๗. สุทธิกสูตร
บาลีและคำแปล
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค สุทธิกสูตรที่ ๗
สตฺตมํ สุทฺธิกสุตฺตํ
สาวัตถีนิทาน ฯ ครั้งนั้นแล สุทธิกภารทวาชพราหมณ์ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ ประทับ ครั้นแล้วสนทนาปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข สุทฺธิกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ
สุทธิกภารทวาชพราหมณ์ นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า พราหมณ์บางคน ในโลกแม้เป็นผู้มีศีล กระทำตบะอยู่ ย่อม หมดจดไม่ได้ พราหมณ์นั้นถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะ ย่อมหมดจดได้ หมู่สัตว์อื่นนอกนี้ย่อมหมดจดไม่ได้ ฯ
เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สุทฺธิกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ น พฺราหฺมโณ สุชฺฌติ โกจิ โลเก สีลวาปิ ตโป กรํ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส สุชฺฌติ น อญฺญา อิตรา ปชาติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พราหมณ์ผู้กล่าวถ้อยคำแม้มาก เป็นผู้เน่าและเศร้าหมองใน ภายใน อาศัยการโกหก (ลวงโลก) ย่อมไม่เป็นพราหมณ์ เพราะชาติกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาล และ คนเทหยากเยื่อ มีความเพียรอันปรารภแล้ว มีตนส่งไปแล้ว มีความบากบั่นมั่นเป็นนิตย์ ย่อมถึงความหมดจดอย่างยิ่ง ท่าน จงรู้อย่างนี้เถิดพราหมณ์
พหุมฺปิ ปลปํ ชปฺปํ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ อนฺโต กสมฺพุสงฺกฺลิฏฺโฐ กุหนา อุปนิสฺสิโต ขตฺติโย พฺราหฺมโณ เวสฺโส สุทฺโท จณฺฑาลปุกฺกุโส อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโต นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกโม ปปฺโปติ ปรมํ สุทฺธึ เอวํ ชานาหิ พฺราหฺมณาติ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว สุทธิกภารทวาชพราหมณ์ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้ง นัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ ก็แหละท่าน พระภารทวาชะ ได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังนี้แล ฯ
เอวํ วุตฺเต สุทฺธิกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อญฺญตโร จ ปนายสฺมา ภารทฺวาโช อรหตํ อโหสีติ ฯ