานี่แหละ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ตามที่หวัง ไม่ผิดหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ ทำอยู่นั้นเกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๗) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา ได้ทราบข่าวว่า “ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว” มีความคิดอย่างนี้ว่า “เพราะใน อาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว จะเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนอกสีมานี่แหละ จะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๓} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๖. อาสาโทฬสกะ ไม่กลับ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวร แต่ความหวังว่าจะได้จีวรนั้นของภิกษุนั้น สิ้นสุดลง การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยสิ้นหวัง (๘) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ตามที่หวัง ไม่ผิดหวัง ให้ทำจีวรนั้น ทำจีวรเสร็จแล้ว ได้ทราบข่าวว่า “ในอาวาสนั้นกฐินเดาะเสียแล้ว” การเดาะกฐิน ของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยได้ทราบข่าว (๙) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะ ไม่กลับ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวร แต่ความหวังว่าจะได้จีวรนั้นของภิกษุนั้น สิ้นสุดลง การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยสิ้นหวัง (๑๐) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ตามที่หวัง ไม่ผิดหวัง ให้ทำจีวรนั้น ทำจีวร เสร็จแล้ว คิดว่า “จะกลับ จะกลับ” ล่วงคราวกฐินเดาะนอกสีมา การเดาะกฐิน ของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยล่วงเขต (๑๑) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยหวังว่าจะได้จีวร คิดว่า “จะกลับ” อยู่นอกสีมา เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น ได้ตามที่หวัง ไม่ผิดหวัง ให้ทำจีวรนั้น ทำจีวร เสร็จแล้ว คิดว่า “จะกลับ จะกลับ” กลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของ ภิกษุนั้น ชื่อว่าเดาะพร้อมกันกับภิกษุทั้งหลาย (๑๒) อาสาโทฬสกะ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๔} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๗. กรณียโทฬสกะ ๑๙๗. กรณียโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะมีธุระจำเป็น ๑๒ กรณี

ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่าง อยู่นอกสีมา เกิดความหวังว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำ จีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่าง อยู่นอกสีมา เกิดความ หวังว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะไม่ให้ทำจีวรนี้ จะไม่กลับ” การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยตกลงใจ (๒) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่าง อยู่นอกสีมา เกิดความ หวังว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่นั้นเกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนด ด้วยผ้าเสียหาย (๓) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่าง อยู่นอกสีมา เกิดความ หวังว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะเข้าไปยังที่ซึ่งหวังว่าจะได้จีวรนอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวร แต่ความหวังว่าจะได้จีวรนั้นของภิกษุนั้นสิ้นสุดลง การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยสิ้นหวัง (๔) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่าง คิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่ นอกสีมาเกิดความหวังว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๕} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๗. กรณียโทฬสกะ ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่าง คิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่ นอกสีมา เกิดความหวังว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่ สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะไม่ให้ทำจีวรนี้” การเดาะกฐิน ของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยตกลงใจ (๖) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่าง คิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอก สีมา เกิดความหวังว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่ สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่นั้นเกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้นชื่อ ว่ากำหนดด้วยผ้าที่เสียหาย (๗) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่าง คิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่ นอกสีมา เกิดความหวังว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่ สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนี้ นอกสีมานี่แหละ” เข้าไปยังที่ซึ่งหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ความหวังว่าจะได้จีวรนั้น ของภิกษุนั้นสิ้นสุดลง การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยสิ้นหวัง (๘) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้มีความ คิดว่า “จะกลับ” แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอกสีมา เกิดความ หวังว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๙) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้มีความ คิดว่า “จะกลับ” แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอกสีมา เกิดความหวัง ว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะไม่ให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” การเดาะกฐิน ของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยตกลงใจ (๑๐) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๖} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๘. อปวิลายนนวกะ ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้มีความ คิดว่า “จะกลับ” แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอกสีมา เกิดความหวัง ว่าจะได้จีวร เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ได้ไม่สมหวัง ไม่ได้ตามหวัง มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่เกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่า กำหนดด้วยผ้า เสียหาย (๑๑) ภิกษุกรานกฐินแล้วหลีกไปด้วยธุระจำเป็นบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้มีความ คิดว่า “จะกลับ” แต่ก็ไม่ได้มีความคิดว่า “จะไม่กลับ” อยู่นอกสีมา เกิดความหวัง ว่าจะได้จีวร มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะเข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนี้นอกสีมา นี่แหละ จะไม่กลับ” เข้าไปยังที่ซึ่งมีหวังว่าจะได้จีวรนั้น แต่ความหวังว่าจะได้ จีวรนั้นของภิกษุนั้นสิ้นสุดลง การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วย สิ้นหวัง (๑๒) กรณียโทฬสกะ จบ ๑๙๘. อปวิลายนนวกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังได้ส่วนจีวร ๙ กรณี

ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะไปสู่ทิศจึงหลีกไป แต่ยังหวังได้ส่วน จีวร พวกภิกษุถามภิกษุนั้นผู้ไปสู่ทิศแล้วว่า “ท่านจำพรรษาที่ไหน ส่วนจีวรของ ท่านอยู่ที่ไหน” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น ส่วนจีวรก็อยู่ที่นั้น เหมือนกัน” ภิกษุเหล่านั้นจึงกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านไปนำจีวรนั้นมา พวกเราจะทำจีวรให้ ท่านในที่นี้” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๗} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๘. อปวิลายนนวกะ ภิกษุนั้นกลับไปยังอาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ส่วน จีวรของผมอยู่ที่ไหน” ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “นี้เป็นส่วนจีวรของท่าน ท่านจะไปไหน” ภิกษุนั้นจึงตอบอย่างนี้ว่า “ผมจะไปอาวาสโน้น ภิกษุในที่นั้นจะทำจีวรให้ผม” ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านอย่าไปเลย พวกเราจะทำจีวรให้ท่านในที่นี้” ภิกษุนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า “เราจะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑) ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะไปสู่ทิศจึงหลีกไป ฯลฯ มีความคิดอย่างนี้ว่า “เราจะไม่ให้ทำจีวรนี้ จะไม่กลับ” การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วย ตกลงใจ (๒) ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะไปสู่ทิศจึงหลีกไป ฯลฯ มีความคิดอย่างนี้ว่า “เราจะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำ อยู่นั้นเกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๓)

ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะไปสู่ทิศจึงหลีกไป แต่ยังหวังได้ส่วนจีวร พวกภิกษุถามภิกษุนั้นผู้ไปสู่ทิศแล้วว่า “ท่านจำพรรษาที่ไหน ส่วนจีวรของท่าน อยู่ที่ไหน” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น ส่วนจีวรก็อยู่ที่นั้น เหมือนกัน” พวกภิกษุกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านไปนำจีวรนั้นมา พวกเราจะทำจีวรให้ท่านใน ที่นี้” ภิกษุนั้นกลับไปยังอาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ส่วน จีวรของผมอยู่ที่ไหน” ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า “นี้เป็นส่วนจีวรของท่าน” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๘} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๘. อปวิลายนนวกะ ภิกษุนั้นจึงถือเอาจีวรนั้นไปยังอาวาสนั้น ระหว่างทาง พวกภิกษุถามภิกษุนั้น ว่า “ท่านจะไปไหน” ภิกษุนั้นจึงตอบว่า “ผมจะไปอาวาสโน้น ภิกษุในที่นั้นจะทำ จีวรให้ผม” ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านอย่าไปเลย พวกเราจะทำจีวรให้ท่านในที่นี้” ภิกษุนั้นคิดว่า “เราจะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๔) ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะไปสู่ทิศจึงหลีกไป แต่ยังหวังได้ส่วนจีวร พวก ภิกษุถามภิกษุนั้นผู้ไปสู่ทิศแล้วว่า “ท่านจำพรรษาที่ไหน ส่วนจีวรของท่านอยู่ที่ไหน” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น ส่วนจีวรก็อยู่ที่โน้น เหมือนกัน” พวกภิกษุกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านไปนำจีวรนั้นมา พวกเราจะทำจีวรให้ท่านใน ที่นี้” ภิกษุนั้นกลับไปยังอาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ส่วน จีวรของผมอยู่ที่ไหน” ภิกษุเหล่านั้นตอบว่า “นี้เป็นส่วนจีวรของท่าน” ภิกษุนั้นจึงถือเอาจีวรนั้นไปยังอาวาสนั้น ระหว่างทาง พวกภิกษุถามภิกษุนั้น ว่า “ท่านจะไปไหน” ภิกษุนั้นจึงตอบอย่างนี้ว่า “ผมจะไปอาวาสโน้น ภิกษุในที่ นั้นจะทำจีวรให้ผม” ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านอย่าไปเลย พวกเราจะทำจีวรให้ท่านในที่นี้” ภิกษุนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า “เราจะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ภิกษุนั้นให้ทำจีวรนั้น การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยตกลงใจ (๕) ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะไปสู่ทิศจึงหลีกไป แต่ยังหวังได้ส่วนจีวร พวก ภิกษุถามภิกษุนั้นผู้ไปสู่ทิศแล้วว่า “ท่านจำพรรษาที่ไหน ส่วนจีวรของท่านอยู่ที่ไหน” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น ส่วนจีวรก็อยู่ที่นั้น เหมือนกัน” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๖๙} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๘. อปวิลายนนวกะ พวกภิกษุกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านไปนำจีวรนั้นมา พวกเราจะทำจีวรให้ท่านใน ที่นี้” ภิกษุนั้นกลับไปยังอาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ส่วน จีวรของผมอยู่ที่ไหน” ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า “นี้เป็นส่วนจีวรของท่าน” ภิกษุนั้นจึงถือเอาจีวรนั้นไปยังอาวาสนั้น ระหว่างทาง พวกภิกษุถามภิกษุนั้น ว่า “ท่านจะไปไหน” ภิกษุนั้นจึงตอบอย่างนี้ว่า “ผมจะไปอาวาสโน้น ภิกษุในที่ นั้นจะทำจีวรให้ผม” ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านอย่าไปเลย พวกเราจะทำจีวรให้ท่านใน ที่นี้” ภิกษุนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า “เราจะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่นั้นเกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่า กำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๖)

ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะไปสู่ทิศจึงหลีกไป แต่ยังหวังได้ส่วนจีวร พวกภิกษุถามภิกษุนั้นผู้ไปสู่ทิศแล้วว่า “ท่านจำพรรษาที่ไหน ส่วนจีวรของท่านอยู่ ที่ไหน” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ผมจำพรรษาในอาวาสโน้น ส่วนจีวรก็อยู่ที่นั้น เหมือนกัน” พวกภิกษุกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านไปนำจีวรนั้นมา พวกเราจะทำจีวรให้ท่านใน ที่นี้” ภิกษุนั้นกลับไปยังอาวาสนั้นแล้วถามภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย ส่วน จีวรของผมอยู่ที่ไหน” ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า “นี้เป็นส่วนจีวรของท่าน” ภิกษุนั้นจึงถือเอาจีวรนั้นไปยังอาวาสนั้น ไปยังอาวาสนั้นแล้วมีความคิดอย่าง นี้ว่า “เราจะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น การเดาะ กฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๗๐} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๙. ผาสุวิหารปัญจกะ ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะไปสู่ทิศจึงหลีกไป ฯลฯ มีความคิดอย่างนี้ว่า “เราจะไม่ให้ทำจีวรนี้ จะไม่กลับ” การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วย ตกลงใจ (๘) ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะไปสู่ทิศ ฯลฯ มีความคิดอย่างนี้ว่า “เราจะ ให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่นั้น เกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๙) อปวิลายนนวกะ จบ ๑๙๙. ผาสุวิหารปัญจกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังอยู่ผาสุก ๕ กรณี

ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่ผาสุก จึงถือจีวรหลีกไป คิดว่า “เราจะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยัง อาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะกลับ” อยู่นอกสีมามีความคิด อย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” เธอให้ทำจีวรนั้น การเดาะ กฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยทำจีวรเสร็จ (๑) ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่ผาสุก จึงถือจีวรหลีกไป คิดว่า “เราจะไป ยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาส นั้น เราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะกลับ” อยู่นอกสีมา มีคความคิดอย่างนี้ว่า “จะไม่ให้ทำจีวรนี้ จะไม่กลับ” การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วย ตกลงใจ (๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๗๑} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๑๙๙. ผาสุวิหารปัญจกะ ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่ผาสุก จึงถือจีวรหลีกไปคิดว่า “เราจะไปยัง อาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาส นั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะกลับ” อยู่นอกสีมา มีความคิดอย่างนี้ว่า “จะให้ทำจีวรนี้นอกสีมานี่แหละ จะไม่กลับ” ให้ทำจีวรนั้น จีวรที่ภิกษุนั้นให้ทำอยู่ นั้นเกิดเสียหาย การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยผ้าเสียหาย (๓) ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่อย่างผาสุก จึงถือจีวรหลีกไปคิดว่า “เราจะไปยัง อาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาส นั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะกลับ” อยู่นอกสีมา ให้ทำจีวรนั้น ทำจีวร เสร็จแล้วคิดว่า “จะกลับ จะกลับ” จนล่วงคราวกฐินเดาะนอกสีมา การเดาะกฐิน ของภิกษุนั้น ชื่อว่ากำหนดด้วยล่วงเขต (๔) ภิกษุกรานกฐินแล้วต้องการจะอยู่ผาสุก จึงถือจีวรหลีกไปคิดว่า “เราจะไปยัง อาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาสนั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะไปยังอาวาสโน้น ถ้าในอาวาส นั้นเราอยู่ผาสุกก็จะอยู่ ถ้าไม่ผาสุกก็จะกลับ” อยู่นอกสีมาให้ทำจีวรนั้น ทำจีวร เสร็จแล้วคิดว่า “จะกลับ” กลับมาทันกฐินเดาะ การเดาะกฐินของภิกษุนั้น ชื่อว่า เดาะพร้อมกันกับภิกษุทั้งหลาย (๕) ผาสุวิหารปัญจกะ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๗๒} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๒๐๐. ปลิโพธาปลิโพธกถา ๒๐๐. ปลิโพธาปลิโพธกถา ว่าด้วยปลิโพธและอปลิโพธ ปลิโพธ ๒ อย่าง

ภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ อย่าง มีอปลิโพธ ๒ อย่าง ภิกษุทั้งหลาย ปลิโพธ ๒ อย่าง คือ ๑. อาวาสปลิโพธ (ความกังวลในอาวาสเพราะคิดจะกลับมา) ๒. จีวรปลิโพธ (ความกังวลในจีวรเพราะยังไม่ได้ทำจีวรหรือทำยังไม่เสร็จ) ภิกษุทั้งหลาย อาวาสปลิโพธ คือ ในกรณีนี้ ภิกษุยังอยู่ในอาวาสนั้น หรือ หลีกไปแต่ผูกใจว่า “จะกลับ” อย่างนี้ชื่อว่าอาวาสปลิโพธ ภิกษุทั้งหลาย จีวรปลิโพธ คือ ในกรณีนี้ ภิกษุยังไม่ได้ทำจีวรหรือทำ จีวรค้างไว้ หรือความหวังว่าจะได้จีวรยังไม่สิ้นสุดลง อย่างนี้ชื่อว่าจีวรปลิโพธ ภิกษุทั้งหลาย กฐินมีปลิโพธ ๒ อย่างนี้แหละ ภิกษุทั้งหลาย กฐินมีอปลิโพธ ๒ อย่าง คือ ๑. อาวาสอปลิโพธ (ไม่มีความกังวลในอาวาส) ๒. จีวรอปลิโพธ (ไม่มีความกังวลในจีวร) ภิกษุทั้งหลาย อาวาสอปลิโพธ คือ ในกรณีนี้ ภิกษุหลีกไปจากอาวาส นั้น สละ คาย ปล่อยวาง ไม่ผูกใจ คิดว่า “จะไม่กลับมา” อย่างนี้ชื่อว่าอาวาส อปลิโพธ @เชิงอรรถ : @ ปลิโพธ ในทางพระวินัย หมายถึงความกังวลที่เป็นเหตุให้กฐินยังไม่เดาะ คือยังรักษาอานิสงส์กฐินและ @เขตแห่งจีวรกาล ตามกำหนดไว้ได้ ถ้าภิกษุหลีกไปโดยคิดว่า “จะไม่กลับมาอีก” จีวรปลิโพธขาดก่อน @ในขณะที่อยู่ภายในสีมานั่นเอง อาวาสปลิโพธขาดในขณะเมื่อก้าวล่วงสีมาไปแล้ว (วิ.อ. ๓/๓๑๑/๑๙๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๑๗๓} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๗. กฐินขันธกะ] ๒๐๑. รวมเรื่องที่มีในกฐินขันธกะ ภิกษุทั้งหลาย จีวรอปลิโพธ คือ ในกรณีนี้ ภิกษุทำจีวรเสร็จแล้ว จีวร เสียหาย สูญหาย หรือถูกไฟไหม้ หรือความหวังว่าจะได้จีวรสิ้นสุดลง อย่างนี้ชื่อ ว่าจีวรอปลิโพธ ภิกษุทั้งหลาย กฐินอปลิโพธ ๒ อย่างนี้แล ปลิโพธาปลิโพธกถา จบ กฐินขันธกะที่ ๗ จบ เรื่องในขันธกะนี้มี ๑๒ เรื่อง และเปยยาลมุข ๑๑๘ เรื่อง

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้