อุกเขปนียกรรม ฐานไม่ทำคืนอาบัติ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๒๒๕เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา ฉนฺโน อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา น อิจฺฉติ อาปตฺตึ ปฏิกาตุํ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม อายสฺมา ฉนฺโน อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา น อิจฺฉิสฺสติ อาปตฺตึ ปฏิกาตุนฺติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ อถโข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฉนฺโน ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา น อิจฺฉติ อาปตฺตึ ปฏิกาตุนฺติ ฯ สจฺจํ ภควาติ ฯ วิครหิ พุทฺโธ ภควา อนนุจฺฉวิกํ ฯเปฯ อกรณียํ กถํ หิ นาม โส ภิกฺขเว โมฆปุริโส อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา น อิจฺฉิสฺสติ อาปตฺตึ ปฏิกาตุํ เนตํ ภิกฺขเว อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย ฯเปฯ วิครหิตฺวา ฯเปฯ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรตุ อสมฺโภคํ สงฺเฆน ฯ
๒๒๖เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว กาตพฺพํ ฯ ปฐมํ ฉนฺโน ภิกฺขุ โจเทตพฺโพ โจเทตฺวา สาเรตพฺโพ สาเรตฺวา อาปตฺติ อาโรเปตพฺพา อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๒๒๖.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ ฉนฺโน ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา น อิจฺฉติ อาปตฺตึ ปฏิกาตุํ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ กเรยฺย อสมฺโภคํ สงฺเฆน ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๒๒๖.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ ฉนฺโน ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา น อิจฺฉติ อาปตฺตึ ปฏิกาตุํ ฯ สงฺโฆ ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ อสมฺโภคํ สงฺเฆน ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมสฺส กรณํ อสมฺโภคํ สงฺเฆน โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๒๒๖.๓} ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯ สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ ฉนฺโน ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา น อิจฺฉติ อาปตฺตึ ปฏิกาตุํ ฯ สงฺโฆ ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ กโรติ อสมฺโภคํ สงฺเฆน ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมสฺส กรณํ อสมฺโภคํ สงฺเฆน โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๒๒๖.๔} กตํ สงฺเฆน ฉนฺนสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ อสมฺโภคํ สงฺเฆน ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ {๒๒๖.๕} อาวาสปรมฺปรญฺจ ภิกฺขเว สํสถ ฉนฺโน ภิกฺขุ สงฺเฆน อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมกโต อสมฺโภคํ สงฺเฆนาติ ฯ
๒๒๗ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อสมฺมุขา กตํ โหติ อปฺปฏิปุจฺฉา กตํ โหติ อปฺปฏิญฺญาย กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ
๒๒๘อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ อนาปตฺติยา กตํ โหติ อเทสนาคามินิยา อาปตฺติยา กตํ โหติ เทสิตาย อาปตฺติยา กตํ โหติ ฯเปฯ
๒๒๙อปเรหิปิ ฯเปฯ อโจเทตฺวา กตํ โหติ อสาเรตฺวา กตํ โหติ อาปตฺตึ อนาโรเปตฺวา กตํ โหติ ฯเปฯ
๒๓๐อปเรหิปิ ฯเปฯ อสมฺมุขา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๓๑อปเรหิปิ ฯเปฯ อปฺปฏิปุจฺฉา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๓๒อปเรหิปิ ฯเปฯ อปฺปฏิญฺญาย กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๓๓อปเรหิปิ ฯเปฯ อนาปตฺติยา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๓๔อปเรหิปิ ฯเปฯ อเทสนาคามินิยา อาปตฺติยา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ ฯเปฯ
๒๓๕อปเรหิปิ ฯเปฯ เทสิตาย อาปตฺติยา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ ฯเปฯ
๒๓๖อปเรหิปิ ฯเปฯ อโจเทตฺวา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๓๗อปเรหิปิ ฯเปฯ อสาเรตฺวา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๓๘อปเรหิปิ ฯเปฯ อาปตฺตึ อนาโรเปตฺวา กตํ โหติ อธมฺเมน กตํ โหติ วคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ อธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ อวินยกมฺมญฺจ ทุวูปสนฺตญฺจ ฯ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺเม อธมฺมกมฺมทฺวาทสกํนิฏฺฐิตํ ฯ
๒๓๙ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ สมฺมุขา กตํ โหติ ปฏิปุจฺฉา กตํ โหติ ปฏิญฺญาย กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ
๒๔๐อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ อาปตฺติยา กตํ โหติ เทสนาคามินิยา อาปตฺติยา กตํ โหติ อเทสิตาย อาปตฺติยา กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ
๒๔๑อปเรหิปิ ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ โจเทตฺวา กตํ โหติ สาเรตฺวา กตํ โหติ อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ
๒๔๒ตีหิ ภิกฺขเว องฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ สมฺมุขา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯเปฯ
๒๔๓อปเรหิปิ ฯเปฯ ปฏิปุจฺฉา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ ฯเปฯ
๒๔๔อปเรหิปิ ฯเปฯ ปฏิญฺญาย กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๔๕อปเรหิ ฯเปฯ อาปตฺติยา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๔๖อปเรหิ ฯเปฯ เทสนาคามินิยา อาปตฺติยา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ ฯเปฯ
๒๔๗อปเรหิปิ ฯเปฯ อเทสิตาย อาปตฺติยา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ ฯเปฯ
๒๔๘อปเรหิปิ ฯเปฯ โจเทตฺวา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๔๙อปเรหิปิ ฯเปฯ สาเรตฺวา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ ฯเปฯ
๒๕๐อปเรหิปิ ฯเปฯ อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา กตํ โหติ ธมฺเมน กตํ โหติ สมคฺเคน กตํ โหติ อิเมหิ โข ภิกฺขเว ตีหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺมํ ธมฺมกมฺมญฺเจว โหติ วินยกมฺมญฺจ สุวูปสนฺตญฺจ ฯ อาปตฺติยา อปฺปฏิกมฺเม อุกฺเขปนียกมฺเม ธมฺมกมฺมทฺวาทสกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ(แสดงอาบัติ) เรื่องภิกษุชื่อฉันนะ
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ โฆสิตาราม เขตกรุง โกสัมพี ครั้งนั้น ภิกษุชื่อฉันนะต้องอาบัติแล้วไม่ปรารถนาจะทำคืนอาบัติ ภิกษุผู้มักน้อยสันโดษ ฯลฯ ตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนภิกษุชื่อ ฉันนะ ต้องอาบัติแล้วไม่ปรารถนาจะทำคืนอาบัติเล่า” ดังนี้แล้วนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๐๘}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ทรงสอบถามแล้วตำหนิ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งให้ประชุมสงฆ์เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุ ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า ภิกษุชื่อฉันนะต้องอาบัติแล้วไม่ปรารถนาจะทำคืน จริงหรือ” พวกภิกษุทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงตำหนิว่า “ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนั้น ไม่สมควร ฯลฯ ไม่ควรทำเลย ภิกษุทั้งหลาย ไฉนโมฆบุรุษนั้นต้องอาบัติแล้วไม่ปรารถนาทำคืนอาบัติเล่า ภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนี้ มิได้ทำคนที่ยังไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใสฯลฯ ครั้นทรงตำหนิแล้ว ฯลฯ ทรงแสดงธรรมีกถาแล้วรับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอย่างนั้น สงฆ์จงลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุชื่อฉันนะ ห้ามสมโภคกับสงฆ์” วิธีลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติและกรรมวาจา ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงลงอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติอย่างนี้ คือเบื้องต้นโจทภิกษุชื่อฉันนะครั้นแล้วให้ภิกษุชื่อฉันนะนั้นให้การปรับอาบัติ ครั้นปรับอาบัติแล้ว ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจาว่า “ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อฉันนะนี้ต้องอาบัติแล้วไม่ปรารถนาจะทำคืนอาบัติ ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้วพึงลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุชื่อฉันนะ ห้ามสมโภคกับสงฆ์ นี่เป็นญัตติ ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อฉันนะนี้ต้องอาบัติแล้วไม่ปรารถนาจะทำคืนอาบัติ สงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุชื่อฉันนะ ห้ามสมโภคกับสงฆ์ ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุชื่อฉันนะ ห้ามสมโภคกับสงฆ์ ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วยท่านรูปนั้นพึงทักท้วง แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๐๙}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อฉันนะนี้ต้องอาบัติแล้วไม่ปรารถนาจะทำคืนอาบัติ สงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุชื่อฉันนะ ห้ามสมโภคกับสงฆ์ ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติแก่ภิกษุชื่อฉันนะ ห้ามสมโภคกับสงฆ์ ท่านรูปนั้น พึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ สงฆ์ลงแก่ภิกษุชื่อฉันนะแล้ว ห้ามสมโภคกับสงฆ์ สงฆ์เห็นด้วย เพราะเหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือเอาความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้” ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงบอกภิกษุในอาวาสต่อๆ ไปว่า “ภิกษุชื่อฉันนะ ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ห้ามสมโภคกับสงฆ์” อธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติที่ไม่ชอบธรรม ๑๒ หมวด หมวดที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วย องค์ ๓ ที่จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย และระงับไม่ดี คือ ๑. ลงลับหลัง ๒. ลงโดยไม่สอบถาม ๓. ไม่ลงตามปฏิญญา ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ที่จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย แลระงับไม่ดี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๐}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ หมวดที่ ๒ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ที่จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย และระงับไม่ดี คือ ๑. ลงเพราะไม่ต้องอาบัติ ๒. ลงเพราะอาบัติที่เป็นอเทสนาคามินี ๓. ลงเพราะอาบัติที่แสดงแล้ว ฯลฯ หมวดที่ ๓ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ไม่โจทก่อนแล้วจึงลง ๒. ไม่ให้จำเลยให้การก่อนแล้วจึงลง ๓. ไม่ปรับอาบัติก่อนแล้วจึงลง ฯลฯ หมวดที่ ๔ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ลงลับหลัง ๒. ลงโดยไม่ชอบธรรม ๓. สงฆ์แบ่งพวกกันลง ฯลฯ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ฯลฯ หมวดที่ ๕ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๑}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๑. ลงโดยไม่สอบถาม ๒. ลงโดยไม่ชอบธรรม ๓. สงฆ์แบ่งพวกกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ฯลฯ หมวดที่ ๖ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ไม่ลงตามปฏิญญา ๒. ลงโดยไม่ชอบธรรม ๓. สงฆ์แบ่งพวกกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ฯลฯ หมวดที่ ๗ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ลงเพราะไม่ต้องอาบัติ ๒. ลงโดยไม่ชอบธรรม ๓. สงฆ์แบ่งพวกกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ฯลฯ หมวดที่ ๘ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๒}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๑. ลงเพราะอาบัติที่เป็นอเทสนาคามินี ๒. ลงโดยไม่ชอบธรรม ๓. สงฆ์แบ่งพวกกันลง ฯลฯ หมวดที่ ๙ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ลงเพราะอาบัติที่แสดงแล้ว ๒. ลงโดยไม่ชอบธรรม ๓. สงฆ์แบ่งพวกกันลง ฯลฯ หมวดที่ ๑๐ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ไม่โจทก่อนแล้วจึงลง ๒. ลงโดยไม่ชอบธรรม ๓. สงฆ์แบ่งพวกกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ฯลฯ หมวดที่ ๑๑ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ไม่ให้จำเลยให้การก่อนแล้วจึงลง ๒. ลงโดยไม่ชอบธรรม ๓. สงฆ์แบ่งพวกกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๓}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ หมวดที่ ๑๒ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ไม่ปรับอาบัติก่อนแล้วจึงลง ๒. ลงโดยไม่ชอบธรรม ๓. สงฆ์แบ่งพวกกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ที่จัดว่าเป็นกรรมไม่ชอบด้วยธรรม เป็นกรรมไม่ชอบด้วยวินัย และระงับไม่ดี อธัมมกัมมทวาทสกะ ในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ จบ ธัมมกัมมทวาทสกะ ว่าด้วยอุกเขปนียกรรม เพราะไม่ทำคืนอาบัติที่ชอบธรรม ๑๒ หมวด หมวดที่ ๑
ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ ที่จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย และระงับดี คือ ๑. ลงต่อหน้า ๒. ลงโดยสอบถามก่อน ๓. ลงตามปฏิญญา ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ที่จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย และระงับดี หมวดที่ ๒ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ที่จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย และระงับดี คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๔}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๑. ลงเพราะต้องอาบัติ ๒. ลงเพราะอาบัติที่เป็นเทสนาคามินี ๓. ลงเพราะอาบัติที่ยังไม่ได้แสดง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ที่จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย และระงับดีหมวดที่ ๓ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่งที่จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย และระงับดี คือ ๑. โจทก่อนแล้วจึงลง ๒. ให้จำเลยให้การก่อนแล้วจึงลง ๓. ปรับอาบัติก่อนแล้วจึงลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ที่จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย และระงับดีหมวดที่ ๔ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ที่จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย และระงับดีคือ ๑. ลงต่อหน้า ๒. ลงโดยชอบธรรม ๓. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ที่จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย และระงับดีหมวดที่ ๕ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๕}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๑. ลงโดยสอบถามก่อน ๒. ลงโดยชอบธรรม ๓. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลง ฯลฯ หมวดที่ ๖ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ลงตามปฏิญญา ๒. ลงโดยชอบธรรม ๓. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ฯลฯ หมวดที่ ๗ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ลงเพราะต้องอาบัติ ๒. ลงโดยชอบธรรม ๓. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลง ฯลฯ หมวดที่ ๘ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ลงเพราะอาบัติที่เป็นเทสนาคามินี ๒. ลงโดยชอบธรรม ๓. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลง ฯลฯ หมวดที่ ๙ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๖}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ๑. ลงเพราะอาบัติที่ยังไม่ได้แสดง ๒. ลงโดยชอบธรรม ๓. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลง ฯลฯ หมวดที่ ๑๐ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. โจทก่อนแล้วจึงลง ๒. ลงโดยชอบธรรม ๓. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ฯลฯ หมวดที่ ๑๑ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ให้จำเลยให้การก่อนแล้วจึงลง ๒. ลงโดยชอบธรรม ๓. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลง ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ฯลฯ หมวดที่ ๑๒ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ อีกอย่างหนึ่ง ฯลฯ คือ ๑. ปรับอาบัติก่อนแล้วจึงลง ๒. ลงโดยชอบธรรม ๓. สงฆ์พร้อมเพรียงกันลง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๑๑๗}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๑. กัมมขันธกะ] ๖. อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ภิกษุทั้งหลาย อุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ ประกอบด้วยองค์ ๓ เหล่านี้แล ที่จัดว่าเป็นกรรมชอบด้วยธรรม เป็นกรรมชอบด้วยวินัย และระงับดี ธัมมกัมมทวาทสกะ ในอุกเขปนียกรรมเพราะไม่ทำคืนอาบัติ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๑๗๔. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๑ กัมมขันธกะ อุกเขปนียกรรมที่ ๕ เรื่องพระฉันนะเป็นต้น