คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามแต่ละฉบับให้เรียงเทียบกัน และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ศาสนา · พระอภิธรรมปิฎก

อสัญญกถา

อ่านตัวบท · ไม่ตีความข้อ ๘๓๘–๘๕๑พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถุปกรณ์14 ข้อ2 ฉบับ

บาลีและคำแปล

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อสัญญกถา

อสญฺญกถา

๘๓๘

สกวาที สัญญามีอยู่ในสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. เป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ เป็นสัญญสัตตาวาส เป็นสัญญสงสาร เป็นสัญญโยนิ (กำเนิดแห่งสัตว์ผู้มีสัญญา) เป็นสัญญัตตภาวปฏิลาภ (การได้อัตภาพแห่งสัตว์ผู้มีสัญญา) หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สญฺญภโว สญฺญคติ สญฺญสตฺตาวาโส สญฺญสํสาโร สญฺญโยนิ สญฺญตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๓๙

ส. เป็นอสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญ- สงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็น อสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ ก็ต้องไม่ กล่าวว่าสัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย

นนุ อสญฺญภโว อสญฺญคติ อสญฺญสตฺตาวาโส อสญฺญสํสาโร อสญฺญโยนิ อสญฺญตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อสญฺญภโว อสญฺญคติ อสญฺญสตฺตาวาโส อสญฺญสํสาโร อสญฺญโยนิ อสญฺญตฺตภาวปฏิลาโภ โน วต เร วตฺตพฺเพ อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถีติ ฯ

๘๔๐

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. เป็นปัญจโวการภพ เป็นปัญจโวการคติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตต- ภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปญฺจโวการภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๔๑

ส. เป็นเอกโวการภพ เป็นเอกโวการคติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตตภาว ปฏิลาภ มิใช่ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เป็นเอกโวการภพ คติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย

นนุ เอกโวการภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ เอกโวการภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ อตฺตภาวปฏิลาโภ โน วต เร วตฺตพฺเพ อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถีติ ฯ

๘๔๒

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ทำกิจที่พึ่งทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญานั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ @ ภพมีขันธ์ ๕ ได้แก่กามภพ และรูปภพ @ ภพมีขันธ์ ๑ คือมีแต่รูปขันธ์ ได้แก่อสัญญภพ

อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตาย สญฺญาย สญฺญากรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๔๓

ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ เป็นสัญญสัตตาวาส เป็นสัญญสงสาร เป็นสัญญโยนิ เป็นสัญญัตตภาว- ปฏิลาภ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ เป็นสัญญสัตตาวาส เป็นสัญญสงสาร เป็นสัญญโยนิ เป็นสัญวัตตภาว- ปฏิลาภ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

มนุสฺเสสุ สญฺญา อตฺถิ โส จ สญฺญภโว สญฺญคติ สญฺญสตฺตาวาโส สญฺญสํสาโร สญฺญโยนิ สญฺญตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถิ โส จ สญฺญภโว สญฺญคติ สญฺญสตฺตาวาโส สญฺญสํสาโร สญฺญโยนิ สญฺญตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๔๔

ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็นปัญจโวการภพ คติ สัตตา- วาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นปัญจโวการภพ คติ สัตตา วาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

มนุสฺเสสุ สญฺญา อตฺถิ โส จ ปญฺจโวการภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถิ โส จ ปญฺจโวการภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๔๕

ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญา นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญา นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

มนุสฺเสสุ สญฺญา อตฺถิ ตาย สญฺญาย สญฺญากรณียํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถิ ตาย สญฺญาย สญฺญากรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๔๖

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นอสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญ- ญัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็นอสัญญภพ ฯลฯ เป็นอสัญ- ญัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถิ โส จ อสญฺญภโว อสญฺญคติ อสญฺญสตฺตาวาโส อสญฺญสํสาโร อสญฺญโยนิ อสญฺญตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ มนุสฺเสสุ สญฺญา อตฺถิ โส จ อสญฺญภโว ฯเปฯ อสญฺญตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๔๗

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นเอกโวการภพ คติ สัตตวาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็นเอกโวการภพ ฯลฯ อัตต- ภาวปฏิลาภ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถิ โส จ เอกโวการภโว คติ สตฺตาวาโส สํสาโร โยนิ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ อามนฺตา ฯ มนุสฺเสสุ สญฺญา อตฺถิ โส จ เอกโวการภโว ฯเปฯ อตฺตภาวปฏิลาโภติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๔๘

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย แต่ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาไม่ได้ด้วย สัญญาไม่ได้ด้วยสัญญานั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย แต่ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาไม่ได้ด้วย สัญญานั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถิ น จ ตาย สญฺญาย สญฺญากรณียํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มนุสฺเสสุ สญฺญา อตฺถิ น จ ตาย สญฺญาย สญฺญากรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๔๙

ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เทวดาชื่ออสัญญสัตว์ มีอยู่ ก็เทวดาเหล่านั้น ย่อมจุติจากหมู่นั้น เพราะความเกิดขึ้นแห่ง สัญญา ดังนี้เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น สัญญาก็มีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย น่ะสิ

น วตฺตพฺพํ อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สนฺติ ภิกฺขเว อสญฺญสตฺตา นาม เทวา สญฺญุปฺปาทา จ ปน เต เทวา ตมฺหา กายา จวนฺตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถีติ ฯ

๘๕๐

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ? ป. มีในกาลบางคราว ไม่มีในกาลบางคราว ส. เป็นสัญญสัตว์ในบางคราว เป็นอสัญญสัตว์ในกาลบางคราว เป็นสัญญ- ภพในกาลบางคราว เป็นสัญญภพในกาลบางคราว เป็นปัญจโวการภพ ในกาลบางคราว เป็นเอกโวการภพในกาลบางคราว หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา อตฺถีติ ฯ กญฺจิ กาเล อตฺถิ กญฺจิ กาเล นตฺถีติ ฯ กญฺจ กาเล สญฺญสตฺตา กญฺจิ กาเล อสญฺญสตฺตา กญฺจิ กาเล สญฺญภโว กญฺจิ กาเล อสญฺญภโว กญฺจิ กาเล ปญฺจโวการภโว กญฺจิ กาเล เอกโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๘๕๑

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลายในกาลบางคราว ไม่มีในกาลบางคราว หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มีอยู่ในกาลไหน ไม่มีในกาลไหน ป. มีอยู่ในกาลจุติ ในกาลอุปบัติ ไม่มีในกาลตั้งอยู่ ส. เป็นสัญญสัตว์ในกาลจุติ ในกาลอุปบัติ เป็นอสัญญสัตว์ในกาลตั้งอยู่ เป็นสัญญภพในกาลจุติ ในกาลอุปบัติ เป็นอสัญญภพในกาลตั้งอยู่ เป็น ปัญจโวการภพในกาลจุติ ในกาลอุปบัติ เป็นเอกโวการภพในกาลตั้งอยู่ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อสัญญกถา จบ. -----------------------------------------------------

อสญฺญสตฺเตสุ สญฺญา กญฺจิ กาเล อตฺถิ กญฺจิ กาเล นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กํ กาลํ อตฺถิ กํ กาลํ นตฺถีติ ฯ จุติกาเล อุปปตฺติกาเล อตฺถิ ฐิติกาเล นตฺถีติ ฯ จุติกาเล จ อุปปตฺติกาเล สญฺญสตฺตา ฐิติกาเล อสญฺญสตฺตา จุติกาเล อุปปตฺติกาเล สญฺญภโว ฐิติกาเล อสญฺญภโว จุติกาเล อุปปตฺติกาเล ปญฺจโวการภโว ฐิติกาเล เอกโวการภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อสญฺญกถา ฯ ---------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-25

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ 2026-08-24

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย