อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๐๘

ทำกรรมไม่ตามปฏิญาณ เป็นต้น

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๐๘–๖๑๐พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 3 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 3 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อปฺปฏิญฺญาย ภิกฺขูนํ กมฺมานิ กโรนฺติ ตชฺชนียมฺปิ นิยสฺสมฺปิ ปพฺพาชนียมฺปิ ปฏิสารณียมฺปิ อุกฺเขปนียมฺปิ ฯ เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา ฯเปฯ เต อุชฺฌายนฺติ ขียนฺติ วิปาเจนฺติ กถํ หิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อปฺปฏิญฺญาย ภิกฺขูนํ กมฺมานิ กริสฺสนฺติ ตชฺชนียมฺปิ นิยสฺสมฺปิ ปพฺพาชนียมฺปิ ปฏิสารณียมฺปิ อุกฺเขปนียมฺปีติ ฯ อถโข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ สจฺจํ กิร ภิกฺขเว ฯเปฯ สจฺจํ ภควาติ ฯเปฯ วิครหิตฺวา ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ น ภิกฺขเว อปฺปฏิญฺญาย ภิกฺขูนํ กมฺมํ กาตพฺพํ ตชฺชนียํ วา นิยสฺสํ วา ปพฺพาชนียํ วา ปฏิสารณียํ วา อุกฺเขปนียํ วา โย กเรยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณํ เอวํ ธมฺมิกํ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว อธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ สงฺฆาทิเสเสน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ถุลฺลจฺจยํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ถุลฺลจฺจเยน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ {๖๐๙.๑} ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ปาจิตฺติยํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ปาจิตฺติเยน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ปาฏิเทสนียํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ปาฏิเทสนีเยน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ทุกฺกเฏน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ทุพฺภาสิเตน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ {๖๐๙.๒} ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปนฺโน ฯเปฯ ถุลฺลจฺจยํ ฯเปฯ ปาจิตฺติยํ ฯเปฯ ปาฏิเทสนียํ ฯเปฯ ทุกฺกฏํ ฯเปฯ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ทุพฺภาสิตํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ปาราชิเกน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ทุพฺภาสิตํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ น โข อหํ อาวุโส ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน สงฺฆาทิเสสํ ฯเปฯ ถุลฺลจฺจยํ ฯเปฯ ปาจิตฺติยํ ฯเปฯ ปาฏิเทสนียํ ฯเปฯ ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ทุกฺกเฏน กาเรติ ฯ อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว อธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ

กถญฺจ ภิกฺขเว ธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ปาราชิกํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ อามาวุโส ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ปาราชิเกน กาเรติ ฯ ธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ ฯเปฯ ถุลฺลจฺจยํ ฯเปฯ ปาจิตฺติยํ ฯเปฯ ปาฏิเทสนียํ ฯเปฯ ทุกฺกฏํ ฯเปฯ ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโน โหติ ฯ ตเมนํ โจเทติ สงฺโฆ วา สมฺพหุลา วา เอกปุคฺคโล วา ทุพฺภาสิตํ อายสฺมา อชฺฌาปนฺโนติ ฯ โส เอวํ วเทติ อามาวุโส ทุพฺภาสิตํ อชฺฌาปนฺโนติ ฯ ตํ สงฺโฆ ทุพฺภาสิเตน กาเรติ ฯ ธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ธมฺมิกํ โหติ ปฏิญฺญาตกรณนฺติ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔. ปฏิญญาตกรณะ ว่าด้วยระงับอธิกรณ์ตามคำรับของจำเลย เรื่องพระฉัพพัคคีย์

ข้อ ๒๐๐

สมัยนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ลงโทษภิกษุทั้งหลายโดยมิได้ปฏิญญา คือ ลงตัชชนียกรรมบ้าง นิยสกรรมบ้าง ปัพพาชนียกรรมบ้าง ปฏิสารณียกรรมบ้างอุกเขปนียกรรมบ้าง บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ฯลฯ พากันตำหนิ ประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนพวกภิกษุฉัพพัคคีย์จึงลงโทษภิกษุทั้งหลายโดยมิได้ปฏิญญาเล่า คือ ลงตัชชนียกรรมบ้างนิยสกรรมบ้าง ปัพพาชนียกรรมบ้าง ปฏิสารณียกรรมบ้าง อุกเขปนียกรรมบ้าง”แล้วได้นำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ ทรงสอบถาม พระผู้มีพระภาคทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทราบว่า ฯลฯ จริงหรือ” ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า “จริง พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาค ฯลฯ ครั้นทรงตำหนิแล้ว ฯลฯ ทรงแสดงธรรมีกถารับสั่งกับภิกษุทั้งหลายว่า “ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงลงโทษภิกษุทั้งหลายโดยมิได้ปฏิญญาคือ ลงตัชชนียกรรมบ้าง นิยสกรรมบ้าง ปัพพาชนียกรรมบ้าง ปฏิสารณียกรรมบ้างอุกเขปนียกรรมบ้าง รูปใดลง ต้องอาบัติทุกกฏ”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๓๑๕}

พระวินัยปิฎก จูฬรรค [๔. สมถขันธกะ] ๔. ปฏิญญาตกรณะ ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม

ข้อ ๒๐๑

ภิกษุทั้งหลาย ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรมอย่างนี้ ที่ชอบธรรม อย่างนี้ ภิกษุทั้งหลาย ปฏิญญากรณะที่ไม่ชอบธรรม เป็นอย่างไร คือ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียวโจท ภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติปาราชิก” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่าน ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติสังฆาทิเสส” สงฆ์ปรับอาบัติสังฆาทิเสสภิกษุนั้น(การปรับอย่างนี้) ชื่อว่า ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียวโจทภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติปาราชิก” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่าน ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ฯลฯ ผมต้องอาบัติถุลลัจจัย” สงฆ์ปรับอาบัติถุลลัจจัยภิกษุนั้น (การปรับอย่างนี้) ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียวโจทภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติปาราชิก” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่าน ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติปาจิตตีย์” สงฆ์ปรับอาบัติปาจิตตีย์ภิกษุนั้น (การปรับอย่างนี้) ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียวโจทภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติปาราชิก” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่าน ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ” สงฆ์ปรับอาบัติปาฏิเทสนียะภิกษุนั้น (การปรับอย่างนี้) ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียวโจทภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติปาราชิก” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่าน ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติทุกกฏ” สงฆ์ปรับอาบัติทุกกฏภิกษุนั้น (การปรับอย่างนี้)ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๓๑๖}

พระวินัยปิฎก จูฬรรค [๔. สมถขันธกะ] ๔. ปฏิญญาตกรณะ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียวโจทภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติปาราชิก” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่าน ผมมิได้ต้องอาบัติปาราชิก ผมต้องอาบัติทุพภาสิต” สงฆ์ปรับอาบัติทุพภาสิตภิกษุนั้น (การปรับอย่างนี้) ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ อาบัติถุลลัจจัย ฯลฯ อาบัติปาจิตตีย์ ฯลฯ อาบัติปาฏิเทสนียะ ฯลฯ อาบัติทุกกฏ ฯลฯ ภิกษุต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียวโจทภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่าน ผมมิได้ต้องอาบัติทุพภาสิต ผมต้องอาบัติปาราชิก” สงฆ์ปรับอาบัติปาราชิกภิกษุนั้น (การปรับอย่างนี้) ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ภิกษุต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียวโจทภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่าน ผมมิได้ต้องอาบัติทุพภาสิต ผมต้องอาบัติสังฆาทิเสส” ฯลฯ อาบัติถุลลัจจัย ฯลฯ อาบัติปาจิตตีย์ ฯลฯ อาบัติปาฏิเทสนียะ ฯลฯ อาบัติทุกกฏ” สงฆ์ปรับอาบัติทุกกฏภิกษุนั้น (การปรับอย่างนี้) ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ปฏิญญาตกรณะที่ไม่ชอบธรรม ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ภิกษุทั้งหลาย ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม เป็นอย่างไร คือ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียว โจทภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติปาราชิก” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ถูกละท่านผมต้องอาบัติปาราชิก” สงฆ์ปรับอาบัติปาราชิกภิกษุนั้น (การปรับอย่างนี้) ชื่อว่าปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ฯลฯ อาบัติถุลลัจจัย ฯลฯ อาบัติปาจิตตีย์ ฯลฯ อาบัติปาฏิเทสนียะ ฯลฯ อาบัติทุกกฏ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๓๑๗}

พระวินัยปิฎก จูฬรรค [๔. สมถขันธกะ] ๕. เยภุยยสิกา ภิกษุต้องอาบัติทุพภาสิต สงฆ์หรือภิกษุมากรูป หรือภิกษุรูปเดียวโจทภิกษุนั้นว่า “ท่านต้องอาบัติทุพภาสิต” ภิกษุนั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ถูกละท่าน ผมต้องอาบัติทุพภาสิต” สงฆ์ปรับอาบัติทุพภาสิตภิกษุนั้น (การปรับอย่างนี้) ชื่อว่าปฏิญญาต-กรณะที่ชอบธรรม ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ปฏิญญาตกรณะที่ชอบธรรม ปฏิญญาตกรณะ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

เนื้อความในสมถขันธกะ ศึกษาได้จากอรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ -----------------------------------------------------

อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๑ สมถขันธกะ เรื่องพระฉัพพัคคีย์เป็นต้น

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา