คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา ·

เล่ม ๕

ข้ออื่นในเล่มนี้

เรื่องพระเจ้าพิมพิสารรับสั่งให้โสณโกฬิวิสะเข้าเฝ้า เรื่องพระสาคตะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ เรื่องโสณโกฬิวิสะเศรษฐีบุตรบรรพชา เรื่องทรงเปรียบเทียบความเพียรกับสายพิณ พระโสณะบรรลุอรหัตตผล อุปนิสัยสมบัติของผู้เป็นพระอรหันต์ นิคมคาถา๑๔๘. ทิคุณาทิอุปาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามใช้รองเท้า ๒ ชั้นเป็นต้น ๑๔๙. สัพพนีลกาทิปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามใช้รองเท้าสีเขียวล้วนเป็นต้น เรื่องทรงห้ามใช้รองเท้าหุ้มส้นเป็นต้น ๑๕๐. โอมุกกคุณังคุณุปาหนานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตรองเท้าหลายชั้นที่ใช้แล้ว เรื่องภิกษุเท้าแตก ๑๕๑. อัชฌารามุปาหนปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามสวมรองเท้าในอาราม เรื่องภิกษุอาพาธเป็นหน่อที่เท้า ๑๕๒. กัฏฐปาทุกาทิปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามสวมเขียงเท้าไม้เป็นต้น เรื่องเขียงเท้าใบตาล เรื่องเขียงเท้าสานด้วยใบไผ่ เรื่องเขียงเท้าสานด้วยหญ้าสามัญเรื่องพระฉัพพัคคีย์จับแม่โค ๑๕๓. ยานาทิปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามยานพาหนะเป็นต้น เรื่องพระฉัพพัคคีย์โดยสารยานพาหนะและภิกษุเป็นไข้ เรื่องยานพาหนะเทียมด้วยโคเพศผู้และยานพาหนะที่ใช้มือลาก เรื่องคานหาม๑๕๔. อุจจาสยนมหาสยนาปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามที่นอนสูงใหญ่ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้ที่นอนสูงใหญ่ ๑๕๕. สัพพจัมมปฏิกเขปะ ว่าด้วยทรงห้ามแผ่นหนัง เรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้หนังผืนใหญ่ เรื่องภิกษุใจบาปขอหนังลูกโค เรื่องทรงห้ามใช้หนังโคเป็นต้น ๑๕๖. คิหิวิกตานุญญาตาทิ ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องคิหิวิกัต เป็นต้น ทรงห้ามและอนุญาตให้สวมรองเท้าเข้าหมู่บ้าน เรื่องพระฉัพพัคคีย์สวมรองเท้าเข้าหมู่บ้านและภิกษุเป็นไข้๑๕๗. โสณกุฏิกัณณวัตถุ ว่าด้วยพระโสณกุฏิกัณณะ เรื่องพระมหากัจจานะ ๑๕๘. มหากัจจานปัญจวรปริทัสสนา ว่าด้วยอาณัตติกพจน์ของท่านพระมหากัจจานะ ๕ ประการ พระโสณะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค เรื่องพระโสณะสวดพระสูตรในอัฏฐกวรรค เรื่องประทานพร ๕ อย่างแก่พระโสณะ กำหนดเขตปัจจันตชนบทและมัชฌิมชนบท๑๕๙. รวมเรื่องที่มีในจัมมขันธกะ๑๖๐. ปัญจเภสัชชกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตเภสัช ๕ เรื่องภิกษุอาพาธในฤดูสารท ทรงอนุญาตเภสัช ๕ ในกาล เรื่องเภสัช ๕ ในเวลาวิกาลเรื่องน้ำมันเหลวที่เป็นยา ๑๖๑. มูลาทิเภสัชชกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตเครื่องยามีรากไม้เป็นต้น เรื่องรากไม้ที่เป็นยา เรื่องรากไม้บดที่เป็นยา เรื่องน้ำฝาดที่เป็นยา เรื่องใบไม้ที่เป็นยา เรื่องผลไม้ที่เป็นยา เรื่องยางไม้ที่เป็นยา เรื่องเกลือที่เป็นยา เรื่องมูลโค ดินเหนียว กากน้ำย้อมดับกลิ่นตัว เรื่องยาผงและเครื่องร่อนยา เรื่องเนื้อดิบและเลือดสด เรื่องยาหยอดตา เรื่องเครื่องบดยาผสมยาตา เรื่องกลักยาตา เรื่องไม้ป้ายยาตา เรื่องที่เก็บไม้ป้ายยาตา เรื่องน้ำมันทาศีรษะ เรื่องนัตถุ์ยา เรื่องกล้องยานัตถุ์ เรื่องสูดควัน เรื่องกล้องสูดควันและฝาปิดกล้องสูดควันพระปิลินทวัจฉะอาพาธเป็นโรคลม เรื่องน้ำมันหุง เรื่องน้ำเมาเจือในน้ำมันหุง เรื่องน้ำมันเจือด้วยน้ำเมามากเกินไป ๑๖๑. มูลาทิเภสัชชกถา เรื่องทรงอนุญาตน้ำมันเจือน้ำเมามากใช้เป็นยาทา เรื่องลักจั่น เรื่องการรมเหงื่อ เรื่องรมใหญ่ เรื่องรมด้วยใบไม้ต่างๆ เรื่องอ่างน้ำ เรื่องใช้เขาสัตว์กอกระบายโลหิตออก เรื่องยาทาเท้า เรื่องปรุงน้ำมันทาเท้าเรื่องภิกษุอาพาธเป็นฝี เรื่องยามหาวิกัฏ ๔ อย่าง ภิกษุอาพาธด้วยโรคต่างๆ๑๖๒. ปิลินทวัจฉวัตถุ ว่าด้วยพระปิลินทวัจฉะ เรื่องพระปิลินทวัจฉะจะทำความสะอาดเงื้อมเขา และพระเจ้าพิมพิสารพระราชทานคนงานวัด ทรงอนุญาตคนงานวัด เรื่องฉันเภสัชที่เก็บไว้ ๗ วัน๑๖๓. คุฬาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตน้ำอ้อยงบเป็นต้น เรื่องน้ำอ้อยงบ เรื่องถั่วเขียว เรื่องยาดองโลณโสวีรกะ ๑๖๔. อันโตวุฏฐาทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามการหุงต้มภายในเป็นต้น เรื่องอาหารที่หุงต้มเอง เรื่องอุ่นภัตตาหาร เรื่องให้เก็บอาหารภายในและหุงต้มเองเมื่อคราวจำเป็น ๑๖๕. อุคคหิตปฏิคคหณา ว่าด้วยการรับประเคนของที่จับต้องแล้ว เรื่องรับประเคนผลไม้ที่จับต้องแล้ว เรื่องพราหมณ์ถวายงาและน้ำผึ้ง ๑๖๖. ปฏิคคหิตาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตให้ฉันของที่รับประเคนไว้เป็นต้น เรื่องของฉันที่รับประเคนไว้ตอนเช้า เรื่องพระสารีบุตรอาพาธร้อนในกาย เรื่องฉันผลไม้ที่ปล้อนเมล็ดออก๑๖๗. สัตถกัมมปฏิกเขปกถา ว่าด้วยการทรงห้ามทำสัตถกรรม เรื่องริดสีดวงทวาร เรื่องทรงห้ามทำวัตถิกรรม๑๖๘. มนุสสมังสปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามฉันเนื้อมนุษย์ เรื่องอุบาสิกาสุปปิยาเชือดเนื้อขาอ่อนถวาย เรื่องทรงห้ามฉันเนื้อมนุษย์ ๑๖๙. หัตถิมังสาทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามฉันเนื้อช้างเป็นต้น๑๗๐. ยาคุมธุโคฬกานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตข้าวต้มและขนมหวาน เรื่องพราหมณ์คอยโอกาสถวายภัตตาหาร ประโยชน์ของข้าวต้มมี ๑๐ อย่าง๑๗๑. ตรุณัปปสันนมหามัตตวัตถุ ว่าด้วยมหาอมาตย์ผู้เลื่อมใสใหม่๑๗๒. เพลัฏฐกัจจานวัตถุ ว่าด้วยพราหมณ์เพลัฏฐกัจจานะถวายน้ำอ้อยงบ๑๗๓. ปาฏลิคามวัตถุ ว่าด้วยชาวปาฏลิคามถวายที่พัก เรื่องทรงรับอาคารพักแรม โทษแห่งศีลวิบัติ ๕ ประการ อานิสงส์แห่งศีลสมบัติ ๕ ประการ๑๗๔. สุนีธวัสสการวัตถุ ว่าด้วยมหาอมาตย์สุนีธะและวัสสการะ เรื่องพุทธทำนายเกี่ยวกับนครปาฏลีบุตร นครปาฏลีบุตรจะแตกด้วยภัย ๓ อย่าง เรื่องประตูโคดมและท่าโคดมที่แม่น้ำคงคา ๑๗๕. โกฏิคามสัจจกถา ว่าด้วยทรงแสดงอริยสัจที่โกฏิคาม นิคมคาถา๑๗๖. อัมพปาลีวัตถุ ว่าด้วยหญิงงามเมืองชื่ออัมพปาลี ๑๗๗. ลิจฉวีวัตถุ ว่าด้วยเจ้าลิจฉวี๑๗๘. สีหเสนาปติวัตถุ ว่าด้วยสีหเสนาบดีสาวกของนิครนถ์นาฏบุตร ข้อกล่าวหาของคนทั่วไป ๘ ประการ พระดำรัสแก้ข้อกล่าวหา ๘ ประการ สีหเสนาบดีได้ธรรมจักษุ เรื่องทรงห้ามฉันเนื้อที่เขาทำเจาะจง๑๗๙. กัปปิยภูมิอนุชานนา ว่าด้วยการทรงอนุญาตกัปปิยภูมิ เรื่องกรุงเวสาลีหาอาหารได้ง่าย เรื่องทรงห้ามอาหารที่หุงต้มภายในเป็นต้น เรื่องฝนตั้งเค้า วิธีสมมติกัปปิยภูมิและกรรมวาจาสมมติ ทรงอนุญาตกัปปิยภูมิ ๓, ๔ ชนิด เรื่องพระยโสชะเป็นไข้๑๘๐. เมณฑกคหปติวัตถุ ว่าด้วยเมณฑกคหบดีถวายปัญจโครสกับเสบียงเดินทาง ๑๘๑. ปัญจโครสาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตปัญจโครสเป็นต้น๑๘๒. เกณิยชฏิลวัตถุ ว่าด้วยเกณิยชฎิลถวายน้ำอัฏฐบาน ทรงอนุญาตน้ำอัฏฐบาน ๑๘๓. โรชมัลลวัตถุ ว่าด้วยเจ้ามัลละชื่อโรชะถวายผักกาดสดและของฉันทำด้วยแป้ง๑๘๔. วุฑฒปัพพชิตวัตถุ ว่าด้วยภิกษุเฒ่าเคยเป็นช่างกัลบกในเมืองอาตุมา ห้ามภิกษุผู้เคยเป็นช่างกัลบกเก็บรักษามีดโกน เรื่องผลไม้ดาษดื่นในกรุงสาวัตถี เรื่องปลูกพืช๑๘๕. จตุมหาปเทสกถา ว่าด้วยมหาปเทส ๔ เรื่องทรงอนุญาตกาลิกระคนกัน๑๘๖. รวมเรื่องที่มีในเภสัชชขันธกะเรื่องภิกษุชาวเมืองปาเฐยยะ ๓๐ รูป เรื่องอานิสงส์กฐิน ๕ อย่าง เรื่องวิธีกรานกฐินและญัตติทุติยกรรมวาจาสำหรับกรานกฐิน เรื่องกฐินไม่เป็นอันกราน เรื่องกฐินเป็นอันกรานเรื่องกฐินเดาะด้วยมาติกา ๘ ข้อ ๑๘๘. อาทายสัตตกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรหลีกไป ๗ กรณี ๑๘๙. สมาทายสัตตกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรติดตัวหลีกไป ๗ กรณี ๑๙๐. อาทายฉักกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ๖ กรณี ๑๙๑. สมาทายฉักกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรที่ทำค้างไว้หลีกไป ๖ กรณี ๑๙๒. อาทายปัณณรสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการถือจีวรหลีกไป ๑๕ กรณี ๑๙๓. สมาทายปัณณรสกาทิ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรติดตัวหลีกไป ๑๕ กรณีเป็นต้น ๑๙๔. วิปปกตสมาทายปัณณรสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินด้วยการนำจีวรที่ทำค้างไว้ติดตัวหลีกไป ๑๕ กรณี๑๙๕. อนาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสิ้นหวัง ๑๒ กรณี ๑๙๖. อาสาโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะความสมหวัง ๑๒ กรณี ๑๙๗. กรณียโทฬสกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะมีธุระจำเป็น ๑๒ กรณี ๑๙๘. อปวิลายนนวกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังได้ส่วนจีวร ๙ กรณี ๑๙๙. ผาสุวิหารปัญจกะ ว่าด้วยการเดาะกฐินเพราะหวังอยู่ผาสุก ๕ กรณี ๒๐๐. ปลิโพธาปลิโพธกถา ว่าด้วยปลิโพธและอปลิโพธ ปลิโพธ ๒ อย่าง๒๐๑. รวมเรื่องที่มีในกฐินขันธกะ๒๐๒. ชีวกวัตถุ ว่าด้วยหมอชีวกโกมารภัจ เรื่องคณะกุฎุมพีชาวกรุงราชคฤห์พบหญิงงามเมืองชื่ออัมพปาลี เรื่องบุตรของหญิงงามเมืองชื่อสาลวดี เรื่องชีวกเดินทางไปกรุงตักกสิลา ๒๐๓. เสฏฐิภริยาวัตถุ ว่าด้วยภรรยาเศรษฐีปวดศีรษะ ๒๐๔. พิมพิสารราชวัตถุ ว่าด้วยพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เรื่องรักษาโรคริดสีดวงทวารของพระเจ้าพิมพิสารจอมทัพมคธรัฐ เรื่องพระราชทานตำแหน่งแพทย์หลวง ๒๐๕. ราชคหเสฏฐิวัตถุ ว่าด้วยเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ เรื่องรักษาเศรษฐีชาวกรุงราชคฤห์ผู้ป่วยเป็นโรคปวดศีรษะ ๒๐๖. เสฏฐิปุตตวัตถุ ว่าด้วยบุตรเศรษฐี เรื่องรักษาโรคเนื้องอกในลำไส้๒๐๗. ปัชโชตราชวัตถุ ว่าด้วยพระเจ้าปัชโชต เรื่องรักษาโรคผอมเหลืองของพระเจ้าปัชโชต ๒๐๘. สิเวยยกทุสสยุคกถา ว่าด้วยการพระราชทานผ้าสิไวยกะ ๑ คู่๒๐๙. สมติงสวิเรจนกถา ว่าด้วยพระผู้มีพระภาคเสวยพระโอสถถ่าย ๓๐ ครั้ง เรื่องหมอชีวกทูลถวายพระโอสถถ่าย ๓๐ ครั้ง ๒๑๐. วรยาจนากถา ว่าด้วยหมอชีวกโกมารภัจกราบทูลขอพร เรื่องทรงรับคู่ผ้าสิไวยกะ เรื่องทรงอนุญาตคหบดีจีวร เรื่องทรงอนุญาตผ้าปาวาร ผ้าไหม และผ้าโกเชาว์ ๒๑๑. กัมพลานุชานนาทิกถา ว่าด้วยทรงอนุญาตผ้ากัมพลเป็นต้น ทรงอนุญาตคหบดีจีวร ๖ ชนิด ๒๑๒. ปังสุกูลปริเยสนกถา ว่าด้วยการแสวงหาผ้าบังสุกุล๒๑๓. จีวรปฏิคคาหกสัมมติกถา ว่าด้วยการแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่รับจีวร เรื่องทายกนำจีวรกลับคืน วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่รับจีวร วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุเป็นเจ้าหน้าที่เก็บจีวร ๒๑๔. ภัณฑาคารสัมมติอาทิกถา ว่าด้วยการสมมติเรือนคลังเป็นต้น วิธีสมมติและกรรมวาจาสมมติเรือนคลัง วิธีสมมติและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเจ้าหน้าที่เรือนคลัง เรื่องทรงห้ามย้ายเจ้าหน้าที่เรือนคลังเรื่องจีวรเกิดขึ้นมาก เรื่องส่งเสียงดังขณะแจกจีวร วิธีแต่งตั้งและกรรมวาจาแต่งตั้งภิกษุให้เป็นเจ้าหน้าที่แจกจีวร เรื่องวิธีแจกจีวร เรื่องวิธีให้ส่วนแบ่ง เรื่องให้แลกส่วนของตน เรื่องให้ส่วนพิเศษ เรื่องวิธีให้ส่วนจีวร๒๑๕. จีวรรชนกถา ว่าด้วยน้ำย้อมจีวรเรื่องพระฉัพพัคคีย์ใช้จีวรที่ไม่ได้ตัด ๒๑๖. ฉินทกจีวรานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตจีวรตัด เรื่องตัดจีวรตามแบบคันนา ตรัสสรรเสริญพระอานนท์ ๒๑๗. ติจีวรานุชานนา ว่าด้วยการอนุญาตไตรจีวร เรื่องทอดพระเนตรเห็นภิกษุแบกห่อจีวร เรื่องทรงอนุญาตไตรจีวร ๒๑๘. อติเรกจีวรกถา ว่าด้วยอติเรกจีวร เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทรงอติเรกจีวรชุดอื่นเข้าบ้าน เรื่องอติเรกจีวรเกิดขึ้น เรื่องทรงอนุญาตผ้าปะเมื่ออันตรวาสกขาดทะลุ๒๑๙. วิสาขาวัตถุ ว่าด้วยนางวิสาขากราบทูลขอพร เรื่องนางวิสาขาขอพรเพื่อถวายผ้าอาบน้ำฝนเป็นต้น คาถาอนุโมทนา๒๒๐. นิสีทนาทิอนุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตผ้ารองนั่งเป็นต้น เรื่องภิกษุนอนหลับขาดสติสัมปชัญญะ นอนหลับขาดสติสัมปชัญญะมีโทษ ๕ อย่าง นอนหลับมีสติสัมปชัญญะ มีอานิสงส์ ๕ อย่าง เรื่องผ้าปูนั่งผืนเล็กเกินไป เรื่องฝีดาษ เรื่องทรงอนุญาตผ้าเช็ดปากเรื่องทรงอนุญาตให้ถือวิสาสะผ้าเปลือกไม้ ๒๒๑. ปัจฉิมวิกัปปนุปคจีวราทิกถา ว่าด้วยผ้าที่ต้องวิกัปเป็นอย่างต่ำเป็นต้น เรื่องอธิษฐาน เรื่องจีวรมีขนาดเพียงไรจึงต้องวิกัป เรื่องอุตตราสงค์ที่ทำจากผ้าบังสุกุลหนัก เรื่องชายสังฆาฏิไม่เสมอกัน เรื่องด้ายหลุดลุ่ย เรื่องแผ่นสังฆาฏิลุ่ยออก เรื่องผ้าไม่พอ เรื่องผ้าเพลาะทรงอนุญาตให้ให้ผ้าแก่โยมมารดาบิดาได้ เรื่องจีวรเกิดขึ้นมาก เรื่องเก็บจีวรไว้ในวิหารอันธวัน เรื่องท่านพระอานนท์เผลอสติ๒๒๒. สังฆิกจีวรุปปาทกถา ว่าด้วยการให้จีวรเกิดขึ้นแก่สงฆ์ เรื่องภิกษุรูปเดียวจำพรรษา เรื่องภิกษุอยู่รูปเดียวตลอดฤดูกาล เรื่องพระเถระสองพี่น้อง เรื่องภิกษุ ๓ รูปจำพรรษาในกรุงราชคฤห์๒๒๓. อุปนันทสักยปุตตวัตถุ ว่าด้วยพระอุปนันทศากยบุตร เรื่องพระอุปนันทะจำพรรษาแล้วไปอาวาสใกล้บ้าน เรื่องพระอุปนันทะจำพรรษาใน ๒ อาวาส๒๒๔. คิลานวัตถุกถา ว่าด้วยภิกษุไข้ เรื่องภิกษุอาพาธเป็นโรคท้องร่วง เรื่องคนไข้ที่พยาบาลได้ยากและพยาบาลได้ง่าย บุคคลผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ควรพยาบาลภิกษุไข้ บุคคลผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ควรพยาบาลภิกษุไข้ ๒๒๕. มตสันตกกถา ว่าด้วยการให้บริขารของภิกษุมรณภาพแก่ผู้พยาบาลไข้ วิธีมอบให้ไตรจีวร บาตร และกรรมวาจาสำหรับมอบให้๒๒๖. นัคคิยปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามเปลือยกาย ๒๒๗. กุสจีราทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามผ้าคากรองเป็นต้น ๒๒๘. สัพพนีลกาทิปฏิกเขปกถา ว่าด้วยทรงห้ามจีวรสีเขียวล้วนเป็นต้น๒๒๙. วัสสังวุตถานังอนุปปันนจีวรกถา ว่าด้วยจีวรยังไม่เกิดแก่ภิกษุผู้จำพรรษา ๒๓๐. สังฆภินเนจีวรุปปาทกถา ว่าด้วยความเกิดขึ้นแห่งจีวรเมื่อสงฆ์แตกกัน ๒๓๑. ทุคคหิตสุคคหิตาทิกถา ว่าด้วยจีวรที่ถือเอาไม่ดีและถือเอาดีเป็นต้น เรื่องพระเรวตะฝากจีวร เรื่องการถือเอาของฝากโดยวิสาสะและการอธิษฐานเป็นจีวรมรดก๒๓๒. อัฏฐจีวรมาติกา ว่าด้วยจีวรที่เกิดขึ้นมี ๘ มาติกา๒๓๓. รวมเรื่องที่มีในจีวรขันธกะ๒๓๔. กัสสปโคตตภิกขุวัตถุ ว่าด้วยพระกัสสปโคตร เรื่องพระกัสสปโคตรผู้อยู่ประจำในอาวาส ณ วาสภคาม ๒๓๕. อธัมมวัคคาทิกัมมกถา ว่าด้วยกรรมที่แบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมเป็นต้น เรื่องภิกษุชาวกรุงจัมปาทำกรรมแบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมเป็นต้น เรื่องพระผู้มีพระภาคตรัสห้ามเพราะไม่ชอบธรรม กรรม ๔ ประเภท ๒๓๖. ญัตติวิปันนกัปปาทิกถา ว่าด้วยกรรมที่ญัตติวิบัติเป็นต้น เรื่องแบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมไม่จัดเป็นกรรมและไม่ควรทำ กรรม ๖ ประเภท อธิบายกรรมไม่ชอบธรรม อธิบายกรรมที่แบ่งพวกทำ อธิบายกรรมที่พร้อมเพรียงกันทำ อธิบายกรรมแบ่งพวกโดยธรรมปฏิรูป อธิบายกรรมที่พร้อมเพรียงกันโดยธรรมปฏิรูป อธิบายกรรมที่พร้อมเพรียงกันโดยชอบธรรม๒๓๗. จตุวัคคกรณาทิกถา ว่าด้วยกรรมที่สงฆ์กำหนดจำนวน ๔ รูปทำเป็นต้น เรื่องสงฆ์ ๕ ประเภท เรื่องกรรมที่สงฆ์จตุวรรคพึงทำ เรื่องกรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคพึงทำ เรื่องกรรมที่สงฆ์ทสวรรคพึงทำ เรื่องกรรมที่สงฆ์วีสติวรรคพึงทำ ๒๓๘. ปาริวาสิกาทิกถา ว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ปริวาสเป็นต้น เรื่องสงฆ์มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสเป็นที่ ๔ ทำสังฆกรรมไม่ได้ และสงฆ์มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสนั้นเป็นที่ ๒๐ อัพภานไม่ได้ปฏิโกสนา(การกล่าวคัดค้าน) ๒ อย่าง เรื่องคำคัดค้านของคน ๒๗ จำพวกฟังไม่ขึ้น เรื่องคำคัดค้านของภิกษุที่ฟังขึ้น ๒๓๙. เทฺวนิสสารณาทิกถา ว่าด้วยนิสสารณา ๒ อย่างเป็นต้น เรื่องบุคคลที่ถูกขับออกไปดีและบุคคลที่ถูกขับออกไปไม่ดี โอสารณา ๒ อย่าง เรื่องบุคคลที่ไม่ควรรับเข้าหมู่ ๑๑ จำพวก เรื่องบุคคลที่ควรรับเข้าหมู่ ๓๒ จำพวก๒๔๐. อธัมมกัมมาทิกถา ว่าด้วยกรรมที่ไม่ชอบธรรมเป็นต้น เรื่องการลงอุกเขปนียกรรมที่ไม่ชอบธรรม ๗ กรณี เรื่องการลงอุกเขปนียกรรมที่ไม่ชอบธรรมอีก ๗ กรณี เรื่องการลงอุกเขปนียกรรมที่ชอบธรรม ๗ กรณี๒๔๑. อุปาลิปุจฉากถา ว่าด้วยพระอุบาลีกราบทูลถามปัญหา เรื่องกรรมไม่ชอบด้วยธรรมไม่ชอบด้วยวินัย เรื่องกรรมที่ชอบด้วยธรรมชอบด้วยวินัย๒๔๒. ตัชชนียกัมมกถา ว่าด้วยตัชชนียกรรม เรื่องภิกษุแบ่งพวกโดยไม่ชอบธรรมลงตัชชนียกรรม เรื่องภิกษุในอาวาสอื่นพร้อมเพรียงกันโดยไม่ชอบธรรมลงตัชนียกรรมเป็นต้น ๒๔๓. นิยสกัมมกถา ว่าด้วยนิยสกรรม เรื่องสงฆ์ลงนิยสกรรมแก่ภิกษุผู้โง่เขลาไม่ฉลาด ๒๔๔. ปัพพาชนียกัมมกถา ว่าด้วยปัพพาชนียกรรม เรื่องสงฆ์ลงปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูล ๒๔๕. ปฏิสารณียกัมมกถา ว่าด้วยปฏิสารณียกรรม เรื่องสงฆ์ลงปฏิสารณียกรรมแก่ภิกษุผู้ด่าบริภาษคฤหัสถ์ ๒๔๖. อทัสสนอุกเขปนียกัมมกถา ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๔๗. อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมกถา ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๔๘. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมกถา ว่าด้วยอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป ๒๔๙. ตัชชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับตัชชนียกรรม ๒๕๐. นิยสกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับนิยสกรรม ๒๕๑. ปัพพาชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับปัพพาชนียกรรม ๒๕๒. ปฏิสารณียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับปฏิสารณียกรรม ๒๕๓. อทัสสนอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๕๔. อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๕๕. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ละทิฏฐิบาป๒๕๖. ตัชชนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในตัชชนียกรรม ๒๕๗. นิยสกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในนิยสกรรม ๒๕๘. ปัพพาชนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในปัพพาชนียกรรม ๒๕๙. ปฏิสารณียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในปฏิสารณียกรรม ๒๖๐. อทัสสนอุกเขปนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๖๑ อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๖๒. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมวิวาทกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป ๒๖๓. ตัชชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับตัชชนียกรรม ๒๖๔. นิยสกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับนิยสกรรม ๒๖๕. ปัพพาชนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับปัพพาชนียกรรม ๒๖๖. ปฏิสารณียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับปฏิสารณียกรรม ๒๖๗. อทัสสนอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่เห็นว่าเป็นอาบัติ ๒๖๘. อัปปฏิกัมมอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๒๖๙. อัปปฏินิสสัคคอุกเขปนียกัมมปฏิปัสสัทธิกถา ว่าด้วยความขัดแย้งในการระงับอุกเขปนียกรรมเพราะไม่สละทิฏฐิบาป๒๗๐. รวมเรื่องที่มีในจัมเปยยขันธกะ๒๗๑. โกสัมพิกวิวาทกถา ว่าด้วยเรื่องภิกษุชาวกรุงโกสัมพีทะเลาะวิวาทกัน เรื่องพระผู้มีพระภาคทรงแนะนำให้ภิกษุแสดงอาบัติเรื่องพวกภิกษุผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ถูกลงอุกเขปนียกรรมทำอุโบสถภายในสีมา นานาสังวาสกภูมิและสมานสังวาสกภูมิเรื่องความบาดหมางกันเป็นต้น ทรงสอบถาม ทรงติเตียนแล้วทรงห้าม๒๗๒. ทีฆาวุวัตถุ ว่าด้วยทีฆาวุกุมาร๒๗๓. พาลกโลณกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปพาลกโลณกคาม เรื่องท่านพระภคุอยู่ ณ พาลกโลณกคาม ๒๗๔. ปาจีนวังสทายคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปปาจีนวังสทายวัน เรื่องท่านพระอนุรุทธะท่านพระนันทิยะและท่านพระกิมพิละ ๒๗๕. ปาริเลยยกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปป่าปาริไลยกะ เรื่องพญาช้างปาริไลยกะ๒๗๖. อัฏฐารสวัตถุกถา ว่าด้วยเรื่องที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ๑๘ ประการ เรื่องทรงแสดงเหตุแห่งความแตกแยกแก่ท่านพระสารีบุตร ณ กรุงสาวัตถี ลักษณะของภิกษุผู้เป็นอธรรมวาที ๑๘ อย่าง ลักษณะของภิกษุผู้เป็นธรรมวาที ๑๘ อย่างเรื่องทรงแสดงวิธีปฏิบัติต่อพวกภิกษุผู้ก่อความทะเลาะวิวาท พระเถระกราบทูลถามถึงวิธีปฏิบัติ พระนางมหาปชาบดีโคตมีกราบทูลถามวิธีปฏิบัติ อนาถบิณฑิกคหบดีกราบทูลถามวิธีปฏิบัติ นางวิสาขามิคารมาตากราบทูลถามวิธีปฏิบัติ เรื่องให้เสนาสนะที่ว่างแก่พวกภิกษุผู้ก่อความทะเลาะวิวาท เรื่องจัดเสนาสนะให้ว่างสำหรับพวกภิกษุผู้ก่อความทะเลาะวิวาท เรื่องให้อามิสเท่าๆ กัน๒๗๗. โอสารณานุชานนา ว่าด้วยทรงอนุญาตรับเข้าหมู่ซึ่งภิกษุผู้ถูกลงอุกเขปนียกรรม ๒๗๘. สังฆสามัคคีกถา ว่าด้วยสังฆสามัคคี วิธีทำสังฆสามัคคีและกรรมวาจา ๒๗๙. อุปาลิสังฆสามัคคีปุจฉา ว่าด้วยพระอุบาลีกราบทูลถามถึงสังฆสามัคคี เรื่องทรงแสดงสังฆสามัคคี ๒ อย่างแก่ท่านพระอุบาลี สังฆสามัคคี ๒ อย่าง เรื่องไม่ถูกตำหนิโดยศีลอุบาลีคาถา๒๘๐. รวมเรื่องที่มีในโกสัมพิกขันธกะ

ศาสนา

๒๗๓. พาลกโลณกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปพาลกโลณกคาม เรื่องท่านพระภคุอยู่ ณ พาลกโลณกคาม ๒๗๔. ปาจีนวังสทายคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปปาจีนวังสทายวัน เรื่องท่านพระอนุรุทธะท่านพระนันทิยะและท่านพระกิมพิละ ๒๗๕. ปาริเลยยกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปป่าปาริไลยกะ เรื่องพญาช้างปาริไลยกะ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

๓ ข้อ๑ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒๗๓. พาลกโลณกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปพาลกโลณกคาม เรื่องท่านพระภคุอยู่ ณ พาลกโลณกคาม

ข้อ ๔๖๕

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ท่ามกลางสงฆ์นั่นแหละ ตรัสพระ คาถาเหล่านี้แล้วเสด็จไปทางพาลกโลณกคาม @เชิงอรรถ : @ สาธุวิหารี หมายถึงผู้เพียบพร้อมด้วยปฐมฌาน ฯลฯ ด้วยนิโรธสมาบัติ (ขุ.จู. ๓๐/๑๓๒/๒๖๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๓๕๕} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑๐. โกสัมพิกขันธกะ] ๒๗๔. ปาจีนวังสทายคมนกถา สมัยนั้น ท่านพระภคุพักอยู่ที่พาลกโลณกคาม ท่านพระภคุได้เห็นพระผู้มี พระภาคกำลังเสด็จมาแต่ไกลจึงได้จัดที่ประทับ ตั้งน้ำล้างพระบาท ตั่งรองพระบาท กระเบื้องเช็ดพระบาท ไปต้อนรับเสด็จแล้วรับบาตรและจีวร พระผู้มีพระภาคประทับนั่งบนพุทธอาสน์ที่ปูไว้แล้วทรงล้างพระบาท ฝ่ายท่าน พระภคุถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคตรัสกับท่านพระภคุผู้นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรดังนี้ว่า “ภิกษุ เธอยังสบายดีหรือ ยังพอเป็นอยู่ได้หรือ บิณฑบาตไม่ลำบากหรือ” ท่านพระภคุกราบทูลว่า “ยังสบายดี พระพุทธเจ้าข้า ยังพอเป็นอยู่ได้ พระพุทธเจ้าข้า และข้าพระองค์บิณฑบาตไม่ลำบาก พระพุทธเจ้าข้า” ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงชี้แจงให้ท่านพระภคุเห็นชัด ชวนให้อยากรับไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว เสด็จลุก จากอาสนะ เสด็จไปทางปาจีนวังสทายวัน ๒๗๔. ปาจีนวังสทายคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปปาจีนวังสทายวัน เรื่องท่านพระอนุรุทธะท่านพระนันทิยะและท่านพระกิมพิละ

ข้อ ๔๖๖

สมัยนั้น ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละ พักอยู่ที่ปาจีนวังสทายวัน คนเฝ้าสวนได้เห็นพระผู้มีพระภาคกำลังเสด็จมาแต่ไกล จึงได้กราบทูลพระผู้มี พระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่สมณะ ท่านอย่าเข้ามาสู่สวนนี้ เพราะในที่นี้มีกุลบุตร ๓ คนต่างกำลังมุ่งประโยชน์ของตนอยู่ อย่าได้ทำความไม่สงบแก่พวกท่านเลย” ท่านพระอนุรุทธะได้ยินเสียงคนเฝ้าสวนทูลปรึกษากับพระผู้มีพระภาค จึงได้กล่าว กับคนเฝ้าสวนดังนี้ว่า “นี่แน่คนเฝ้าสวน ท่านอย่าห้ามพระผู้มีพระภาคเลย พระองค์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๓๕๖} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑๐. โกสัมพิกขันธกะ] ๒๗๔. ปาจีนวังสทายคมนกถา เป็นพระศาสดาของพวกเราเสด็จมาถึงแล้ว” แล้วเข้าไปหาท่านพระนันทิยะและ ท่านพระกิมพิละ บอกว่า “พวกท่านจงรีบออกไป พระบรมศาสดาของพวกเรา เสด็จ มาถึงแล้ว” ลำดับนั้น ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระนันทิยะ และท่านพระกิมพิละพากัน ไปต้อนรับเสด็จพระผู้มีพระภาค รูปหนึ่งรับบาตรและจีวรของพระผู้มีพระภาค รูปหนึ่ง ปูอาสนะ รูปหนึ่งตั้งน้ำล้างพระบาท ตั่งรองพระบาท กระเบื้องเช็ดพระบาท พระผู้มีพระภาคประทับนั่งบนอาสนะที่ปูไว้แล้วให้ล้างพระบาท ท่านเหล่านั้น ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคแล้วนั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคตรัสถาม ท่านพระอนุรุทธะผู้นั่งเฝ้าอยู่ ณ ที่สมควรว่า “อนุรุทธะ พวกเธอยังสบายดีหรือ ยัง พอเป็นอยู่ได้หรือ บิณฑบาตไม่ลำบากหรือ” พวกพระอนุรุทธะกราบทูลว่า “พวกข้าพระองค์ยังสบายดี พระพุทธเจ้าข้า ยัง พอเป็นอยู่ได้ พระพุทธเจ้าข้า และบิณฑบาตไม่ลำบาก พระพุทธเจ้าข้า” “อนุรุทธะ นันทิยะและกิมพิละ ก็พวกเธอยังพร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่ ทะเลาะกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันดุจนมสดกับน้ำ มองหน้ากันด้วยความชื่นบาน อยู่หรือ” “พวกข้าพระองค์ยังพร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่ทะเลาะกัน เป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกันดุจนมสดกับน้ำ มองหน้ากันด้วยความชื่นบานอยู่ พระพุทธเจ้าข้า” “อนุรุทธะ นันทิยะ และกิมพิละ ก็พวกเธอยังพร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่ทะเลาะกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันดุจนมสดกับน้ำ มองหน้ากันด้วยความชื่นบาน อยู่ด้วยวิธีใด” ท่านพระอนุรุทธะกราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า ในเรื่องนี้ พวกข้าพระองค์มี ความคิดอย่างนี้ว่า ‘เป็นลาภของเราหนอ เราได้ดีแล้วหนอ ที่ได้อยู่ร่วมกับเพื่อน พรหมจารีเช่นนี้’ พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระองค์นั้นเข้าไปตั้งเมตตากายกรรมทั้งต่อหน้าและลับหลัง เข้าไปตั้งเมตตาวจีกรรมทั้งต่อหน้าและลับหลัง เข้าไปตั้งเมตตามโนกรรมทั้งต่อหน้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๓๕๗} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑๐. โกสัมพิกขันธกะ] ๒๗๔. ปาจีนวังสทายคมนกถา และลับหลังในท่านเหล่านี้ ข้าพระองค์นั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘ไฉนหนอเราพึงวาง จิตตนไปตามอำนาจจิตของท่านทั้งสองนี้เท่านั้น’ แล้ววางจิตตนให้เป็นไปตามอำนาจ จิตของท่านเหล่านี้แล กายของพวกข้าพระพุทธเจ้าต่างกันก็จริงแล แต่จิตเป็นเหมือน ดวงเดียวกัน พระพุทธเจ้าข้า” ฝ่ายท่านพระนันทิยะและท่านพระกิมพิละก็ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “พระพุทธเจ้าข้า แม้ข้าพระพุทธเจ้าก็มีความคิดอย่างนี้ว่า ‘เป็นลาภของเราหนอ เราได้ดีแล้วหนอ ที่ได้อยู่ร่วมกับเพื่อนพรหมจารีเช่นนี้’ พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระองค์นั้นเข้าไปตั้งเมตตากายกรรมทั้งต่อหน้าและลับหลัง เข้าไปตั้งเมตตาวจีกรรมทั้งต่อหน้าและลับหลัง เข้าไปตั้งเมตตามโนกรรมทั้งต่อหน้า และลับหลังในท่านเหล่านี้ ข้าพระองค์นั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า ‘ไฉนหนอเราพึงวาง จิตตนไปตามอำนาจจิตของท่านเหล่านี้เท่านั้น’ แล้ววางจิตตนให้เป็นไปตามอำนาจ จิตของท่านเหล่านี้แล กายของพวกข้าพระองค์ต่างกันก็จริงแล แต่จิตเป็นเหมือน ดวงเดียวกัน พระพุทธเจ้าข้า พวกข้าพระองค์เป็นผู้พร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกัน ไม่ทะเลาะกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันดุจนมสดกับน้ำ มองหน้ากันด้วยความชื่นบาน ด้วยวิธีอย่างนี้แล พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “ก็พวกเธอเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรเผากิเลส มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่หรือ” พวกพระอนุรุทธะกราบทูลว่า “พวกข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ไม่ประมาท มีความ เพียรเผากิเลส มีใจเด็ดเดียวอยู่ พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “พวกเธอเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรเผากิเลส มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่ด้วยวิธีใดเล่า” พวกพระอนุรุทธะกราบทูลว่า “พระพุทธเจ้าข้า ในเรื่องนี้ บรรดาพวกข้าพระองค์ ผู้ที่กลับจากบิณฑบาตมาถึงก่อนก็ปูอาสนะ ตั้งน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้อง เช็ดเท้า ล้างสำรับกับข้าวแล้วตั้งไว้ ตั้งน้ำดื่มน้ำใช้ไว้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๓๕๘} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑๐. โกสัมพิกขันธกะ] ๒๗๕. ปาริเลยยกคมนกถา ผู้กลับจากบิณฑบาตภายหลัง ถ้ามีอาหารที่เป็นเดน ถ้าต้องการก็ฉันได้ ถ้า ไม่ต้องการก็เททิ้งในที่ปราศจากของเขียวสด หรือล้างในน้ำที่ไม่มีตัวสัตว์ เธอเก็บ อาสนะ เก็บน้ำล้างเท้า ตั่งรองเท้า กระเบื้องเช็ดเท้า ล้างสำรับกับข้าวแล้วเก็บไว้ เก็บน้ำดื่ม น้ำใช้กวาดโรงฉัน ผู้ใดเห็นหม้อน้ำดื่ม หม้อน้ำใช้ หรือหม้อน้ำในวัจกุฎีว่างเปล่าก็ตักน้ำตั้งไว้ ถ้าเธอไม่อาจทำได้ พวกข้าพระองค์ก็กวักมือเรียกเพื่อนมาแล้วช่วยกันตักยกเข้าไป ตั้งไว้ แต่ไม่ได้บ่นว่าเพราะเรื่องนั้นเลย และทุกๆ ๕ วันพวกข้าพระองค์จะนั่งประชุม สนทนาธรรมตลอดคืนยันรุ่ง พวกข้าพระองค์เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรเผากิเลส มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่ ด้วยวิธีนี้แล พระพุทธเจ้าข้า” ๒๗๕. ปาริเลยยกคมนกถา ว่าด้วยการเสด็จไปป่าปาริไลยกะ เรื่องพญาช้างปาริไลยกะ

ข้อ ๔๖๗

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงชี้แจงให้ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระ นันทิยะ และท่านพระกิมพิละเห็นชัด ชวนให้อยากรับไปปฏิบัติ เร้าใจให้อาจหาญ แกล้วกล้า ปลอบชโลมใจให้สดชื่นร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว เสด็จลุกขึ้นจากอาสนะ เสด็จจาริกไปทางป่าปาริไลยกะ เสด็จจาริกไปตามลำดับ จนถึงป่าปาริไลยกะแล้ว ทราบว่า พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ควงไม้รัง ในราวป่ารักขิตวัน เขตป่าปาริไลยกะนั้น ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ทรงเกิดความคิดคำนึงใน พระทัยอย่างนี้ว่า “เมื่อก่อนเราคลุกคลีกับพวกภิกษุชาวกรุงโกสัมพีที่ก่อความบาด หมาง ก่อความทะเลาะ ก่อความวิวาท ก่อเรื่องอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ อยู่ไม่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๓๕๙} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑๐. โกสัมพิกขันธกะ] ๒๗๕. ปาริเลยยกคมนกถา ผาสุกเลย เวลานี้เราว่างเว้นจากพวกภิกษุชาวกรุงโกสัมพีเหล่านั้น ที่ก่อความบาด หมาง ก่อความทะเลาะ ก่อความวิวาท ก่อเรื่องอื้อฉาว ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์ อยู่ผู้ เดียวไม่มีเพื่อน อยู่ผาสุกดี” แม้พญาช้างตัวหนึ่งอยู่คลุกคลีกับพวกช้างพลาย ช้างพัง ลูกช้างใหญ่ และ ลูกช้างเล็ก กินหญ้ายอดด้วน ส่วนกิ่งไม้ที่พญาช้างนั้นหักลงมากองไว้ ช้างเหล่านั้น ก็กินหมด ได้ดื่มแต่น้ำขุ่นๆ เมื่อพญาช้างนั้นเดินลงหรือขึ้นจากท่าน้ำ ช้างพังก็เดิน เสียดสีกายไป ต่อมา พญาช้างนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า “เราอยู่ปะปนกับพวกช้างพลาย ช้างพัง ลูกช้างใหญ่ และลูกช้างเล็ก กินหญ้ายอดด้วน ส่วนกิ่งไม้ที่เราหักลงมา กองไว้ ช้างเหล่านั้นก็กินหมด ได้ดื่มแต่น้ำขุ่นๆ เมื่อเราเดินลงหรือขึ้นจากท่าน้ำ ช้างพังก็เดินเสียดสีกายไป อย่ากระนั้นเลย เราพึงหลีกออกจากโขลงอยู่แต่ผู้เดียว” แล้วได้หลีกออกจากโขลงเดินไปทางเขตป่าปาริไลยกะ ราวป่ารักขิตะ ควงไม้รัง เข้า ไปหาพระผู้มีพระภาคแล้วใช้งวงตักน้ำดื่มน้ำใช้เข้าไปตั้งไว้เพื่อพระผู้มีพระภาค และ ปรับพื้นที่ให้ปราศจากของเขียวสด ครั้งนั้น พญาช้างนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า “เมื่อก่อนเราอยู่ปะปนกับพวก ช้างพลาย ช้างพัง ลูกช้างใหญ่ และลูกช้างเล็ก กินหญ้ายอดด้วน ส่วนกิ่งไม้ที่เรา หักลงมากองไว้ช้างเหล่านั้นก็กินหมด ได้ดื่มแต่น้ำขุ่นๆ เมื่อเราเดินลงหรือขึ้นจาก ท่าน้ำ ช้างพังก็เดินเสียดสีกายไป เวลานี้เราว่างเว้นจากช้างพลาย ช้างพัง ลูกช้าง ใหญ่ และลูกช้างเล็กอยู่แต่ผู้เดียวไม่มีเพื่อน อยู่ผาสุกดี” ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบความสงัดของพระองค์ และทรงทราบ ความคิดคำนึงในใจของพญาช้างนั้นด้วยพระทัย จึงทรงเปล่งพระอุทานในขณะนั้นว่า “จิตของพญาช้างผู้มีงางามดุจงอนรถนั้น เสมอกับจิตของพระพุทธเจ้า เพราะอยู่ผู้เดียวยินดีในป่าเหมือนกัน” @เชิงอรรถ : @ ขุ.อุ. ๒๕/๓๕/๑๕๐ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๓๖๐} พระวินัยปิฎก มหาวรรค [๑๐. โกสัมพิกขันธกะ] ๒๗๕. ปาริเลยยกคมนกถา ครั้นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ป่าปาริไลยกะตามพระอัธยาศัยแล้วเสด็จจาริก ไปทางกรุงสาวัตถี เสด็จจาริกไปตามลำดับ ลุถึงกรุงสาวัตถีแล้ว ทราบว่า พระผู้มี พระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตกรุงสาวัตถีนั้น ครั้งนั้น พวกอุบาสกอุบาสิกาชาวกรุงโกสัมพีปรึกษากันว่า “พวกภิกษุชาว กรุงโกสัมพีเหล่านี้ทำความพินาศใหญ่โตให้พวกเรา พระผู้มีพระภาคถูกภิกษุพวกนี้ รบกวนจึงเสด็จหลีกไป เอาละ พวกเราจะไม่อภิวาท ไม่ลุกรับ ไม่ทำอัญชลีกรรม สามีจิกรรม ไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่คบหา ไม่บูชาภิกษุชาวเมือง โกสัมพีพวกนี้ แม้พวกเธอเข้ามาบิณฑบาตก็จะไม่ถวายก้อนข้าว ท่านพวกนี้ เมื่อ ถูกพวกเราไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่คบหา ไม่บูชา เป็นผู้ไม่มีสักการะ อย่างนี้ก็จะพากันหลีกไป สึกไปหรือจะให้พระผู้มีพระภาคทรงโปรด” ครั้งนั้น อุบาสกและอุบาสิกาชาวกรุงโกสัมพีไม่อภิวาท ไม่ลุกรับ ไม่ทำอัญชลี กรรม สามีจิกรรม ไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่คบหา ไม่บูชาพวกภิกษุ ชาวกรุงโกสัมพี แม้พวกภิกษุชาวกรุงโกสัมพีเข้ามาบิณฑบาตก็ไม่ถวายก้อนข้าว ครั้งนั้น พวกภิกษุชาวกรุงโกสัมพีถูกอุบาสกอุบาสิกาชาวกรุงโกสัมพีไม่สักการะ ไม่เคารพ ไม่นับถือ ไม่คบหา ไม่บูชา เป็นผู้ไม่มีสักการะ พูดกันอย่างนี้ว่า “ท่าน ทั้งหลาย เอาเถิด พวกเราพึงเดินทางไปกรุงสาวัตถีแล้วระงับอธิกรณ์นี้ใน สำนักของ พระผู้มีพระภาค” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๕ หน้า : ๓๖๑}

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้