คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก ·

เล่ม ๗ · จุลวรรค ภาค ๒

ข้ออื่นในเล่มนี้

วัตรในการอาบน้ำ ประชุมสงฆ์ทรงสอบถาม, ทรงติเตียนเรื่องเครื่องประดับต่างชนิดเรื่องทรงห้ามฉันมะม่วงเรื่องภิกษุถูกงูกัดเรื่องภิกษุตัดองค์กำเนิดเรื่องบาตรปุ่มไม้จันทน์เรื่องจีวรเรื่องผ้ากรองน้ำเรื่องที่จงกรมและเรือนไฟเรื่องการเปลือยกายเรื่องเจ้าวัฑฒะลิจฉวีเรื่องโพธิราชกุมารเรื่องนางวิสาขา มิคารมารดาเรื่องไม้เท้าเรื่องภิกษุเรอทรงห้ามสั่งสมเครื่องโลหะเครื่องสัมฤทธิ์เรื่องประคดเอวเรื่องพระฉัพพัคคีย์นุ่งผ้าอย่างคฤหัสถ์เรื่องไม้ชำระฟันเรื่องพระฉัพพัคคีย์จุดไฟเผากองหญ้าทรงอนุญาตให้เล่าเรียนพุทธวจนะตามภาษาเดิม เรื่องเรียนคัมภีร์โลกายตะ…เรื่องการให้พรเรื่องฉันกระเทียมเรื่องหม้อปัสสาวะประพฤติอนาจารต่างๆพุทธานุญาตเครื่องโลหะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องราชคหเศรษฐีถวายวิหารพุทธานุญาตบานประตูพุทธานุญาตด้ายพุทธานุญาตไม้สำหรับแขวนเรื่องอนาถบิณฑกคหบดีเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าครั้งแรกเรื่องช่างชุนเข็ญใจเรื่องความเคารพอนาถบิณฑิกคหบดีถวายพระเชตวนารามเรื่องให้ภิกษุกำลังฉันค้างอยู่ลุกขึ้นภิกษุผู้ควรได้รับสมมติเป็นผู้ให้ถือเสนาสนะเรื่องพระอุปนนท์หวงกันเสนาสนะไว้ ๒ แห่งวินัยกถาเรื่องภิกษุแจกของที่ไม่ควรแจกเรื่องภิกษุชาวเมืองอาฬวีให้นวกรรมให้นวกรรมวิหารทั้งหลังมีเท้าเปื้อนห้ามเหยียบเสนาสนะพุทธานุญาตภัตรสมมติภิกษุเป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะเป็นต้นหัวข้อประจำขันธกะเรื่องมหานามศากยะและอนุรุทธศากยะเรื่องพระเทวทัตพระเทวทัตทูลขอปกครองสงฆ์เรื่องอชาตสัตตุกุมารปล่อยช้างนาฬาคิรีเรื่องวัตถุ ๕ ประการพระเทวทัตหาพรรคพวกพระอัครสาวกพาภิกษุ ๕๐๐ กลับสังฆราชีผู้ทำลายสงฆ์ต้องเกิดในอบายหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอาคันตุกะอาวาสิกวัตรคมิกวัตรภัตตานุโมทนาภัตตัคควัตรปิณฑจาริกวัตรอารัญญกวัตรเสนาสนวัตรชันตาฆรวัตรมูลเหตุวัจจกุฎีวัตรมูลเหตุอุปัชฌายวัตรมูลเหตุสัทธิวิหาริกวัตรมูลเหตุอาจริยวัตรมูลเหตุอันเตวาสิกวัตรหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระอานนทเถระความอัศจรรย์ไม่เคยมีในมหาสมุทร ๘ ประการวิธีงดปาติโมกข์ เรื่องพระฉัพพัคคีย์การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมและเป็นธรรมพระอุบาลีทูลถามอธิกรณ์ผู้โจทก์โดยไม่เป็นธรรม ต้องเดือดร้อน ผู้ถูกโจทโดยไม่เป็นธรรม ไม่ต้องเดือดร้อน…หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระนางมหาปชาบดีโคตมีพุทธานุญาตให้อุปสมบทภิกษุณีพุทธานุญาตให้แสดงปาติโมกข์พุทธานุญาตให้รับอาบัติพุทธานุญาตให้ทำกรรมภิกษุแสดงอวัยวะมีกายเป็นต้นอวดภิกษุณีเรื่องงดโอวาทรัดสีข้าง แต่งกาย ทาหน้าเป็นต้น ใช้จีวรสีครามล้วนเป็นต้นพินัยกรรมพุทธานุญาตเสนาสนะอาศัยชั่วคราวอันตรายิกธรรมของภิกษุณีวัดเงาแดดเป็นต้นเรื่องปวารณางดอุโบสถเป็นต้นเรื่องไปด้วยยานเรื่องหญิงแพศยาชื่ออัฑฒกาสีภิกษุณีอยู่ป่าเรื่องภิกษุณีไม่บอกลาสิกขานั่งขัดสมาธิหัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระมหากัสสปเถระพระอุบาลีวิสัชนาพระวินัยพระอานนท์วิสัชนาพระธรรมเรื่องสิกขาบทเล็กน้อยเรื่องไม่บัญญัติและไม่ถอนพระบัญญัติปรับอาบัติทุกกฏแก่พระอานนท์เรื่องพระปุราณเถระพรหมทัณฑกถา เรื่องพระเจ้าอุเทน การลงพรหมทัณฑ์หัวข้อประจำขันธกะเรื่องพระวัชชีบุตรแสดงวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระยสกากัณฑกบุตรเรื่องนายบ้านชื่อมณีจูฬกะเรื่องพระอุปนันทศากยบุตรลงอุกเขปนียกรรมเรื่องพระสัมภูตสาณวาสีเถระเรื่องพระเรวตเถระปุจฉาวิสัชนาวัตถุ ๑๐ ประการเรื่องพระสาฬหเถระปริวิตกเรื่องพระอุตตรเถระสงฆ์มุ่งวินิจฉัยอธิกรณ์เรื่องพระสัมภูตสาณวาสีถามสมมติภิกษุเป็นพวกปราจีนและปาฐาเรื่องพระอชิตะหัวข้อประจำขันธกะ

ศาสนา · พระวินัยปิฎก

เรื่องเครื่องประดับต่างชนิด

ข้อ ๑๒–๒๒พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒๑๑ ข้อ๒ ฉบับ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · Public domain (term expired) — operator determination

บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๗ จุลวรรค ภาค ๒ เรื่องเครื่องประดับต่างชนิด

ข้อ ๑๒

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู วลฺลิกํ ธาเรนฺติ ฯ ฯเปฯ ปามงฺคํ ธาเรนฺติ ฯ กณฺฐสุตฺตกํ ธาเรนฺติ ฯ กฏิสุตฺตกํ ธาเรนฺติ ฯ โอวฏฺฏิกํ ธาเรนฺติ ฯ กายุรํ ธาเรนฺติ ฯ หตฺถาภรณํ ธาเรนฺติ ฯ องฺคุลิมุทฺทิกํ ธาเรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯ อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯเปฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู วลฺลิกํ ธาเรนฺติ ฯ ปามงฺคํ ธาเรนฺติ ฯ กณฺฐสุตฺตกํ ธาเรนฺติ ฯ กฏิสุตฺตกํ ธาเรนฺติ ฯ โอวฏฺฏิกํ ธาเรนฺติ ฯ กายุรํ ธาเรนฺติ ฯ หตฺถาภรณํ ธาเรนฺติ ฯ องฺคุลิมุทฺทิกํ ธาเรนฺตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ น ภิกฺขเว วลฺลิกํ ธาเรตพฺพํ น ปามงฺคํ ธาเรตพฺพํ น กณฺฐสุตฺตกํ ธาเรตพฺพํ น กฏิสุตฺตกํ ธาเรตพฺพํ น โอวฏฺฏิกํ ธาเรตพฺพํ น กายุรํ ธาเรตพฺพํ น หตฺถาภรณํ ธาเรตพฺพํ น องฺคุลิมุทฺทิกํ ธาเรตพฺพํ โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ทรงเครื่องประดับหู ... ทรงสังวาล ทรงสร้อยคอ ทรงเครื่องประดับเอว ทรงวลัย ทรงสร้อยตาบ ทรงเครื่องประดับ ข้อมือ ทรงแหวนประดับนิ้วมือ ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลายได้ยินพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ ... จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุฉัพพัคคีย์ทรงเครื่องประดับหู ทรงสังวาล ทรงสร้อยคอ ทรงเครื่องประดับ- *เอว ทรงวลัย ทรงสร้อยตาบ ทรงเครื่องประดับข้อมือ ทรงแหวนประดับนิ้วมือ จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงทรงเครื่องประดับหู ไม่พึงทรง สังวาล ไม่พึงทรงสร้อยคอ ไม่พึงทรงเครื่องประดับเอว ไม่พึงทรงวลัย ไม่พึง ทรงสร้อยตาบ ไม่พึงทรงเครื่องประดับข้อมือ ไม่พึงทรงแหวนประดับนิ้วมือ รูปใด ทรง ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ เรื่องไว้ผมยาว

ข้อ ๑๓

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ทีเฆ เกเส ธาเรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว ทีฆา เกสา ธาเรตพฺพา โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว ทุมาสิกํ วา ทุวงฺคุลํ วาติ ฯ

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ไว้ผมยาว ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลาย ... กราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... รับสั่งว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงไว้ผมยาว รูปใดไว้ ต้องอาบัติทุกกฏ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ไว้ผมได้สองเดือน หรือยาวสององคุลี ฯ

ข้อ ๑๔

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู โกจฺเฉน เกเส โอสเณฺหนฺติ ฯ ผณเกน เกเส โอสเณฺหนฺติ ฯ หตฺถผณเกน เกเส โอสเณฺหนฺติ ฯ สิตฺถเตลเกน เกเส โอสเณฺหนฺติ ฯ อุทกเตลเกน เกเส โอสเณฺหนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว โกจฺเฉน เกสา โอสเณฺหตพฺพา น ผณเกน เกสา โอสเณฺหตพฺพา น หตฺถผณเกน เกสา โอสเณฺหตพฺพา น สิตฺถเตลเกน เกสา โอสเณฺหตพฺพา น อุทกเตลเกน เกสา โอสเณฺหตพฺพา โย โอสเณฺหยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์เสยผมด้วยแปรง เสยผมด้วยหวี เสยผมด้วยนิ้วมือต่างหวี เสยผมด้วยน้ำมันผสมกับขี้ผึ้ง เสยผมด้วยน้ำมันผสม กับน้ำ ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภค กาม ... ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเสยผมด้วย แปรง ไม่พึงเสยผมด้วยหวี ไม่พึงเสยผมด้วยนิ้วมือต่างหวี ไม่พึงเสยผมด้วย น้ำมันผสมกับขี้ผึ้ง ไม่พึงเสยผมด้วยน้ำมันผสมกับน้ำ รูปใดเสย ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ เรื่องส่องดูเงาหน้า

ข้อ ๑๕

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อาทาเสปิ อุทกปตฺเตปิ มุขนิมิตฺตํ โอโลเกนฺติ ฯ มมุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว อาทาเส วา อุทกปตฺเต วา มุขนิมิตฺตํ โอโลเกตพฺพํ โย โอโลเกยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ส่องดูเงาหน้าในแว่นบ้าง ในภาชนะ น้ำบ้าง ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภค กาม ... ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงดูเงาหน้าใน แว่นหรือในภาชนะน้ำ รูปใดดู ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ

ข้อ ๑๖

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน มุเข วโณ โหติ ฯ โส ภิกฺขู ปุจฺฉิ กีทิโส เม อาวุโส วโณติ ฯ ภิกฺขู เอวมาหํสุ อีทิโส เต อาวุโส วโณติ ฯ โส น สทฺทหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาพาธปฺปจฺจยา อาทาเส วา อุทกปตฺเต วา มุขนิมิตฺตํ โอโลเกตุนฺติ ฯ

สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่ง เป็นแผลที่หน้า เธอถามภิกษุทั้งหลายว่า แผลของผมเป็นเช่นไร ขอรับ ภิกษุทั้งหลายตอบอย่างนี้ว่า แผลของคุณเป็นเช่นนี้ ขอรับ เธอไม่เชื่อ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ดูเงาหน้า ที่แว่นหรือที่ภาชนะน้ำได้ เพราะเหตุอาพาธ ฯ เรื่องพระฉัพพัคคีย์ทาหน้าเป็นต้น

ข้อ ๑๗

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู มุขํ อาลิมฺเปนฺติ ฯ มุขํ อุมฺมทฺเทนฺติ ฯ มุขํ จุณฺเณนฺติ ฯ มโนสิลกาย มุขํ ลญฺเจนฺติ ฯ องฺคราคํ กโรนฺติ ฯ มุขราคํ กโรนฺติ ฯ องฺคราคมุขราคํ กโรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว มุขํ อาลิมฺปิตพฺพํ น มุขํ อุมฺมทฺทิตพฺพํ น มุขํ จุณฺเณตพฺพํ น มโนสิลกาย มุขํ ลญฺเจตพฺพํ น องฺคราโค กาตพฺโพ น มุขราโค กาตพฺโพ น องฺคราคมุขราโค กาตพฺโพ โย กเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ทาหน้า ถูหน้า ผัดหน้า เจิมหน้า ด้วยมโนศิลา ย้อมตัว ย้อมหน้า ย้อมทั้งตัวและหน้า ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลาย ... กราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงทาหน้า ไม่ พึงถูหน้า ไม่พึงผัดหน้า ไม่พึงเจิมหน้าด้วยมโนศิลา ไม่พึงย้อมตัว ไม่พึงย้อม- *หน้า ไม่พึงย้อมทั้งตัวและหน้า รูปใดทำ ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ

ข้อ ๑๘

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน จกฺขุโรคาพาโธ โหติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว อาพาธปฺปจฺจยา มุขํ อาลิมฺปิตุนฺติ ฯ

สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธด้วยโรคนัยน์ตา ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ทาหน้าได้ เพราะเหตุอาพาธ ฯ

ข้อ ๑๙

เตน โข ปน สมเยน ราชคเห คิรคฺคสมชฺโช โหติ ฯ ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู คิรคฺคสมชฺชํ ทสฺสนาย อคมํสุ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา นจฺจมฺปิ คีตมฺปิ วาทิตมฺปิ ทสฺสนาย คจฺฉิสฺสนฺติ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯเปฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ น ภิกฺขเว นจฺจํ วา คีตํ วา วาทิตํ วา ทสฺสนาย คนฺตพฺพํ โย คจฺเฉยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ

สมัยต่อมา ที่พระนครราชคฤห์ มีงานมหรสพบนยอดเขา พระ ฉัพพัคคีย์ได้ไปเที่ยวดูงานมหรสพ ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะเชื้อสายพระศากยบุตร จึงได้ไปดูการฟ้อนรำ การขับร้อง และการ ประโคมดนตรี เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลาย ... กราบทูลเรื่อง นั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงไปดูการฟ้อนรำ การขับร้อง หรือการประโคมดนตรี รูปใดไป ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ เรื่องสวดพระธรรมด้วยทำนอง

ข้อ ๒๐

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ยเถว มยํ คายาม เอวเมวิเม นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺตีติ ฯ อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขียนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายิสฺสนฺตีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฯเปฯ สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ ปญฺจิเม ภิกฺขเว อาทีนวา อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺตสฺส อตฺตโนปิ ตสฺมึ สเร สารชฺชติ ปเรปิ ตสฺมึ สเร สารชฺชนฺติ คหปติกาปิ อุชฺฌายนฺติ สรกุตฺตึปิ นิกามยมานสฺส สมาธิสฺส ภงฺโค โหติ ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคติมาปชฺชติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ อาทีนวา อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺตสฺส น ภิกฺขเว อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺโม คายิตพฺโพ โย คาเยยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้าย เพลงขับ ชาวบ้านเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระสมณะเชื้อสายพระศากย- *บุตรเหล่านี้ สวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ เหมือนพวกเราขับ ภิกษุ ทั้งหลายได้ยินพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์จึงได้สวดพระธรรม ด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ... จริงหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียน ... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถารับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลง ขับ มีโทษ ๕ ประการนี้ คือ:- ๑. ตนยินดีในเสียงนั้น ๒. คนอื่นก็ยินดีในเสียงนั้น ๓. ชาวบ้านติเตียน ๔. สมาธิของผู้พอใจการทำเสียงย่อมเสียไป ๕. ภิกษุชั้นหลังจะถือเป็นเยี่ยงอย่าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษ ๕ ประการนี้แล ของภิกษุผู้สวดพระธรรมด้วย ทำนองยาวคล้ายเพลงขับ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวดพระธรรมด้วยทำนองยาวคล้ายเพลงขับ รูปใดสวด ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ เรื่องการสวดสรภัญญะ

ข้อ ๒๑

เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู สรภญฺเญ กุกฺกุจฺจายนฺติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อนุชานามิ ภิกฺขเว สรภญฺญนฺติ ฯ

สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายรังเกียจในการสวดสรภัญญะ จึงกราบ ทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สวดเป็น ทำนองสรภัญญะได้ ฯ

ข้อ ๒๒

เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู พาหิรโลมึ อุณฺณึ ธาเรนฺติ ฯ มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ ฯเปฯ เสยฺยถาปิ คิหี กามโภคิโนติ ฯ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ ฯเปฯ น ภิกฺขเว พาหิรโลมี อุณฺณี ธาเรตพฺพา โย ธาเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ฯ

สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ห่มผ้าขนสัตว์ มีขนข้างนอก ชาวบ้าน เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ... เหมือนพวกคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ... ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงห่มผ้าขนสัตว์ มีขนข้างนอก รูปใดห่ม ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย