สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตุวฏฺฏวคฺคสฺส ปญฺจมสิกฺขาปทํ
๒๗๒เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ภทฺทา กาปิลานี สาเกเต วสฺสํ อุปคตา โหติ ฯ สา เกนจิเทว กรณีเยน ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา สนฺติเก ทูตํ ปาเหสิ สเจ เม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา อุปสฺสยํ ทเทยฺย คจฺเฉยฺยามหํ สาวตฺถินฺติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี เอวมาห อาคจฺฉตุ ทสฺสามีติ ฯ อถโข ภทฺทา กาปิลานี สาเกตา สาวตฺถึ อคมาสิ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ภทฺทาย กาปิลานิยา อุปสฺสยํ อทาสิ ฯ เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี พหุสฺสุตา โหติ ภาณิกา วิสารทา ปฏฺฐา ธมฺมึ กถํ กาตุํ ฯ ภทฺทาปิ กาปิลานี พหุสฺสุตา โหติ ภาณิกา วิสารทา ปฏฺฐา ธมฺมึ กถํ กาตุํ อุฬารสมฺภาวิตา ฯ มนุสฺสา อยฺยา ภทฺทา กาปิลานี พหุสฺสุตา ภาณิกา วิสารทา ปฏฺฐา ธมฺมึ กถํ กาตุํ อุฬารสมฺภาวิตาติ ภทฺทํ กาปิลานึ ปฐมํ ปยิรุปาสิตฺวา ปจฺฉา ถุลฺลนนฺทํ ภิกฺขุนึ ปยิรุปาสนฺติ ฯ ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อิสฺสาปกตา อิมา กิร อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ปวิวิตฺตา อสํสฏฺฐา ยา อิมา สญฺญตฺติพหุลา วิญฺญตฺติพหุลา วิหรนฺตีติ กุปิตา อนตฺตมนา ภทฺทํ กาปิลานึ อุปสฺสยา นิกฺกฑฺฒิ ฯ {๒๗๒.๑} ยา ตา ภิกฺขุนิโย อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ ตา อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อยฺยา ถุลฺลนนฺทา อยฺยาย ภทฺทาย กาปิลานิยา อุปสฺสยํ ทตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา นิกฺกฑฺฒิสฺสตีติ ฯเปฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ภทฺทาย กาปิลานิยา อุปสฺสยํ ทตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา นิกฺกฑฺฒตีติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา กถํ หิ นาม ภิกฺขเว ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ภทฺทาย กาปิลานิยา อุปสฺสยํ ทตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา นิกฺกฑฺฒิสฺสติ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุนิโย อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิสนฺตุ {๒๗๒.๒} ยา ปน ภิกฺขุนี ภิกฺขุนิยา อุปสฺสยํ ทตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา นิกฺกฑฺเฒยฺย วา นิกฺกฑฺฒาเปยฺย วา ปาจิตฺติยนฺติ ฯ
๒๗๓ยา ปนาติ ยา ยาทิสา ฯเปฯ ภิกฺขุนีติ ฯเปฯ อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปตา ภิกฺขุนีติ ฯ ภิกฺขุนิยาติ อญฺญาย ภิกฺขุนิยา ฯ อุปสฺสโย นาม กวาฏพทฺโธ วุจฺจติ ฯ ทตฺวาติ สยํ ทตฺวา ฯ กุปิตา อนตฺตมนาติ อนภิรทฺธา อาหตจิตฺตา ขีลชาตา ฯ นิกฺกฑฺเฒยฺยาติ คพฺเภ คเหตฺวา ปมุขํ นิกฺกฑฺฒติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ปมุขํ คเหตฺวา พหิ นิกฺกฑฺฒติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ เอเกน ปโยเคน พหุเกปิ ทฺวาเร อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ นิกฺกฑฺฒาเปยฺยาติ อญฺญํ อาณาเปติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ สกึ อาณตฺตา พหุเกปิ ทฺวาเร อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ
๒๗๔อุปสมฺปนฺนาย อุปสมฺปนฺนสญฺญา อุปสฺสยํ ทตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุปสมฺปนฺนาย เวมติกา อุปสฺสยํ ทตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ อุปสมฺปนฺนาย อนุปสมฺปนฺนสญฺญา อุปสฺสยํ ทตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ตสฺสา ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อกวาฏพทฺธา นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตสฺสา ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺนํ กวาฏพทฺธา วา อกวาฏพทฺธา วา นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ ตสฺสา ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺนาย อุปสมฺปนฺนสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺนาย เวมติกา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ อนุปสมฺปนฺนาย อนุปสมฺปนฺนสญฺญา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ
๒๗๕อนาปตฺติ อลชฺชินึ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ตสฺสา ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อุมฺมตฺติกํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ตสฺสา ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ภณฺฑนการิกํ ... กลหการิกํ ... วิวาทการิกํ ... ภสฺสการิกํ ... สงฺเฆ อธิกรณการิกํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ตสฺสา ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อนฺเตวาสินึ วา สทฺธิวิหารินึ วา นสมฺมาวตฺตนฺตึ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา ตสฺสา ปริกฺขารํ นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา อุมฺมตฺติกาย อาทิกมฺมิกายาติ ฯ --------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๕ นิทานวัตถุ ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๕ ว่าด้วยการฉุดลากออก เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พระภัททกาปิลานีจำพรรษาที่เมืองสาเกต เธอส่งทูตไปสำนักของภิกษุณีถุลลนันทาด้วยธุระบางอย่าง ให้แจ้งว่า“ถ้าแม่เจ้าถุลลนันทาให้ที่พัก ดิฉันจะมากรุงสาวัตถี” ภิกษุณีถุลลนันทากล่าวว่า “เชิญมาเถิด ดิฉันจะให้” ลำดับนั้น พระภัททกาปิลานีเดินทางจากเมืองสาเกตไปถึงกรุงสาวัตถี ภิกษุณีถุลลนันทาได้ให้ที่พักแก่พระภัททกาปิลานี สมัยนั้น ภิกษุณีถุลลนันทาเป็นพหูสูต เป็นนักพูด แกล้วกล้า สามารถ กล่าวธรรมีกถา แม้พระภัททกาปิลานีก็เป็นพหูสูต เป็นนักพูด แกล้วกล้า สามารถกล่าวธรรมีกถา ทั้งเธอก็ได้รับสรรเสริญว่า มีคุณสมบัติยิ่งกว่า คนทั้งหลายเห็นว่า ภิกษุณีภัททกาปิลานีเป็นพหูสูต เป็นนักพูด แกล้วกล้า สามารถกล่าวธรรมีกถา ทั้งเธอก็ได้รับสรรเสริญว่ามีคุณสมบัติยิ่งกว่า จึงเข้าไปหาพระเถรีก่อนแล้วไปหาภิกษุณีถุลลนันทาภายหลัง ภิกษุณีถุลลนันทารู้ว่า “ธรรมดาภิกษุณีผู้สาละวนอยู่กับการอภิปรายเรื่องราวให้ผู้อื่นเข้าใจ ย่อมมักน้อย สันโดษชอบสงัด ไม่คลุกคลี” จึงโกรธ ขัดใจ ฉุดลากพระภัททกาปิลานีออกจากห้อง บรรดาภิกษุณีผู้มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉน เจ้าถุลลนันทาให้ที่พักแก่แม่เจ้าภัททกาปิลานีแล้วโกรธ ขัดใจ ฉุดลากออกไปเล่า”ครั้นแล้ว ภิกษุณีเหล่านั้นได้นำเรื่องนี้ไปบอกภิกษุทั้งหลายให้ทราบ พวกภิกษุได้นำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๒๒๒}
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๕ สิกขาบทวิภังค์ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า ภิกษุณีถุลลนันทาให้ที่พักแก่ภัททกาปิลานีแล้วโกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากออกไป จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า“จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ฯลฯ ภิกษุทั้งหลายไฉนภิกษุณีถุลลนันทาให้ที่พักแก่ภัททกาปิลานีแล้วโกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากออกไปเล่าภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส หรือทำคนที่เลื่อมใสอยู่แล้วให้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได้เลย ฯลฯ” แล้วจึงรับสั่งให้ภิกษุณีทั้งหลายยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงดังนี้ พระบัญญัติ
ก็ภิกษุณีใดให้ที่พักแก่ภิกษุณีแล้ว โกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากออกไปหรือใช้ให้ฉุดลากออกไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา จบ สิกขาบทวิภังค์
คำว่า ก็ ... ใด คือ ผู้ใด ผู้เช่นใด ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ก็ ... ใด คำว่า ภิกษุณี มีอธิบายว่า ชื่อว่าภิกษุณี เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระ ผู้มีพระภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุณี ในความหมายนี้ คำว่า แก่ภิกษุณี คือ ภิกษุณีรูปอื่น ที่ชื่อว่า ที่พัก พระผู้มีพระภาคตรัสหมายถึงที่พักที่มีประตู คำว่า ให้ คือ ให้ด้วยตนเอง คำว่า โกรธ ไม่พอใจ คือ ไม่ชอบใจ แค้นใจ เจ็บใจ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๒๒๓}
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๕ บทภาชนีย์ คำว่า ฉุดลาก ความว่า จับในห้องแล้วฉุดลากออกมาหน้าห้อง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ จับที่หน้าห้องแล้วฉุดลากออกข้างนอก ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ภิกษุณีฉุดลากพ้นประตูหลายประตูด้วยความพยายามครั้งเดียว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ คำว่า ใช้ให้ฉุดลาก คือ ภิกษุณีสั่งผู้อื่น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ผู้รับคำสั่ง ครั้งเดียวแต่ฉุดออกไปพ้นหลายประตู ภิกษุณีผู้สั่ง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์
อุปสัมบัน ภิกษุณีสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน ให้ที่พักแล้วโกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากหรือใช้ให้ฉุดลาก ต้องอาบัติปาจิตตีย์ อุปสัมบัน ภิกษุณีไม่แน่ใจ ให้ที่พักแล้วโกรธ ไม่พอใจ ฉุดลากหรือใช้ให้ฉุดลากต้องอาบัติปาจิตตีย์ อุปสัมบัน ภิกษุณีสำคัญว่าเป็นอนุปสัมบัน ให้ที่พักแล้วโกรธ ไม่พอใจ ฉุด ลากหรือใช้ให้ฉุดลาก ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกกฏ ขน หรือใช้ผู้อื่นให้ขนบริขารของเธอ ต้องอาบัติทุกกฏ ฉุดลาก หรือใช้ผู้อื่นให้ฉุดลากจากสถานที่ไม่มีประตู ต้องอาบัติทุกกฏ ขน หรือใช้ผู้อื่นให้ขนบริขารของเธอ ต้องอาบัติทุกกฏ ฉุดลาก หรือใช้ผู้อื่นให้ฉุดลากอนุปสัมบัน จากที่มีประตูหรือไม่มีประตู ต้องอาบัติทุกกฏ ขน หรือใช้ผู้อื่นให้ขนบริขารของเธอ ต้องอาบัติทุกกฏ อนุปสัมบัน ภิกษุณีสำคัญว่าเป็นอุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ อนุปสัมบัน ภิกษุณีไม่แน่ใจ ต้องอาบัติทุกกฏ อนุปสัมบัน ภิกษุณีสำคัญว่าเป็นอนุปสัมบัน ต้องอาบัติทุกกฏ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๒๒๔}
พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์ [๔. ปาจิตติยกัณฑ์] ๔. ตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๕ อนาปัตติวาร อนาปัตติวาร ภิกษุณีต่อไปนี้ไม่ต้องอาบัติ คือ
๑. ภิกษุณีฉุดลากหรือใช้ผู้อื่นให้ฉุดลากภิกษุณีไม่มีความละอาย ๒. ภิกษุณีขนหรือใช้ผู้อื่นให้ขนบริขารของภิกษุณีไม่มีความละอายนั้น ๓. ภิกษุณีฉุดลากหรือใช้ผู้อื่นให้ฉุดลากภิกษุณีวิกลจริต ๔. ภิกษุณีขน หรือใช้ผู้อื่นขนบริขารของภิกษุณีวิกลจริตนั้น ๕. ภิกษุณีฉุดลากหรือใช้ผู้อื่นให้ฉุดลากภิกษุณีผู้ก่อความบาดหมาง ... ก่อการทะเลาะ ... ก่อการวิวาท... ก่อความอื้อฉาว ... ก่อ อธิกรณ์ในสงฆ์ ๖. ภิกษุณีขนหรือใช้ผู้อื่นให้ขนบริขารของภิกษุณีผู้ก่อความบาดหมาง ... ก่อการทะเลาะ ... ก่อการวิวาท ... ก่อความอื้อฉาว ... ก่ออธิกรณ์ในสงฆ์นั้น ๗. ภิกษุณีฉุดลากหรือใช้ผู้อื่นให้ฉุดลากอันเตวาสินีหรือสัทธิวิหารินี ผู้ประพฤติไม่ชอบ ๘. ภิกษุณีขนหรือใช้ผู้อื่นให้ขนบริขารของภิกษุณีอันเตวาสินีหรือ สัทธิวิหารินีผู้ประพฤติไม่ชอบนั้น ๙. ภิกษุณีวิกลจริต ๑๐. ภิกษุณีต้นบัญญัติ สิกขาบทที่ ๕ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓ หน้า : ๒๒๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๕
วินิจฉัยในสิกขาบทที่ ๕ พึงทราบดังนี้ :-
ในคำว่า อญฺญํ อาณาเปติ นี้ มีวินิจฉัยดังนี้ :-
ถ้าภิกษุณีผู้ได้รับสั่งว่า เธอจงฉุดออกไป ฉุดคร่าให้เลยประตูแม้มากออกไป โดยประโยคเดียว ก็เป็นอาบัติตัวเดียว. ถ้าได้รับสั่งอย่างนี้ว่า จงฉุดให้เลยประตูนี้และนี้ออกไป ฉุดให้เลยออกไป เป็นอาบัติหลายตัว โดยการนับประตู.
คำที่เหลือง่ายทั้งนั้น.
สิกขาบทนี้มีสมุฏฐาน ๓ เป็นกิริยา สัญญาวิโมกข์ สจิตตกะ โลกวัชชะ กายกรรม วจีกรรม อกุศลจิต เป็นทุกขเวทนา แล.
อรรถกถาตุวัฏฏวรรค สิกขาบทที่ ๕ จบ. -----------------------------------------------------