อุปสัมบันล้ออุปสัมบัน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๔๖อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ น ขุํเสตุกาโม น วมฺเภตุกาโม น มงฺกุกตฺตุกาโม ทวกมฺยตา หีเนน หีนํ วเทติ จณฺฑาลํ เวณํ เนสาทํ รถการํ ปุกฺกุสํ จณฺฑาโลสิ เวโณสิ เนสาโทสิ รถกาโรสิ ปุกฺกุโสสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุพฺภาสิตสฺส ฯ อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ น ขุํเสตุกาโม น วมฺเภตุกาโม น มงฺกุกตฺตุกาโม ทวกมฺยตา หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ ขตฺติยํ พฺราหฺมณํ จณฺฑาโลสิ เวโณสิ เนสาโทสิ รถกาโรสิ ปุกฺกุโสสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุพฺภาสิตสฺส ฯ {๒๔๖.๑} อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ น ขุํเสตุกาโม น วมฺเภตุกาโม น มงฺกุกตฺตุกาโม ทวกมฺยตา อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ จณฺฑาลํ เวณํ เนสาทํ รถการํ ปุกฺกุสํ ขตฺติโยสิ พฺราหฺมโณสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุพฺภาสิตสฺส ฯ {๒๔๖.๒} อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ น ขุํเสตุกาโม น วมฺเภตุกาโม น มงฺกุกตฺตุกาโม ทวกมฺยตา อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ ขตฺติยํ พฺราหฺมณํ ขตฺติโยสิ พฺราหฺมโณสีติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุพฺภาสิตสฺส ฯเปฯ {๒๔๖.๓} อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ น ขุํเสตุกาโม น วมฺเภตุกาโม น มงฺกุกตฺตุกาโม ทวกมฺยตา หีเนน หีนํ วเทติ ฯเปฯ หีเนน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ ฯเปฯ อุกฺกฏฺเฐน หีนํ วเทติ ฯเปฯ อุกฺกฏฺเฐน อุกฺกฏฺฐํ วเทติ ปณฺฑิตํ พฺยตฺตํ เมธาวึ พหุสฺสุตํ ธมฺมกถิกํ ปณฺฑิโตสิ พฺยตฺโตสิ เมธาวีสิ พหุสฺสุโตสิ ธมฺมกถิโกสิ นตฺถิ ตุยฺหํ ทุคฺคติ สุคติเยว ตุยฺหํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุพฺภาสิตสฺส ฯ
๒๔๗อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ น ขุํเสตุกาโม น วมฺเภตุกาโม น มงฺกุกตฺตุกาโม ทวกมฺยตา เอวํ วเทติ สนฺติ อิเธกจฺเจ จณฺฑาลา เวณา เนสาทา รถการา ปุกฺกุสาติ ภณติ ฯเปฯ สนฺติ อิเธกจฺเจ ปณฺฑิตา พฺยตฺตา เมธาวิโน พหุสฺสุตา ธมฺมกถิกา นตฺถิ เตสํ ทุคฺคติ สุคติเยว เตสํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุพฺภาสิตสฺส ฯ
๒๔๘อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ น ขุํเสตุกาโม น วมฺเภตุกาโม น มงฺกุกตฺตุกาโม ทวกมฺยตา เอวํ วเทติ เย นูน จณฺฑาลา เวณา เนสาทา รถการา ปุกฺกุสาติ ภณติ ฯเปฯ เย นูน ปณฺฑิตา พฺยตฺตา เมธาวิโน พหุสฺสุตา ธมฺมกถิกาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุพฺภาสิตสฺส ฯ
๒๔๙อุปสมฺปนฺโน อุปสมฺปนฺนํ น ขุํเสตุกาโม น วมฺเภตุกาโม น มงฺกุกตฺตุกาโม ทวกมฺยตา เอวํ วเทติ น มยํ จณฺฑาลา เวณา เนสาทา รถการา ปุกฺกุสาติ ภณติ ฯเปฯ น มยํ ปณฺฑิตา พฺยตฺตา เมธาวิโน พหุสฺสุตา ธมฺมกถิกา นตฺถิ อมฺหากํ ทุคฺคติ สุคติเยว อมฺหากํ ปาฏิกงฺขาติ ภณติ อาปตฺติ วาจาย วาจาย ทุพฺภาสิตสฺส ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ
อุปสัมบันไม่ต้องการจะด่า ไม่ต้องการจะสบประมาท ไม่ต้องการจะทำ ให้อุปสัมบันเก้อเขิน แต่ต้องการจะเล่น กล่าวกับอุปสัมบันชาติกำเนิดต่ำด้วย(คำบ่งถึง)ชาติกำเนิดต่ำ คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นคนจัณฑาล กับอุปสัมบันผู้เป็นคนจักสาน กับอุปสัมบันผู้เป็นนายพราน กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างรถ กับอุปสัมบันผู้เป็นคนเทขยะว่า “ท่านเป็นคนจัณฑาล ท่านเป็นคนจักสาน ท่านเป็นนายพรานท่านเป็นช่างรถ ท่านเป็นคนเทขยะ” ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด อุปสัมบันไม่ต้องการจะด่า ไม่ต้องการจะสบประมาท ไม่ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน แต่ต้องการจะเล่น กล่าวกับอุปสัมบันชาติกำเนิดสูงด้วย(คำบ่งถึง)ชาติกำเนิดต่ำ คือ กล่าวกับอุปสัมบันชาติกำเนิดกษัตริย์ ชาติกำเนิดพราหมณ์ว่า“ท่านเป็นคนจัณฑาล ท่านเป็นคนจักสาน ท่านเป็นนายพราน ท่านเป็นช่างรถ ท่านเป็นคนเทขยะ” ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดสูง อุปสัมบันไม่ต้องการจะด่า ไม่ต้องการจะสบประมาท ไม่ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน แต่ต้องการจะเล่น กล่าวกับอุปสัมบันชาติกำเนิดต่ำด้วย(คำบ่ง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๑๙}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ ถึง)ชาติกำเนิดสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นจัณฑาล กับอุปสัมบันผู้เป็นคนจักสาน กับอุปสัมบันผู้เป็นนายพราน กับอุปสัมบันผู้เป็นช่างรถ กับอุปสัมบันผู้เป็นคนเทขยะว่า “ท่านเป็นกษัตริย์ ท่านเป็นพราหมณ์” ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด อุปสัมบันไม่ต้องการจะด่า ไม่ต้องการจะสบประมาท ไม่ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน แต่ต้องการจะเล่น กล่าวกับอุปสัมบันชาติกำเนิดสูงด้วย(คำบ่งถึง)ชาติกำเนิดสูง คือ กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นกษัตริย์ กับอุปสัมบันผู้เป็นพราหมณ์ว่า“ท่านเป็นกษัตริย์ ท่านเป็นพราหมณ์” ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด ๒. กล่าวเสียดสีด้วยชื่อ อุปสัมบันไม่ต้องการจะด่า ไม่ต้องการจะสบประมาท ไม่ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน แต่ต้องการจะเล่น กล่าวกับอุปสัมบันมีชื่อเลวด้วยชื่อที่เลว ฯลฯ กล่าวกับอุปสัมบันมีชื่อดีด้วยชื่อที่เลว ฯลฯ กล่าวกับอุปสัมบันมีชื่อที่เลวด้วยชื่อที่ดีฯลฯ กล่าวกับอุปสัมบันมีชื่อดีด้วยชื่อที่ดี ฯลฯ ๑๐. กล่าวเสียดสีด้วยคำด่า กล่าวกับอุปสัมบันผู้เป็นบัณฑิต กับอุปสัมบันผู้ฉลาด กับอุปสัมบันผู้เป็นนัก ปราชญ์ กับอุปสัมบันผู้เป็นพหูสูต กับอุปสัมบันผู้เป็นธรรมกถึกว่า “ท่านเป็นบัณฑิต ท่านเป็นคนฉลาด ท่านเป็นนักปราชญ์ ท่านเป็นพหูสูต ท่านเป็นธรรมกถึกท่านไม่มีทุคติ หวังได้แต่สุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด ๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ
อุปสัมบันไม่ต้องการจะด่า ไม่ต้องการจะสบประมาท ไม่ต้องการจะทำ ให้อุปสัมบันเก้อเขิน แต่ต้องการจะเล่น กล่าวอย่างนี้ว่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นคนจัณฑาล เป็นคนจักสาน เป็นนายพราน เป็นช่างรถ เป็นคนเทขยะ” ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒ หน้า : ๒๒๐}
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๕. ปาจิตติยกัณฑ์] ๑. มุสาวาทวรรค ๒. โอมสวาทสิกขาบท บทภาชนีย์ ๑๐. กล่าวเสียดสีด้วยคำด่า “ในพระธรรมวินัยนี้ มีภิกษุบางพวกเป็นบัณฑิต เป็นคนฉลาด เป็นนักปราชญ์เป็นพหูสูต เป็นธรรมกถึก พวกเธอไม่มีทุคติ หวังได้แต่สุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด ๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิดต่ำ อุปสัมบันไม่ต้องการจะด่า ไม่ต้องการจะสบประมาท ไม่ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน แต่ต้องการจะเล่น กล่าวอย่างนี้ว่า “ภิกษุพวกใดกันแน่เป็นคนจัณฑาล เป็นคนจักสาน เป็นนายพราน เป็นช่างรถ เป็นคนเทขยะ” ฯลฯ ๑๐. กล่าวเสียดสีด้วยคำด่า “ภิกษุพวกใดกันแน่เป็นบัณฑิต เป็นคนฉลาด เป็นนักปราชญ์ เป็นพหูสูต เป็นธรรมกถึก” ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด ๑. กล่าวเสียดสีด้วยชาติกำเนิด อุปสัมบันไม่ต้องการจะด่า ไม่ต้องการจะสบประมาท ไม่ต้องการจะทำให้อุปสัมบันเก้อเขิน แต่ต้องการจะเล่น กล่าวอย่างนี้ว่า “พวกเราไม่ใช่คนจัณฑาลคนจักสาน นายพราน ช่างรถ คนเทขยะ” ฯลฯ ๑๐. กล่าวเสียดสีด้วยคำด่า “พวกเราไม่ใช่บัณฑิต คนฉลาด นักปราชญ์ พหูสูต ธรรมกถึก พวกเรา ไม่มีทุคติ หวังได้แต่สุคติเท่านั้น” ต้องอาบัติทุพภาสิตทุกๆ คำพูด
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ศึกษาจากอรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา ปาจิตติยกัณฑ์ ปาจิตติย์ มุสาวาทวรรคที่ ๑ สิกขาบทที่ ๒