อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา

ปริวาส ๒ เดือน เป็นต้น

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๔๖–๔๕๕พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 10 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 10 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 9 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปนฺโน โหติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ ตสฺส เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ ฯ ตสฺส สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ {๔๔๖.๑} โส ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ อหํ อาวุโส เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ กถํ นุ โข มยา ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ตสฺส ภิกฺขุโน อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทตุ ฯ

เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ทาตพฺโพ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา ฯเปฯ เอวมสฺส วจนีโย อหํ ภนฺเต เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจามีติ ฯ ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺโพ ตติยมฺปิ ยาจิตพฺโพ ฯ

พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๔๔๘.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ ตสฺส เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ ฯ ตสฺส สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ฯ ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ฯ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ทเทยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๔๔๘.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ ตสฺส เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ ฯ ตสฺส สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ฯ ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ฯ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสสฺส ทานํ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๔๔๘.๓} ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ทินฺโน สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาโส ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ {๔๔๘.๔} เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ตทุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ตสฺส เม เอตทโหสิ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ โสหํ สงฺฆํ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ เอกิสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตสฺส เม ปริวสนฺตสฺส ลชฺชิธมฺโม โอกฺกมิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ตทุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ อาปตฺตึ ชานาติ เอกํ อาปตฺตึ น ชานาติ ฯ โส สงฺฆํ ยํ อาปตฺตึ ชานาติ ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ อาปตฺตึ ชานาติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ อาปตฺตึ ชานึ เอกํ อาปตฺตึ น ชานึ โสหํ สงฺฆํ ยํ อาปตฺตึ ชานึ ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ตสฺสา อาปตฺติยา เทวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ โสหํ ปริวสนฺโต อิตรํปิ อาปตฺตึ ชานามิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ตทุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ อาปตฺตึ สรติ เอกํ อาปตฺตึ น สรติ ฯ โส สงฺฆํ ยํ อาปตฺตึ สรติ ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ อาปตฺตึ สรติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกํ อาปตฺตึ สรึ เอกํ อาปตฺตึ น สรึ โสหํ สงฺฆํ ยํ อาปตฺตึ สรึ ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ โสหํ ปริวสนฺโต อิตรมฺปิ อาปตฺตึ สรามิ ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ตทุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกาย อาปตฺติยา นิพฺเพมติโก เอกาย อาปตฺติยา เวมติโก ฯ โส สงฺฆํ ยาย อาปตฺติยา นิพฺเพมติโก ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ โส ปริวสนฺโต อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา นิพฺเพมติโก โหติ ฯ ตสฺส เอวํ โหติ อหํ โข เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกาย อาปตฺติยา นิพฺเพมติโก เอกาย อาปตฺติยา เวมติโก โสหํ สงฺฆํ ยาย อาปตฺติยา นิพฺเพมติโก ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจึ ตสฺส เม สงฺโฆ ตสฺสา อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ โสหํ ปริวสนฺโต อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา นิพฺเพมติโก ยนฺนูนาหํ สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาเจยฺยนฺติ ฯ โส สงฺฆํ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ อิตริสฺสาปิ อาปตฺติยา เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาย เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา ตทุปาทาย เทฺว มาสา ปริวสิตพฺพา ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกา อาปตฺติ ชานปฏิจฺฉนฺนา เอกา อาปตฺติ อชานปฏิจฺฉนฺนา ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส อญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ พหุสฺสุโต อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต วิยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ โส เอวํ วเทติ กึ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน กิสฺสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ เต เอวํ วเทนฺติ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกา อาปตฺติ ชานปฏิจฺฉนฺนา เอกา อาปตฺติ อชานปฏิจฺฉนฺนา โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตาโย อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน ตาสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ โส เอวํ วเทติ ยายํ อาวุโส อาปตฺติ ชานปฏิจฺฉนฺนา ธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ ธมฺมตา รูหติ ยา จ ขฺวายํ อาวุโส อาปตฺติ อชานปฏิจฺฉนฺนา อธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ อธมฺมตา น รูหติ เอติสฺสา อาวุโส อาปตฺติยา ภิกฺขุ มานตฺตารโหติ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกา อาปตฺติ สรมานปฏิจฺฉนฺนา เอกา อาปตฺติ อสรมานปฏิจฺฉนฺนา ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส อญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ พหุสฺสุโต อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต วิยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ โส เอวํ วเทติ กึ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน กิสฺสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ {๔๕๔.๑} เต เอวํ วเทนฺติ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกา อาปตฺติ สรมานปฏิจฺฉนฺนา เอกา อาปตฺติ อสรมานปฏิจฺฉนฺนา โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตาโย อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน ตาสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ โส เอวํ วเทติ ยายํ อาวุโส อาปตฺติ สรมานปฏิจฺฉนฺนา ธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ ธมฺมตา รูหติ ยา จ ขฺวายํ อาวุโส อาปตฺติ อสรมานปฏิจฺฉนฺนา อธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ อธมฺมตา น รูหติ เอติสฺสา อาวุโส อาปตฺติยา ภิกฺขุ มานตฺตารโหติ ฯ

อิธ ปน ภิกฺขเว ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกา อาปตฺติ นิพฺเพมติกปฏิจฺฉนฺนา เอกา อาปตฺติ เวมติกปฏิจฺฉนฺนา ฯ โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจติ ฯ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ เทติ ฯ ตสฺส ปริวสนฺตสฺส อญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ พหุสฺสุโต อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต วิยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม ฯ โส เอวํ วเทติ กึ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน กิสฺสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ {๔๕๕.๑} เต เอวํ วเทนฺติ อยํ อาวุโส ภิกฺขุ เทฺว สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนาโย เอกา อาปตฺติ นิพฺเพมติกปฏิจฺฉนฺนา เอกา อาปตฺติ เวมติกปฏิจฺฉนฺนา โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ ยาจิ ตสฺส สงฺโฆ ตาสํ อาปตฺตีนํ เทฺวมาสปฏิจฺฉนฺนานํ เทฺวมาสปริวาสํ อทาสิ ตาโย อยํ อาวุโส ภิกฺขุ อาปนฺโน ตาสายํ ภิกฺขุ ปริวสตีติ ฯ โส เอวํ วเทติ ยายํ อาวุโส อาปตฺติ นิพฺเพมติกปฏิจฺฉนฺนา ธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ ธมฺมตา รูหติ ยา จ ขฺวายํ อาวุโส อาปตฺติ เวมติกปฏิจฺฉนฺนา อธมฺมิกํ ตสฺสา อาปตฺติยา ปริวาสทานํ อธมฺมตา น รูหติ เอติสฺสา อาวุโส อาปตฺติยา ภิกฺขุ มานตฺตารโหติ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส เทฺวมาสปริวาส ว่าด้วยปริวาสสำหรับอาบัติ ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน

ข้อ ๑๓๘

สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ภิกษุนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์” ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒เดือน เรานั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์จึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรา เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์” ภิกษุนั้นได้บอกแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลาย กระผมต้องอาบัติสังฆาทิเสส๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน กระผมนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้๒ เดือนกับสงฆ์’ กระผมนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่กระผมแล้วเมื่อกระผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้คิดว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอเราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ กระผมนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่กระผม เมื่อกระผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๐}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒เดือนกับสงฆ์’ ดังนี้ กระผมจะปฏิบัติอย่างไร” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น” วิธีให้ปริวาส ๒ เดือน และกรรมวาจา ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้อย่างนี้ คือ ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ฯลฯ กล่าวอย่างนี้ว่า ๊ท่านผู้เจริญ กระผมต้องอาบัติสังฆาทิเสส๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน กระผมนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้๒ เดือนกับสงฆ์’ กระผมนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่กระผมแล้ว เมื่อกระผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒เดือนกับสงฆ์’ ดังนี้ กระผมนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่กระผม เมื่อกระผมนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ท่านผู้เจริญ กระผมนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์” พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ พึงขอแม้ครั้งที่ ๓ ฯลฯ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจาว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๑}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส

ข้อ ๑๓๙

“ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้รูปนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ภิกษุนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้วเมื่อภิกษุชื่อนี้กำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้คิดว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอเราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ดังนี้ เรานั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาสคิดละอายใจว่า ‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้ว สงฆ์พึงให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒เดือนแก่ภิกษุชื่อนี้ นี่เป็นญัตติ ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้รูปนี้ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน ภิกษุนั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้วเมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน เรานั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’เรานั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรานั้น เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๒}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส ไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ดังนี้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือน สงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุชื่อนี้ สงฆ์เห็นด้วย เพราะฉะนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือเอาความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้” ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงอยู่ปริวาส ๒ เดือน นับต่อจากเดือนก่อน เทฺวมาสาปริวสิตัพพวิธิ วิธีอยู่ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติปิดไว้ ๒ เดือน

ข้อ ๑๔๐

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ภิกษุนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒เดือน ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือนเรานั้นได้มีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน ไฉนหนอเราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ เรานั้นได้ขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติ ๑ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรา เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส คิดละอายใจว่า‘ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๓}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงอยู่ปริวาส ๒ เดือน นับต่อจากเดือนก่อน

ข้อ ๑๔๑

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวรู้ อาบัติ ๑ ตัวไม่รู้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติตัวที่ภิกษุนั้นรู้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัตินั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส รู้อาบัติแม้นอกนี้ ภิกษุนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือนคืออาบัติ ๑ ตัวรู้ อาบัติ ๑ ตัวไม่รู้ จึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติตัวที่รู้ซึ่งปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัตินั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เราเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส รู้อาบัติแม้นอกนี้ ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเทียบเคียงอาบัตินั้น แล้วอยู่ปริวาส ๒ เดือน

ข้อ ๑๔๒

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวระลึกได้ อาบัติ ๑ ตัวระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติตัวที่ระลึกได้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัตินั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส ระลึกอาบัติแม้นอกนี้ได้ ภิกษุนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวระลึกได้ อาบัติ ๑ ตัวระลึกไม่ได้ เรานั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติที่ระลึกได้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัตินั้น ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรา เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส ระลึกอาบัติแม้นอกนี้ได้ ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่อ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๔}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส อาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ ภิกษุนั้นจึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงอยู่ปริวาส ๒ เดือน นับต่อจากเดือนก่อน

ข้อ ๑๔๓

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวแน่ใจ อาบัติ ๑ ตัวไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นขอปริวาส๒ เดือน เพื่ออาบัติตัวที่แน่ใจปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัตินั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาสแน่ใจในอาบัติแม้นอกนี้ ภิกษุนั้นมีความคิดดังนี้ว่า ‘เราต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวแน่ใจ อาบัติ ๑ ตัวไม่แน่ใจ เรานั้นขอปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติตัวที่แน่ใจ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัตินั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เรา เมื่อเรานั้นกำลังอยู่ปริวาส แน่ใจในอาบัติแม้นอกนี้ ไฉนหนอ เราพึงขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์’ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติแม้นอกนี้ที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงอยู่ปริวาส ๒ เดือน นับต่อจากเดือนก่อนภิกษุผู้ควรแก่มานัต

ข้อ ๑๔๔

ภิกษุทั้งหลาย ก็ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวรู้แต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยไม่รู้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส๒ เดือนเพื่ออาบัติเหล่านั้น ที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้น เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส ภิกษุรูปอื่นผู้เป็นพหูสูต เชี่ยวชาญปริยัติ ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงมาติกาเป็นบัณฑิต เฉลียวฉลาด มีปัญญา มีความละอาย มีความระมัดระวัง ใฝ่การศึกษา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๕}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส มาถึง กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวรู้แต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยไม่รู้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น’ ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า‘ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่รู้แต่ปิดไว้ ชอบธรรม ความชอบธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่ไม่รู้ปิดไว้ ไม่ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรแก่มานัตเพื่ออาบัติ ๑ ตัว’

ข้อ ๑๔๕

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวระลึกได้แต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยระลึกไม่ได้ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือนกับสงฆ์ เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส ภิกษุรูปอื่นผู้เป็นพหูสูต เชี่ยวชาญปริยัติ ทรงธรรม ทรงวินัยทรงมาติกา เป็นบัณฑิต เฉลียวฉลาด มีปัญญา มีความละอาย มีความระมัดระวังใฝ่การศึกษา มาถึง กล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัว ระลึกได้แต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ตัวปิดไว้โดยระลึกไม่ได้ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น’ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่ระลึกได้แต่ปิดไว้ชอบธรรม ความชอบธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่ระลึกไม่ได้ปิดไว้ไม่ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรมย่อมฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรแก่มานัตเพื่ออาบัติ ๑ ตัว’

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๔๖}

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส

ข้อ ๑๔๖

ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ในกรณีนี้ ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัวปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวแน่ใจแต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยไม่แน่ใจภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือนเพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่ภิกษุนั้นแล้ว เมื่อภิกษุนั้นกำลังอยู่ปริวาส ภิกษุอื่นผู้เป็นพหูสูต เชี่ยวชาญปริยัติ ทรงธรรม ทรงวินัยทรงมาติกา เป็นบัณฑิต เฉลียวฉลาด มีปัญญา มีความละอาย มีความระมัดระวังใฝ่การศึกษา มาถึง กล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย ภิกษุนี้ต้องอาบัติอะไร ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติอะไร’ ภิกษุเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ๒ ตัว ปิดไว้ ๒ เดือน คือ อาบัติ ๑ ตัวแน่ใจแต่ปิดไว้ อาบัติ ๑ ตัวปิดไว้โดยไม่แน่ใจ ภิกษุนั้นขอปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนกับสงฆ์ สงฆ์ได้ให้ปริวาส ๒ เดือน เพื่ออาบัติเหล่านั้นที่ปิดไว้ ๒ เดือนแก่เภิกษุนั้นแล้ว ท่าน ภิกษุนี้ต้องอาบัติเหล่านั้น ภิกษุนี้อยู่ปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น’ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ‘ท่านทั้งหลาย การให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่แน่ใจแต่ปิดไว้ชอบธรรม ความชอบธรรมย่อมฟังขึ้น ส่วนการให้ปริวาสเพื่ออาบัติที่ปิดไว้โดยไม่แน่ใจไม่ชอบธรรม ความไม่ชอบธรรม ย่อมฟังไม่ขึ้น ท่านทั้งหลาย ภิกษุเป็นผู้ควรแก่มานัตเพื่ออาบัติ ๑ ตัว’

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๓๗๗.

(อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้) -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๑ สมุจจยขันธกะ เรื่องพระอุทายีเป็นต้น

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา